วันนี้ (23 ก.พ.2569) สถานการณ์ฝุ่นควันในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงรุนแรง โดยปัจจัยหลักมาจากไฟป่าและฝุ่นควันข้ามแดน โดยเฉพาะแนวชายแดนติดต่อกัน มีรายงานว่า ทหารกัมพูชาเป็นผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่า เพื่อก่อกวนทหารไทยแนวหน้า แต่หลายครั้งเกิดลมตีกลับ ทำให้ไฟลุกลามย้อนเข้าฝั่งกัมพูชาเอง สร้างความเสียหายให้ชุมชนและสถานศึกษาของตน
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.พ.2569 บริเวณ จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ไฟป่าลุกลามหนักเข้าใกล้สถานศึกษา หลังทหารกัมพูชาจุดไฟเผาป่าหวังให้ควันพัดข้ามไปกระทบทหารไทย แต่กระแสลมเปลี่ยนทิศกะทันหันและรุนแรง พัดเปลวไฟย้อนกลับอย่างรวดเร็ว ทำให้เพลิงโหมลามใกล้เขตชุมชนและโรงเรียน สร้างความแตกตื่นให้ครู นักเรียน และชาวบ้าน โดยเฉพาะระหว่างเรียนเสริมหลักสูตรวันเสาร์
เพจ Army Military Force โพสต์คลิปวิดีโอที่ชาวกัมพูชาแชร์ภาพชาวบ้านใน อ.ศรีโสภณ จ.บันเตียเมียนเจย กำลังเผาต้นตาลโตนด เพื่อให้ควันข้ามฝั่งไทย นอกจากนี้ ทหารแนวหน้าฝั่งไทยอย่างเฟซบุ๊ก ดิว ศิริชัย ถ่ายภาพควันหนาทึบตอนเช้า คิดว่าเป็นหมอกแต่แท้จริงเป็นควันไฟป่าจากกัมพูชา พร้อมข้อความว่า "ขยันเผากันเกิน" ขณะที่ภาพไฟป่าฝั่งกัมพูชา แสดงให้เห็นเชื้อเพลิงแห้งลามเร็วจากหญ้าและต้นไม้
ส่วนกรณีฝั่งกัมพูชาอ้างว่า กำลังพล 1 นาย บาดเจ็บบริเวณหัวเข่าจากกระสุนปืนยิงมาจากไทย เมื่อ 20 ก.พ. เวลา 10.45 น. บริเวณช่องอานม้า ฝ่ายความมั่นคงไทยตรวจสอบแล้วพบว่า บาดแผลไม่สอดคล้องกับการบาดเจ็บจากกระสุนตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งรูปแบบแผล ขนาด และสภาพเนื้อเยื่อรอบ ๆ เพื่อความโปร่งใส ควรตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์รอบด้าน
ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ต้องระมัดระวังและร่วมมือใกล้ชิด โดยทั้งสองฝ่ายควรยึดถ้อยแถลงคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อย่างเคร่งครัด คงกำลังในพื้นที่ควบคุมแต่ละฝ่าย เพื่อรักษาความสงบ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์ที่ดีตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน
"ไม้ตบไฟ" จากสายพานโรงสี งบ 200 บาท รับมือเขมรเผา
ขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าแนะนำวิธีรับมือกรณีไฟป่าลุกลามจากฝั่งกัมพูชาในหน้าแล้ง ด้วยงบประมาณหลักร้อย โดยใช้วัสดุท้องถิ่น เช่น "ไม้ตบไฟ" จากสายพานโรงสีเก่าที่ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า จ.อุบลราชธานี นำมาใช้งานจริง
นายอนันต์ แก้วมงคล อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ฯ กล่าวว่า หากไฟลุกลามเข้ามาและไม่มีน้ำดับ จะทำแนวกันไฟก่อน เพราะพื้นที่ชายแดนมีทุ่นระเบิดจำนวนมาก จึงไม่เข้าไปดับลึก แต่หากลุกลามแล้ว ใช้วิธีตบไฟที่ฐานเพื่อตัดอากาศดับไฟ โดยใช้กิ่งไม้สดมัดรวม หรือไม้ตบไฟที่ทำจากสายพานโรงสีตัดเป็นแผ่น ยึดกับเหล็ก ไม้ไผ่เป็นก้านจับ งบชิ้นละไม่เกิน 200 บาท เหมาะมีไว้ประจำฐาน
นอกจากนี้ ใช้ถังน้ำสะพายตัวฉีดลดอุณหภูมิไฟในกรณีรุนแรง แล้วตามด้วยตบไฟตัดอากาศ เป็นวิธีดับไฟที่ใช้น้ำน้อยหรือไม่มีน้ำเลย
อ่านข่าวอื่น :
ครอบครัวพลทหารไม่เชื่อสาเหตุการตาย ทบ.ยัน "หัวใจล้มเหลว"
นศ.ลุกฮือประท้วงต้านรัฐบาลอิหร่านรอบใหม่ ปะทะเดือดกลุ่มหนุน
พท.ชนะเลือกตั้งหน่วย 4 เขต 6 อุดรฯ - หน่วย 3 เขต 1 น่าน "ปชน.-กธ." คะแนนเท่ากัน
