วันนี้ ( 7 ก.พ.2569) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และตัวแทนเจ้าของสิทธิ์ ตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่จ.สมุทรสาคร พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าปลอมที่ไม่มีฉลากหรือแหล่งที่มาของสินค้ารวม 223,404 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 63.20 ล้านบาท โดยของกลางส่วนใหญ่เป็นสินค้าด้อยคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของประชาชน อาทิ แชมพู โลชันบำรุงผิว ครีมทาหน้า เซรั่มบำรุงผิวหน้า ยาสีฟัน และหัวเทียนมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น
ปฏิบัติการดังกล่าว เป็นการขยายผลจากการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางออนไลน์ นำมาสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่ในพื้นที่เป้าหมายที่ใช้เป็นแหล่งลักลอบกักเก็บสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
อธิบดีกรมทรัพย์สินฯ กล่าวเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า โดยควรซื้อสินค้าจากสถานที่จำหน่ายที่เชื่อถือได้ หรือหากเป็นสินค้าออนไลน์ ก็ควรเลือกซื้อจากร้านค้าทางการ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำผิดปกติหรือไม่มีข้อมูลผู้จำหน่ายที่ชัดเจน
และควรตรวจสอบเครื่องหมายรับรองและฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เช่น เครื่องหมายการค้า ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า ฉลากข้อความภาษาไทย ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง สารที่ใช้เป็นส่วนผสม เลขที่ใบรับแจ้ง ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต วันที่ผลิต และคำเตือน เป็นต้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม การป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าปลอมทุกรูปแบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศการค้าที่โปร่งใส เป็นธรรม และเอื้อต่อการค้าการลงทุนในระยะยาว
ปัจจุบันยังคงพบการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ สินค้าดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังแฝงความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้มาตรฐาน
ทั้งนี้กรมฯเร่งเครื่องดำเนินมาตรการป้องกันและปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือมีสารอันตรายเจือปน อาทิ เครื่องสำอางที่มีสารปรอทหรือสเตียรอยด์ รวมถึงสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือ อย. เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ได้บูรณาการการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด โดยผนึกกำลังกับ บก.ปอศ. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคเอกชนตัวแทนเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ปูพรมปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั่วประเทศจัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบและเฝ้าระวังจุดนำเข้าสินค้า แหล่งกระจายสินค้า และอาคารหรือโกดังเก็บสินค้าอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเข้าสู่ตลาดทั้งช่องทางออนไลน์และท้องตลาดทั่วไป ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด
อ่านข่าว:










