วันนี้ (12 ก.พ.2569) นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวถึงกรอบวงเงินงบประมาณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติประจำปี 2569 ที่ได้รับอนุมัติสูงถึง 1,643,685,704 บาท แต่กลับมีตัวเลขสนับสนุนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยเพียง 88,000,000 บาท จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า กกท. ให้ความสำคัญกับงานอีเวนต์มากกว่าการสร้างนักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ โดยระบุว่า ตัวเลขที่ปรากฏต้องมีการอธิบายให้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากงบเชิงนโยบายหรือการจัดอีเวนต์ประมาณ 500-600 ล้านบาท สำหรับซีเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์ที่ผ่านมา แท้จริงแล้วงบส่วนนี้กระจายไปสู่สมาคมกีฬาต่างๆ ด้วยเช่นกัน
ขณะที่งบด้านกีฬาเพื่อความเป็นเลิศรวมกว่า 1,200 ล้านบาท จะถูกแบ่งไปอยู่ในหมวดเงินรางวัล และส่วนสนับสนุนนักกีฬาโดยตรง ซึ่งไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน จนทำให้ดูเหมือนงบสมาคมฯ ลดน้อยลง
ผู้ว่าการ กกท. ยืนยันว่า งบประมาณสำหรับการเตรียมทีมสู้ศึก เอเชียนเกมส์ มีเพียงพออย่างแน่นอน โดย กกท. มีแผนจะดึงงบประมาณจากส่วนอื่นมาเกลี่ยใช้ โดยเฉพาะงบจากโครงการ "มวยไทย ซอฟต์พาวเวอร์" มาสนับสนุน พร้อมเตรียมยกระดับวิทยาศาสตร์การกีฬาแบบเต็มรูปแบบเพื่อวางแผนยาวไปถึงโอลิมปิกเกมส์
อย่างไรก็ตาม สำหรับสมาคมกีฬาต่างๆ นายก้องศักด ยอมรับว่างบประมาณสนับสนุนอาจน้อยลงจริง แต่ กกท.จะพิจารณาอนุมัติ จัดแข่งขัน เฉพาะรายการที่จำเป็น โดยจะเน้นไปที่รายการแข่งขันที่มีผลต่อการคัดเลือกไปโอลิมปิกเป็นหลัก เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดความคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะงบเตรียมนักกีฬาไปเอเชียนเกมส์ ที่ตั้งไว้ 226 ล้านบาท หากผู้แทนนักกีฬาประเมินว่าไม่เพียงพอ ก็ทำเรื่องชี้แจ้งมาขอปรับเพิ่มนำงบจากโครงการอื่นๆ มาใช้ก่อนได้
อ่านข่าว
"อนุทิน" ไฟเขียวกองทัพเสริมอาวุธ-แนวรั้วชายแดน
จับชายลอบล่า-ค้า "ลิงกัง-นกกางเขนดง" จ.ระนอง
ถึงเวลา “สินค้าเกษตรไทย” ต้องปรับตัว ลุยอาหารสุขภาพสร้างความยั่งยืน
รัฐบาล "อนุทิน 2" ตั้งง่าย แต่เสถียรภาพ "ไม่ง่าย"










