ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เตรียมตัวสู้ร้อน 2569 ป้องกันก่อนเจ็บป่วยจากอากาศร้อน

สังคม
15:40
534
เตรียมตัวสู้ร้อน 2569 ป้องกันก่อนเจ็บป่วยจากอากาศร้อน
อ่านให้ฟัง
07:53อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงอากาศร้อนของปี 2569 และมีแนวโน้ม "ร้อนกว่าปีก่อน" แพทย์เผย อากาศร้อนจัดไม่เพียงทำให้ช็อกจากความร้อน แต่ยังกระตุ้นโรคหัวใจ หลอดเลือด และทางเดินหายใจกำเริบ แนะดื่มน้ำสม่ำเสมอ เลี่ยงกิจกรรมช่วงเที่ยง–บ่าย

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนเริ่มรู้สึกได้ถึงอากาศที่ร้อนขึ้น ทั้งขณะอยู่นอกบ้านและแม้แต่อยู่ภายในบ้าน สัญญาณบ่งชี้ว่าฤดูร้อนปี 2569 กำลังใกล้เข้ามา โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนช่วงปลายเดือน ก.พ. และจะสิ้นสุดราวกลางเดือน พ.ค. 2569 อีกทั้งแนวโน้มอุณหภูมิปีนี้อาจสูงกว่าปี 2568 ขณะที่ 3 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส

เพื่อรับมือกับอากาศร้อน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ได้ออกมาเตือน (16 ก.พ.2569) ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบด้านสุขภาพจากความร้อน ที่กำลังขยับเข้ามา

นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า คลื่นความร้อนทำให้เกิดภาวะ Heat stroke คือช็อกจากความร้อนเป็นภาวะที่ทำให้ถึงแก่กรรมได้ และทำให้โรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเดินหายใจที่เป็นอยู่แล้วกำเริบได้ โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือ ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ไต ปอด เบาหวาน ความดันและคนทำงานกลางแจ้ง งานใช้แรงมาก (ก่อสร้าง เกษตร ขนส่ง ส่งของ ฯลฯ) รวมทั้งผู้ที่เข้าถึงแอร์/ที่เย็น/น้ำดื่มสะอาดได้จำกัด

บทเรียนจากหลายประเทศยังชี้ว่า ความร้อนในบ้าน (indoor heat) เป็นปัจจัยการเจ็บมักเกิด "ภัยซ้อนภัย" ร้อนร่วมกับ PM2.5/ควันไฟป่า/ภัยแล้ง/ขาดน้ำ การป้องกันสำหรับประชาชนที่ทำได้ทันทีคือ ดื่มน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ "ไม่หิวก็ควรดื่มบ่อยๆ" ยกเว้นผู้ที่มีโรคที่น้ำเกินหรือต้องจำกัดน้ำ พยายามทำให้เย็นก่อน เข้าห้องแอร์/ที่เย็น อาบน้ำ–เช็ดตัว พัดลมช่วยได้ พยายาม เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงร้อนจัด (โดยมากช่วงเที่ยง–บ่าย) ถ้าฝุ่น/ควันสูงร่วมกับร้อน ลดกิจกรรมนอกบ้าน ติดตามคุณภาพอากาศ (AQI) ให้มากขึ้น

สำหรับคนทำงานและนายจ้างให้ใช้หลัก เติมน้ำ พักเวลาเหมาะ เข้าร่มเงา และมีผู้ช่วยดูแลกันโดยดื่มอย่างน้อย 1 แก้ว (ประมาณ 8 ออนซ์) ทุก 20 นาที ระหว่างทำงานในความร้อน และไม่ควรรอให้กระหาย ให้เพิ่มความถี่ ระยะเวลาพักเมื่อความร้อนสูง และพักในที่ร่มหรือที่เย็น เตรียมจุดพักร้อน จัดน้ำให้เข้าถึงง่ายใกล้หน้างาน ปรับเวลางาน โดยทำงานหนักช่วงเช้า เย็น ลดงานหนักช่วงเที่ยงบ่าย โดยเฉพาะงานกลางแจ้ง ใช้ระบบทำงานเป็นคู่ และให้หัวหน้างานตรวจอาการเป็นระยะ (โดยเฉพาะคนงานใหม่หรือกลับมาทำงานหลังหยุดเนื่องจากการปรับตัวรับอากาศร้อนในการทำงานยังไม่ดี) ถ้ามีความ ร้อน ร่วมกับ PM2.5 หรือควันไฟ สูพร้อมกัน ให้จำกัดงานกลางแจ้งช่วงมีความร้อนและมลพิษสูง

นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบช่วย อย่ารอให้หายเองได้แก่ อ่อนเพลีย สับสน พูดไม่ชัด หมดสติ ตัวร้อนมาก ผิวร้อนแห้งหรือเหงื่อออกมากผิดปกติ เป็นสัญญาณสำคัญของภาวะ Heat Stroke ให้ ย้ายเข้าที่ร่ม/ที่เย็นทันที คลายเสื้อผ้า เช็ดตัว ประคบเย็น แจ้งแพทย์หรือพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที เตรียมตัวล่วงหน้า เช็คพยากรณ์อากาศเป็นประจำ เตรียมน้ำดื่ม/เกลือแร่ โดยเฉพาะงานใช้แรงหรือทำงานนาน วางแผนหา "จุดเย็น" ใกล้บ้าน/ที่ทำงาน ห้องแอร์/ศูนย์ชุมชน/ห้าง/วัด/โรงเรียนที่เปิดเป็นพื้นที่เย็น ช่วยกัน "เช็คคนเสี่ยง" ในบ้าน/ชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุอยู่ลำพัง

ฤดูร้อน 2569 เริ่มปลาย ก.พ. ร้อนกว่าปีก่อน

ฤดูร้อนของไทยปีนี้ 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า จะเริ่มช้ากว่าปกติ ซึ่งช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ โดยลักษณะอากาศจะร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนอง หลายพื้นที่ในบางช่วง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้ และจะมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบางวัน

อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนอยู่ที่ 36 - 37 องศาเซลเซียส ซึ่งค่าปกติที่ 35.4 องศาเซลเซียส ขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะ ต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 30 - 40

  • ช่วงต้น-กลางเดือน มี.ค. อากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า อาจเกิดพายุฤดูร้อนได้เป็นระยะ
  • ปลายเดือน มี.ค. - กลางเดือนเม.ย. อากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วประเทศ บางพื้นที่มีอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 42 - 43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในภาคเหนือ ยังมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนเป็นระยะ
  • ปลายเดือน เม.ย. - กลางเดือนพ.ค. เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล สภาพอากาศแปรปรวน อากาศร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น
  • ภาคใต้ ช่วงเดือน มี.ค.ถึงปลายเดือน เม.ย. จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 30 ของพื้นที่ คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันสูงประมาณ 1 เมตร

ส่วนในเดือน พ.ค. ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่อง ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และบางแห่งมีฝนตกหนัก คลื่นลมทะเลอันดามันสูง 2 - 3 เมตร อ่าวไทยคลื่นสูง 1 - 2 เมตร

ทั้งนี้ อากาศร้อนจัด ช่วงปลายเดือน มี.ค. ถึงกลางเดือน เม.ย. จะมีอากาศร้อนจัดต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดภัยและโรคที่มีสาเหตุมาจากอากาศร้อน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและเปราะบาง เช่น ผู้ป่วย ผู้สูงอายุและเด็กจึงขอให้ประชาชนควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัดเป็นเวลานานๆ และหมั่นตรวจสอบดูแลคนในครอบครัวให้เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

จนท.สำรวจ "พะยูน" เกาะลิบง พบ 4 ตัว สุขภาพดี แต่ 1 ตัวมีเชือกพันครีบ

"ไผ่" ต่อสาย "ไชยชนก" "กล้าธรรม" ไร้ข้อต่อรองร่วมรัฐบาล