11 มกราคม 2569 เป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ยึดงาช้างล็อตใหญ่ ถูกลักลอบลำเลียงข้ามแม่น้ำโขงเข้าไทย บริเวณจุดจอดเรือบ้านเหล่าหมากผาง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ที่น่าสนใจคือในครั้งนี้ ขบวนการค้าสัตว์ป่าใช้เส้นทางย้อนกลับ ลอบส่งจากลาวเข้าไทย
งาช้างของกลางน้ำหนักรวมเกือบ 170 กิโลกรัม เป็นงากิ่ง จำนวน 19 กิ่ง งาช้างตัดแว่น และงาช้างตัดชิ้น แบ่งบรรจุในกระสอบปุ๋ย 9 กระสอบ จับผู้ต้องหาคนไทยได้ 2 คน ส่วนผู้กระทำผิดที่เหลือหลบหนีไปได้
ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2108 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ให้ข้อมูลว่า จับผู้ต้องหาคนไทยได้ 2 คน จากกลุ่มผู้กระทำผิดราว 10 คน ขณะร่วมกันยกกระสอบงาช้างลงจากเรือ ทันทีที่เจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ คนบนเรือหางยาวอีก 2 คน รีบติดเครื่องเรือแล่นออกไปพร้อมถุงกระสอบที่ยังยกลงไม่หมด และอีกจำนวนหนึ่งอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีเข้าหมู่บ้านชั้นในไปได้
ผู้ต้องหา 2 คนเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งคู่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า รับจ้างขนของขึ้นฝั่ง โดยไม่รู้ว่าสิ่งของนั้นคืออะไร แลกกับค่าตอบแทนคนละ 300 บาท
นายหน้าระดับสั่งการที่อยู่ในพื้นที่ จะรับงานลำเลียงสิ่งของ จากนั้นแบ่งทีมขนหรือนักบินเป็น 3 ทีมทำงานตามช่องทางลงตลิ่งเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ มีคนสเกาท์ดูต้นทาง ทันทีที่เรือแล่นมามาเทียบฝั่ง นักบินจะใช้เวลาทำงานไม่ถึง 1 นาที
ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี
เส้นทางของเถื่อน พฤติกรรมลอบขนข้ามโขง
จุดจอดเรือบ้านเหล่าหมากผาง อำเภอบึงโขงหลง หนึ่งในจุดเฝ้าระวังหลัก ที่ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน พาทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจช่องทางลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายบ่อยครั้ง เพราะนอกจากริมเขื่อนเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ทำให้ผู้กระทำผิดสามารถมองเห็นเจ้าหน้าที่ได้ระยะไกล ยังมีเครือข่ายรับจ้างขน ของคนพื้นที่ทั้งสองฝั่งไทย-ลาวหลายสิบคน แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ
"ส่วนใหญ่รอยเท้าที่เห็นตรงช่องทางบันได จะเป็นร่องรอยของผู้กระทำผิด เพราะชาวบ้านจริงๆจะขึ้นตลิ่งตามท่าจอดเรือของเขา พวกนี้มาแบบแฝงกับเรือชาวบ้าน แล่นเรือเลาะเกาะกลางกำบังเจ้าหน้าที่ ฝั่งนั้นมีถนนเลาะริมโขงขนส่งสะดวก เร็ว" ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี
ภาพจากกล้องวงจรปิด วันที่ 15 ม.ค. 2569 มีกลุ่มคนราว 15 คน เดินเรียงแถวออกจากหมู่บ้าน ข้ามถนนเลียบเขื่อนริมแม่น้ำโขง มุ่งหน้าลงตลิ่งในเวลาเดียวกันกับที่มีเรือหางยาวบรรทุกสิ่งของเต็มลำแล่นเข้ามาเทียบท่าจุดจอดเรือบ้านเหล่าหมากผาง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ตรงข้ามบ้านท่ากะถิน แขวงบอริคำไซ ของสปป.ลาว
ในภาพจะเห็นว่า ระหว่างที่กลุ่มคนเดินเรียงแถวไปขนสิ่งของจากเรือขึ้นมาไว้บนฝั่ง มีบางคนทำหน้าที่ขัดขวางเส้นทาง ดูต้นทาง อำนวยความสะดวกให้ทีมแบกขน
พฤติกรรมลักษณะนี้ เป็นรูปแบบขบวนการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแม่น้ำโขงเข้าไทย ที่เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจทหารพราน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ให้ข้อมูล หลังจับผู้กระทำผิด พร้อมยึดของกลางได้บ่อยครั้งในช่องทางนี้
มีชาวบ้านบางส่วนที่ทำ เขาเคยทำได้ก็จะหาช่องทางทำอย่างนั้น รับจ้างขนของขึ้นฝั่งแค่นั้น จะไม่รู้ล่วงหน้าว่าของนั้นคืออะไร ให้เจ้าหน้าที่มาตั้งจุดสกัดที่หมู่บ้าน ป้องปรามไว้จะได้ไม่กล้าทำกัน
ประสาน พรหมสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน บ.เหล่าหมากผาง จ.บึงกาฬ
หาคำตอบที่มางาช้างล็อตใหญ่ เชื่อมโยงเครือข่ายชาวเวียดนามหรือไม่?
