วันนี้ (19 ก.พ.2569) ศาลแขวงกรุงโซลกลางมีคำพิพากษาคดีที่ ยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พยายามประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือน ธ.ค. 2024 จนก่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ โดยศาลสั่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิต หลังพบว่ามีความผิดฐานนำการก่อกบฏและใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่โทษดังกล่าวถือว่าเบากว่าที่อัยการได้ร้องขอต่อศาลให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลย
การอ่านคำตัดสินเกิดขึ้นแม้ทีมทนายความของยุนจะเคยยื่นหนังสือทักท้วงเกี่ยวกับขั้นตอนการสืบสวนและอำนาจของเจ้าหน้าที่ก็ตาม โดยผู้พิพากษาศาลกรุงโซล ระบุว่า อดีตผู้นำเกาหลีใต้มีพฤติการณ์ล้มล้างระเบียบตามรัฐธรรมนูญ ด้วยการส่งกำลังทหารเข้าไปปิดล้อมอาคารรัฐสภาและสั่งจับกุมนักการเมืองคนสำคัญ แสดงถึงเจตนาขัดขวางการทำงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ก่อนการอ่านคำพิพากษา เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านมารวมตัวแสดงจุดยืน ขณะที่ฝ่ายจำเลยมีแนวโน้มจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุด ทำให้กระบวนการทางกฎหมายยังอาจดำเนินต่อไป
นอกจาก อดีตผู้นำเกาหลีใต้แล้ว ยังมีสมาชิกรัฐบาลของยุนและเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ ที่ถูกตัดสินโทษพร้อมกัน จากคดีดังกล่าวด้วย เช่น คิม ยงฮยอน อดีตรัฐมนตรีกลาโหม รับโทษจำคุก 30 ปี โน ซัง วอน อดีตผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรอง รับโทษจำคุก 18 ปี และ โช จีโฮ อดีตผู้บัญชาการตำรวจเกาหลีใต้ รับโทษจำคุก 12 ปี
ยุนเคยได้รับการยอมรับจากบทบาทอัยการสูงสุดในคดีถอดถอนอดีตประธานาธิบดี Park Geun-hye ช่วงปี 2559–2560 ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ แต่เหตุการณ์ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปลายปี 2567 ซึ่งถูกสภามีมติยกเลิกในเวลาต่อมา กลายเป็นชนวนวิกฤตการเมืองและนำไปสู่การดำเนินคดีในที่สุด
ย้อนอดีตเลือกตั้ง “โมฆะ” มรสุมการเมืองไทยสมัย “ทักษิณ -ยิ่งลักษณ์”
ภูมิใจไทยเตรียมเปิดตัว 4 ว่าที่ สส.ประชาชาติ หนุนอนุทินนั่งนายกฯ
รุก สปก. 2 พันไร่ "วัดป่าชนะใจ" ผิดกฎหมาย "ลอบใช้ที่ดินรัฐ"
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










