เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวในการประชุมคณะกรรมการสันติภาพครั้งที่ 1 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ว่า โลกจะได้รู้กันภายในเวลาประมาณ 10 วันข้างหน้าว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านได้ หรือจะต้องใช้มาตรการทางทหาร ซึ่งยังมีงานที่ต้องทำอีกมากในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องยกระดับการดำเนินการขึ้นไปอีกขั้น
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงการเจรจากับอิหร่าน โดยระบุว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเรด คุชเนอร์ คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ มีการประชุมที่ดีมากกับอิหร่านหลายครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำข้อตกลงที่มีความหมายกับอิหร่านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จำเป็นต้องทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้น
ในเวลาต่อมา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์สื่อบนเครื่องบิน Air Force One ว่า อิหร่านมีเวลาอย่างมากที่สุด 15 วันในการบรรลุข้อตกลงด้านนิวเคลียร์และข้อกังวลอื่นๆ พร้อมส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการทางทหารหากไร้ความคืบหน้า โดยย้ำว่าภายในกรอบเวลาดังกล่าว สหรัฐฯ อาจได้ข้อตกลง หรือไม่ก็จะกลายเป็นโชคร้ายของอิหร่าน
ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ต่ออิหร่านล่าสุด มีขึ้นหลังมีกระแสข่าวว่ากองทัพสหรัฐฯ อาจพร้อมถล่มอิหร่านอย่างเร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้ โดยรอให้ผู้นำสหรัฐฯ ไฟเขียวและยังไม่แน่ชัดว่าทรัมป์จะตัดสินใจภายในสุดสัปดาห์นี้หรือไม่
หนึ่งวันก่อนหน้านี้ โฆษกทำเนียบขาวเตือนอิหร่านว่าจะเป็นการฉลาดกว่ามากหากอิหร่านทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ พร้อมเสริมว่าทรัมป์ยังคงคาดหวังเห็นการแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการทูตต่อกรณีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
นายกฯ อิสราเอลขู่ตอบโต้หากอิหร่านโจมตี
ด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศว่า อิสราเอลเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์และสิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือหาก อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ตัดสินใจโจมตีอิสราเอล อิหร่านจะต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่คาดไม่ถึง พร้อมย้ำว่าอิสราเอลมีจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
สำหรับ เนทันยาฮู เป็นผู้สนับสนุนการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดต่ออิหร่านมาโดยตลอด เคยสั่งปฏิบัติการทิ้งระเบิดถล่มอิหร่านเมื่อปี 2568 และเนทันยาฮูยืนกรานหนักแน่นมาตลอดว่าอิหร่านควรรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ โดยระบุว่านี่เป็นขั้นตอนสำคัญในการบรรลุข้อตกลง
ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดเยือนอิสราเอลเพื่อพบหารือกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ในวันที่ 28 ก.พ.นี้
ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ซึ่งประกาศเตือนให้พลเมืองโปแลนด์ในอิหร่านเดินทางออกจากอิหร่านทันที เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งทางอาวุธ และภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงหรือหลายสิบชั่วโมงข้างหน้าอาจอพยพออกมาไม่ได้แล้ว
ส่วนฝั่งรัสเซีย เรียกร้องให้สหรัฐฯ อิหร่านและฝ่ายอื่นๆ ใช้ความระมัดระวังและยับยั้งชั่งใจ โดยระบุว่าเห็นความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่ยังคาดหวังว่าวิธีการทางการเมือง การทูตและการเจรจาจะเป็นหนทางสำคัญในการหาทางออก
คณะมนตรียุโรปขึ้นบัญชี IRGC เป็นกลุ่มก่อการร้าย
นอกจากนี้ คณะมนตรียุโรป หนึ่งในสถาบันหลักของสหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ระบุว่าได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการที่จะขึ้นบัญชีกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เป็นกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะมนตรีต่างประเทศของกลุ่มสมาชิก บรรลุข้อตกลงทางการเมืองเมื่อวันที่ 29 ม.ค.
หลังจากการขึ้นทะเบียน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) จะอยู่ภายใต้มาตรการจำกัด ภายกรอบการดำเนินงานต่อต้านการก่อการร้ายของสหภาพยุโรป ซึ่งรวมถึงการอายัดเงินทุนและสินทรัพย์ทางการเงินหรือทรัพยากรทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และการห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการในสหภาพยุโรปจัดหาเงินทุนและทรัพยากรทางเศรษฐกิจให้
อ่านข่าว
กองทัพสหรัฐฯ พร้อมโจมตี "อิหร่าน" เร็วสุดในสุดสัปดาห์นี้
ปธน.อิหร่าน ลั่นไม่ต้องการครอบครอง "อาวุธนิวเคลียร์" ทุกกรณี
ศาลเกาหลีใต้ สั่งจำคุกตลอดชีวิต ยุน ซอกยอล อดีต ปธน. ฐานก่อกบฏ










