วันนี้ (15 ก.พ.2569) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก "Sawaeng Boonmee" ชี้แจงเรื่องหลักการความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง ว่า กฎหมายกำหนดเรื่องความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ป้องกันการปลอมแปลงบัตร การใช้บัตรปลอม การใช้บัตรข้ามเขต รวมทั้งการบริหารจัดการบัตร ควบคุมบัตรในการแจกจ่ายได้อย่างถูกต้อง
ขณะที่ "บาร์โค้ด" ถูกนำมาใช้กับหลักความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและความปลอดภัยของการเลือกตั้ง แต่หลักการความปลอดภัยต้องไม่กระทบสาระสำคัญของหลักลงคะแนนโดยตรงและลับ คือ การลงคะแนนด้วยตนเองและไม่มีผู้ใดทราบ
พร้อมยืนยันว่า ผู้สังเกตการณ์ที่ถ่ายบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว จะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งนั้นๆ แต่หากมีผู้พยายามอยากจะทราบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร ก็ถือเป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการลงคะแนนโดยตรงและลับ
อย่างไรก็ตาม มีมาตรการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ โดยมีการเก็บบัตร ต้นขั้วบัตรและบัตรชีรายชื่อ แยกจากกันในที่ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดเข้าถึงได้โดยไม่มีคำสั่งศาล และหากจะเปิดหีบตามคำสั่งศาล ต้องเป็นกรณีที่มีการร้องว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น ซึ่งการเปิดหีบเอกสารจะเปิดเท่าที่จำเป็น หีบใดหีบหนึ่งที่เกี่ยวกับคำร้อง ไม่ได้เปิดเอกสารทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน
เลขาธิการ กกต. ระบุอีกว่า การออกเสียงโดยตรงและลับ ใช้กับทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของ กกต.และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ขณะที่ กปน.สามารถถ่ายรูปบัตรได้เฉพาะบัตรเปล่า ช่วงการจ่ายบัตรที่ยังไม่ได้มอบบัตรให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ส่วนข้อกังวลว่าหากมี กปน.ถ่ายรูปบัตรแล้วนำมาให้บุคคลภายนอกนั้น กปน.ที่อยู่ใกล้ชิดบัตรมีเพียงคนเดียวคือ กปน.ผู้ทำหน้าที่จ่ายบัตร ซึ่งการมีบาร์โค้ดจะทำให้ทราบทันทีว่า บัตรนั้นเป็นบัตรจากหน่วยใด กปน.คนใดเป็นคนจ่าย สำนักงานจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องว่า อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งขณะนี้เท่าที่มีข้อมูลมีอยู่ 2 คน
ต้องแยกมาตรการ หรือกระบวนการออกเสียงโดยตรงและลับ แยกจากการกระทำผิดของบุคคล เช่น ในหน่วยมีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในฐานความผิดอื่นๆ บุคคลนั้นก็ต้องรับสิ่งที่ทำลงไป โดยกระบวนการไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด
นายแสวงกล่าวว่า มาตรการออกแบบมาเพื่อให้ออกเสียงโดยตรงและลับ ส่วนการจะตรวจว่า ใครลงคะแนนให้ใคร ไม่สามารถทำได้ คนที่จะทำเช่นนั้นคือคนที่มีเจตนาทุจริตให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปตามหลักการโดยตรงและลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวงได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊ก หลังจากโพสต์ได้ไม่นาน และต่อมาสำนักงาน กกต. ออกเอกสารยืนยันว่า การเลือกตั้งดำเนินไปภายใต้หลักการ "ออกเสียงโดยตรงและลับ" ทุกขั้นตอนมีมาตรการทางกฏหมายรองรับอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจว่าข้อมูลและการตัดสินใจของตนได้รับความคุ้มครองตามกฏหมาย
อ่านข่าว
กกต.ชี้แจง ยืนยันเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ
ผลสำรวจ "นิด้าโพล" ตัวอย่าง 58.28% ชี้ กกต.ลงโทษคนทุจริตเลือกตั้งไม่ได้
วธ.ชี้กัมพูชาชง "มหาสงกรานต์" ต่อยูเนสโก ไม่กระทบสงกรานต์ไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้ว










