ดร.พญ.ภัทราวลัย สิรินารา ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผลการศึกษาฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและ 5 จังหวัดปริมณฑล พบสารโลหะหนักและสารก่อมะเร็งหลายชนิดเกาะอยู่ในฝุ่นขนาดเล็กที่ประชาชนสูดดมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ "อาร์เซนิก" และ "โครเมียม" ซึ่งถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์อย่างแน่นอนตามการจัดกลุ่มของ องค์การอนามัยโลก รวมถึงสารในกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เช่น “เบนโซไพรีน” ที่จัดเป็นสารก่อมะเร็งเช่นกัน
กระบวนการวิจัยได้เก็บตัวอย่างฝุ่นตลอดทั้งปีในพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม ก่อนนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ พบโลหะหนักที่มีคุณสมบัติก่อมะเร็งถึง 8 ชนิด สะท้อนว่าปัญหาฝุ่นในเมืองหลวงไม่ใช่เพียงเรื่องค่าฝุ่นรายวัน แต่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบเชิงพิษวิทยาที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว
จากการประเมินความเสี่ยงพบว่า ในประชากร 1 ล้านคน อาจมีผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นประมาณ 4 คน สูงกว่าเกณฑ์ที่ US Environmental Protection Agency กำหนดไว้ถึง 4 เท่า ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวระบุว่า ไม่ควรมีผู้ป่วยมะเร็งจากมลพิษทางอากาศเกิน 1 คนต่อประชากร 1 ล้านคน
ในด้านการป้องกัน ดร.พญ.ภัทราวลัย แนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหรือใช้แรงกลางแจ้ง ควรอยู่ภายในอาคารและใช้เครื่องฟอกอากาศเพื่อลดระดับ PM 2.5 ภายในอาคารให้ต่ำกว่า 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากาก N95 ซึ่งให้ประสิทธิภาพการป้องกันสูงสุด อย่างไรก็ตาม แม้หน้ากากอนามัยทั่วไปจะป้องกันได้เพียงประมาณ 70% แต่ก็ยังดีกว่าไม่สวมใด ๆ เลย และสามารถช่วยลดปริมาณฝุ่นที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ในระดับหนึ่ง
สาเหตุการเกิดฝุ่น PM2.5 นอกจากเกิดจากการเกษตรแล้ว สำหรับในเมืองใหญ่ของประเทศไทยยังมีการควบคุมการปล่อยโลหะหนักจากปล่องอุตสาหกรรมเพียงบางชนิด ในขณะที่หลายประเทศ เช่น แคนาดา สหรัฐอเมริกา และประเทศในยุโรป มีมาตรการกำกับควบคุมโลหะหนักก่อมะเร็งอย่างเป็นระบบ
ผลการศึกษาครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ปัญหา PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ระดับค่าฝุ่นรายวัน หากแต่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของฝุ่นที่มีศักยภาพก่อมะเร็ง และชี้ให้เห็นทั้งความจำเป็นของมาตรการป้องกันส่วนบุคคลในระยะสั้น ควบคู่กับการยกระดับมาตรการกำกับดูแลในระดับนโยบายเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนในระยะยาว การที่แผนงานควบสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ สำนักควบคุมปัจจัยเสี่ยง สสส. และ สภาลมหายใจ ร่วมกับหลายหน่วยงานผลักดัน พรบ.อากาศสะอาด ให้เกิดการบูรณาการแก้ไขอย่างเป็นระบบ จึงเป็นหมุดหมายที่จะทำให้ประชาชนไทย กลับมาสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อีกครั้ง
อ่านข่าว
ลดภัยช่วงตรุษจีน ชัยนาทไฟไหม้-กทม.ชวนหลีกเลี่ยงจุดธูป ป้องกัน PM2.5
ไฟไหม้ร้านยางรถยนต์ ซอยงามวงศ์วาน 55 วอดทั้งหลัง
สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบน อากาศเย็นหมอกช่วงเช้า ใต้ฝนเพิ่มคลื่นสูง
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










