กรณีนายคงยศ บุญรักษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกำแพงเพชร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กท้าทายกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการรักษาความลับในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (สส.) จังหวัดกำแพงเพชร โดยระบุว่า "ผมขอท้า ใครเจาะระบบความลับบัตรเลือกตั้งกำแพงเพชรได้ว่า บัตรเป็นของใคร เลือกใคร ผมยอมลาออก"
นอกจากนี้ยังโพสต์ถึงเหล่า "กูรู" ที่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใส โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำเครื่องหมายเองได้ โดยระบุว่า "เมื่อกฎหมายบอกว่า กปน. ลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิได้ และถือเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ"
พร้อมระบุในโพสต์เดียวกันว่า "เหล่ากูรูคนเก่งทั้งหลายบอกว่า ลงคะแนนโดย "ตรง" และ "ลับ" ย่อมหมายถึงไม่มีโอกาสที่ผู้ใดจะรู้ได้ แม้แต่ผู้เป็นกรรมการก็ไม่มีสิทธิรู้ได้เช่นกัน แต่ความเป็นจริงคือ มาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระบุให้ กปน.สามารถลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ กรณีเป็นผู้พิการหรือผู้สูงอายุ โดยให้ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ถ้าหากเป็นไปตามความเห็นกูรูผู้รู้ทั้งหลาย กปน.ที่ลงคะแนนแทน คงต้องหลับตากากบาท เพราะความลับ หลังการลงคะแนน จะถูกจัดเก็บและผนึกด้วยกระบวนการทางกฎหมาย มิใช่เพียงแค่รูปแบบทางกายภาพโดยลำพัง"
วันนี้ (18 ก.พ.2569) นายคงยศ ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวมี 2 มุมมองในสังคม ทั้งมุมมองว่าบัตรจะเข้าถึงตัวบุคคล รับรู้ข้อมูลส่วนตัวและผลการกากบาท โดยแทร็กจากตัวบาร์โค้ด ซึ่งจากที่ตนโพสต์ไปยืนยันว่าไม่ได้ต้องการสร้างกระแส แต่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าทุกอย่างเป็นความลับ ไม่มีทางที่ข้อมูลจะรั่วไหล แม้จะมีเสียงโต้แย้ง แต่ขอให้มั่นใจว่าเป็นความลับทางกฎหมาย โดยที่มีข้อกฎหมายรองรับว่าปิดผนึกด้วยวิธีการต่างๆ
อยากสร้างความมั่นใจ อย่างน้อยก็ในจังหวัดที่ผมดูแลคือ กำแพงเพชร ยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ที่จะล่วงรู้ข้อมูลดังกล่าว
ส่วนที่เอาตำแหน่งมาเป็นประกันนั้น มองว่าเมื่อตนปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบจัดการเลือกตั้งใน จ.กำแพงเพชร และตำแหน่งของตนดำรงก็มาจากเงินภาษีของประชาชน หากไม่สามารถรักษาความลับของประชาชนได้ ตนก็ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป
นายคงยศ ยังกล่าวถึงเรื่องที่ กกต.สั่งให้นับคะแนนใหม่ 2 หน่วยในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.กำแพงเพชร ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จำนวนบัตรกับผู้มาใช้สิทธิตรงกัน แต่เมื่อนับคะแนนเลือกตั้งปรากฏว่าจำนวนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและ สส.บัตรแบบบัญชีรายชื่อ ไม่เท่ากัน ซึ่งตนเชิญ กปน.ที่ทำงานมาสอบถามว่าเกิดจากสาเหตุใด
"ทั้ง 2 หน่วยบอกว่ามันล้า และมีรอยที่เขียนอยู่บน 5/11 (แบบขีดคะแนน) เพียงแต่เขาขีดกันจนไม่รู้ว่าเลขอะไรและลืมนำมากรอกใน 5/18 (แบบรายงานผล) ดังนั้นเพื่อความโปร่งใส 2 คะแนนก็มีค่าเพราะเป็นคะแนนของประชาชน ตามมาตรา 124 กำหนดไว้ว่าหาก กกต.พบว่ามีการไม่สุจริตเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง กกต.อาจสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้นๆ ตรงนี้เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าขอให้ทุกคนเข้าตามกระบวนการและคือสิ่งที่ผมอยากเรียกร้อง ไม่ใช่มาต่อสู้กันบนโลกออนไลน์ที่มองหรือคิดกันไปเอง" นายคงยศ กล่าว
ส่วนโพสต์ที่เกี่ยวกับ "ความลับ" นายคงยศ ระบุว่า ต้องการให้ความรู้และเป็นมุมมองในฐานะผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดตนไม่มีอำนาจตัดสินใจ เพียงแต่อยากให้มองอีกมุมว่าตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ระบุไว้ชัดเจนว่าในกรณีที่ผู้พิการ ทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถลงคะแนนได้ด้วยตนเอง อาจร้องขอให้ กปน.เป็นผู้ลงคะแนนแทนและให้ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ดังนั้นคำที่บอกว่าแม้แต่กรรมการก็เห็นคะแนนไม่ได้ จึงไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะหากจะยึดลับถึงขนาดที่บอกว่าไม่มีใครมองเห็นได้ เช่นนั้น กปน.ก็คงต้องหลับตากากบาทในบัตรแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
สำหรับการเลือกตั้ง สส.จังหวัดกำแพงเพชร มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 1,175 หน่วย ผู้มีสิทธิทั้งหมด 569,706 คน โดย กกต.ประกาศให้ จ.กำแพงเพชร มีการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล และหน่วยเลือกตั้งที่ 14 ต.เทพนคร ซึ่งขณะนี้ กกต.กำแพงเพชร มีความพร้อมและคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้าที่สำนักงาน กกต.กำแพงเพชร อย่างไรก็ตามต้องรอ กกต.กลางแจ้งถึงความชัดเจนอีกครั้ง
อ่านข่าว
กกต.กทม.พร้อมเลือกตั้งใหม่ ไม่ยืนยันบัตรใหม่เป็นแบบเดิมหรือไม่
สถาบันพระปกเกล้า เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาลใหม่ กกต.รับรองภายใน 9 เม.ย. - โหวตนายกฯ พ.ค.
มติ กกต.ให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง - เลือกตั้งใหม่ 1 แห่ง