ผลตรวจพิสูจน์งาช้างของกลาง ของศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ระบุว่าทั้งหมดเป็นงาช้างแอฟริกา และเทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถจำแนกถึงแหล่งที่มาเชิงลึกของงาช้างได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างส่งรายงานผลพิสูจน์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวง จ.บึงกาฬ
เจ้าหน้าที่ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกจากโทรศัพท์ของหนึ่งในผู้ต้องหา เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบขนส่งซากสัตว์ป่าระหว่างประเทศ น่าสนใจว่าคดีนี้ ขบวนการค้าซากสัตว์ป่า ใช้เส้นทางย้อนกลับ จากลาวเข้าสู่ไทย และอาจเชื่อมโยงเครือข่ายค้าสัตว์ป่าชาวเวียดนาม ในคดีก่อนหน้านี้
“ส่วนมากเครือข่ายค้าซากสัตว์ป่าที่มีมูลค่าสูง พัวพันกันเป็นขบวนการใหญ่ หลายคดีมีชาวเวียดนามมาเกี่ยวข้อง มีนายทุนระดับสั่งการซื้อขายบงการอยู่เบื้องหลัง เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องหาวิธีการแกะรอย” กิตติชัย คะอังกุ เจ้าหน้าที่ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ
15 กรกฎาคม 2567 ชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ ยึดลูกเสือโคร่ง 2 ตัว พร้อมงาช้างน้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม ที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท
ครั้งนั้นจับผู้ต้องหา 2 คนเป็นสามีภรรยาชาวจังหวัดสุรินทร์ พบความเชื่อมโยงกับอดีตพนักงานสวนเสือแห่งหนึ่งใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และเครือข่ายค้าสัตว์ป่ากลุ่มเดิม ในคดีล่อซื้อลูกเสือ 4 ตัว ที่ จ.มุกดาหาร ปี 2565 ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับนายทุนชาวเวียดนาม
ตอนนั้น พบคลิปภาพการเลี้ยงลูกเสือโคร่งขนาดใกล้เคียงกันรวมกว่า 30 ตัว จากโทรศัพท์ผู้ต้องหา เป็นหลักฐานการเจรจาซื้อขายเพื่อยืนยันว่ามีสัตว์ป่าตามออเดอร์อยู่จริง และชัดเจนว่าเครือข่ายค้าสัตว์ป่า มีความเชื่อมโยงค้าซากสัตว์ป่าแอฟริกาที่มีมูลค่าสูง ส่งต่อสินค้ากันด้วย
“เรื่องของงาช้างที่เข้าไทย ครั้งนี้นับว่าไม่ปกติ เส้นทางมันย้อนกลับ เพราะธรรมดาจะลอบส่งออก พวกนี้เครือข่ายถึงกันหมด มีทั้งคนไทยเชื้อสายเวียดนาม คนลาว และชาวบ้านในพื้นที่ ที่ผ่านมาคดีเกล็ดลิ่น งาช้าง และนอแรด ที่ลอบขนเข้า-ออกจากไทยไปลาว ก็ต้องผ่านเครือข่ายนี้” พลวีร์ บูชาเกียรติ ผอ.ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ
เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือน ที่เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดนอแรดล็อตใหญ่ได้ ทั้ง 3 คดีมีผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนาม ปลายทางแขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
คดีล่าสุด เกิดขึ้นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายเอกซเรย์ของลังโฟม สัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง พบนอแรด 6 ชิ้น น้ำหนักเกือบ 12 กิโลกรัม มัดอำพรางด้วยหนังสัตว์
ผู้ต้องหาเป็นชายชาวเวียดนาม เดินทางมาจากประเทศคองโก ใช้เส้นทางเปลี่ยนเครื่องที่เอธิโอเปีย และมาเปลี่ยนเครื่องอีกครั้งที่ไทย
คดียึดนอแรดก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นในเดือน สิงหาคม และกันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ยึดนอแรดได้รวมกว่า 20 กิโลกรัม รวมทั้งซากเล็บและเขี้ยวสัตว์ป่ากว่า 200 ชิ้น ทั้งหมดถูกซุกซ่อนอำพรางมากับสัมภาระโดยสาร ทั้งซุกซ่อนในหีบเหล็กปิดตายด้วยการเชื่อมโลหะทุกด้านปะปนกับกระเป๋า หรือยัดนอแรดอำพรางในท่อนไม้
เจ้าหน้าที่บอกว่า แทบทุกคดีที่เจ้าหน้าที่ยึดซากสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นนอแรด เกล็ดลิ่น หรือ งาช้าง มักพบชาวเวียดนามมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะนี้ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กำลังตรวจสอบหลักฐานในคดียึดงาช้าง ข้อมูลที่ได้จากโทรศัพท์ผู้ต้องหา และผลตรวจสอบนอแรดล็อตล่าสุด อาจเป็นกุญแจสำคัญ ชี้ที่มาของนอแรดในคดีก่อนหน้านี้ว่ามาจากแหล่งเดียวกันหรือไม่ เพื่อสาวไปถึงขบวนการค้าซากสัตว์ป่านายทุนเวียดนาม ว่าเชื่อมโยงกับคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากน้อยเพียงใด
อ่านข่าว
นายอำเภอสั่งระงับวัดสิงห์ จ.อ่างทอง ประกอบพิธีเกี่ยวกับศพเด็ก
ครม.เห็นชอบให้ ขรก.-ลูกจ้าง-พนง.รัฐวิสาหกิจ อุปสมบทหมู่ 93 รูป ไม่ถือเป็นวันลา
ควบคุมได้แล้ว "พลายเพชรอุทัย" ตกมัน ทำร้ายควาญช้างเจ็บสาหัส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










