ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"บิ๊กหนู" ผงาดจ่อนายกฯ รอบ 2 คลี่ปมร้อน "กล้าธรรม" แซงทุกโพล

การเมือง
12:19
3,074
"บิ๊กหนู" ผงาดจ่อนายกฯ รอบ 2 คลี่ปมร้อน "กล้าธรรม" แซงทุกโพล
อ่านให้ฟัง
04:57อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

พลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับการเลือกตั้ง สส. เมื่อ 2 พรรคสำคัญ ภูมิใจไทย - กล้าธรรม ชนะแบบถล่มทลาย ขณะที่ พรรคประชาชน- เพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ต่างพ่ายแพ้ชนิดที่เรียกได้ว่า "ยับเยิน"

เป็นผลจากการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนสำหรับสู้ศึกเลือกตั้ง จึงได้เห็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะแคนดิเดทนายกฯ พรรคสีน้ำเงิน ตอกย้ำเรื่องรักชาติ ไม่เปิดด่าน มีทหารไว้ป้องกันประเทศ และประกาศจะยกเลิก MOU 44

แม้จะมีกระแสวิพากษ์เรื่องปลุกกระแสชาตินิยม เป็นเรื่องไม่เหมาะสม แทนที่จะสู้กันที่นโยบาย ตามแนวทางที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และแกนนำพรรค อย่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพใหญ่ภาคใต้ พูดถึงบ่อยครั้งบนเวทีปราศรัย หรือให้สัมภาษณ์สื่อ

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาหัวหน้า พรรคกล้าธรรม ก็ตอกย้ำเรื่องความบริสุทธิ์ของตนเอง ไม่เกี่ยวข้องกับ "แป้ง" หรือ ยาเสพติด ในทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเช่นกัน แต่มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรแบบเอาจริง

นายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย จึงได้ใจประชาชนไม่ขาดสาย กระทั่งโค้งสุดท้าย ทั้งนิด้าโพลและเคพีไอโพล (สถาบันพระปกเกล้าฯ) ต่างให้ชนะอันดับ 1 ทั้งคู่

เพียงแต่ในความเป็นจริงจากการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ประมาณ 150 คนเท่านั้น แต่กลับสูงเกือบ 200 คน ก่อนจะถดถอยลงมาอยู่ที่ 193 คนเมื่อนับคะแนนได้ 95% และเป็น สส.บัญชีรายชิ่อถึง 19 คน เทียบกับเลือกตั้ง สส. ปี 2566 ที่ได้ระบบปาร์ตี้ลิสต์ เพียง 3 คน

ส่วน พรรคกล้าธรรม ที่เน้นยุทธศาสตร์การทุ่มเจาะสนามเป็นรายเขตเลือกตั้ง ไม่หวังถึงขั้นยกทั้งจังหวัดเหมือน ภท. ได้ สส.ถึง 58 คน เป็นบัญชีรายชื่อ 2 คน

ทั้งที่มีการคาดการณ์กันไว้ก่อนถึงวันเลือกตั้งว่าจะได้ สส. ประมาณ 40-50 คนเท่านั้น

ส่วน พรรคประชาชน ที่ส่อเค้าคะแนนนิยมดีมาตลอด กับ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นจุดขาย กลับได้ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ชัดเจน ไม่ต่างจาก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผลจาก นิด้าโพล ทั้งระดับภาค และรายจังหวัด มีคะแนนนำคู่แข่งจากพรรคอื่นขาดลอย

ยิ่งกรณี พรรคเพื่อไทย ไม่เพียง สส.ต่ำกว่าเป้า ยังสูญเสีย สส.จังหวัดเชียงใหม่ ที่เคยเป็นเมืองหลวง และฐานเสียงสำคัญมาตั้งแต่สมัย พรรคไทยรักไทย คราวนี้กลับถูกตีแตกยกจังหวัด ไม่ต่างจากอีกหลายจังหวัด ที่กำลังกลายเป็นอดีต

กระทั่ง นายยศชนัน ชิ่งหายเข้ากลีบเมฆตั้งแต่ปรากฎผลโพลออกมาหลังปิดหีบ และยังนับคะแนนไม่จบด้วยซ้ำ

เป็นการสะท้อนการเมืองไทยยังวนลูปกลับไปที่เดิม คือยังเน้นเรื่องประชานิยม ใช้ "บ้านใหญ่" ที่มีคอนเน็คชั่นคอยช่วยเหลือผู้คนในเขตเลือกตั้ง เพื่อสกัดคู่แข่ง และใช้เงินซื้อเสียง หลังจากเลือกตั้ง สส.ปี 2566 แทบจะไม่ปรากฎร่องรอยการซื้อเสียง เนื่องจากบางพรรคที่มาแรง ไม่ได้ใช้เงินเป็นปัจจัยหรือตัวล่อเลย

ขณะที่ว่าที่ สส.ใหม่ ส่วนใหญ่ยังเป็นคนหน้าเดิมๆ หรือคนที่วนเวียนอยู่ในเวทีเลือกตั้ง ทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ ผ่านการเลือกตั้งมาอย่างช่ำชอง และส่วนหนึ่งเป็นลูกหลานคน "บ้านใหญ่ระดับท้องถิ่น" ที่มีความพร้อมด้านฐานเสียง สรรพกำลัง และทรัพยากร ที่จำเป็นต้องใช้ในการเลือกตั้ง

ในช่วงจังหวะเวลายุคสมัย "วัยทำงานสร้างตัว" ที่อาจมีช่องทางให้ก้าวเดินหลายทาง ทั้งแบบโปร่งใส หรือสีเทาๆ ดำๆ

เลือกตั้ง สส.หนนี้ จึงถูกตั้งปุจฉาอย่างน่าสนใจว่า จะช่วยให้การเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายของพรรคการเมืองใหญ่ หรือพรรคการเมืองต้นสังกัด ที่กำลังเล็งจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคใหญ่ จะเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่

เสถียรภาพของรัฐบาลผสมที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นที่คาดหวังของผู้คนที่เฝ้ารอยคอยอย่างใจจดใจจ่อมาตลอดอย่างไร

เดี๋ยวมาว่ากันต่อในตอนต่อไป

ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว

เลือกตั้ง 2569 : เปิดรายชื่อ ว่าที่ "สส.ปาร์ตี้ลิสต์" ของแต่ละพรรค

เลือกตั้ง 2569 : 3 จังหวัดชายแดนใต้ แบ่งเก้าอี้ สส. 3 พรรค

เอกชน จี้รัฐบาลใหม่ เร่งแก้เศรษฐกิจ กู้ภาพลักษณ์ "ผู้ป่วยแห่งเอเชีย"