เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วน "ยุทธศาสตร์" ไทย สู้สงครามการค้ารอบใหม่

เศรษฐกิจ
14:54
จำนวนผู้ชม 227
เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วน "ยุทธศาสตร์" ไทย  สู้สงครามการค้ารอบใหม่

ความผันผวนจากสงครามการค้าโลกกลับมาระอุอีกครั้ง หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยว่า ดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินเศรษฐกิจ (IEEPA) เรียกเก็บภาษีนำเข้า "ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ทำให้ “ทรัมป์” ออกมาตอบโต้โดยการประกาศขึ้นภาษีทุกประเทศ 10% และเพียงไม่กี่ชั่วโมงถัดมามีการประกาศใหม่ เพิ่มขึ้นภาษี 15% ให้มีผลทันที

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

และยังประกาศอีกว่า รัฐบาลยังมีเครื่องมือทางกฎหมายอื่น ๆ ที่ใช้ขึ้นภาษีได้อีก โดยเฉพาะมาตรา 122 ของ Trade Act 1974 แทน โดยสั่งเก็บภาษีสินค้านำเข้าเพิ่มเติม 10% เป็นเวลา 150 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ถึง 23 ก.ค.2569 ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องจ่ายภาษีในอัตราปกติ (MFN) บวกเพิ่มอีก 10% รวมถึงภาษี AD/CVD อื่นๆ สร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก

มาตรการดังกล่าวของสหรฐ ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไทยยังคงเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน ลดความเสี่ยงจากความผไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้า และดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้เกาะติดด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน รวมถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทย โดยจะดำเนินการเชิงรุก ทั้งด้านการเจรจาการค้า การประเมินความเสี่ยง และการให้ข้อมูลแก่ภาคธุรกิจ เพื่อให้ภาคการส่งออกและการลงทุนของไทยสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมภายใต้บริบทการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป

เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วนสำคัญยุทธศาสตร์ไทย

นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์

นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์

 “ไทยพีบีเอส ออนไลน์” สัมภาษณ์พิเศษ นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ 

ตลาดญี่ปุ่น ถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทยเป็นอันดับ 3 ที่มีมูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2568 ถึง 53,204 ล้านดอล์สหรัฐฯ หรือ 175,7510 ล้านบาท นางสุภาพร วิเคราะห์ว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยและญี่ปุ่น จัดว่าเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและมีพลวัตที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพัฒนาจนกลายเป็น หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน

ดังนั้นญี่ปุ่นจึงถือเป็นพันธมิตรทางการค้ากับไทยมายาวนานและยังเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ดังนั้นการรุกตลาดญี่ปุ่นในช่วงกลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมา  กรมฯ เน้นการหาแนวทางการส่งสริมความร่วมมือกับผู้นำเข้าและผู้บริหารซุปเปอร์ และนำผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอีซึ่งงานเทรดโชว์เป็นงานที่มีความสำคัญ ในญี่ปุ่น

ภาพประกอบข่าว เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วน

"ญี่ปุ่นเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา และนโยบายของญี่ปุ่นที่จะมีการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคเอกชน ของประชาชนในประเทศ  ซึ่ง 1 ในนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่น คือการ ปลอดภาษีสินค้าอาหาร  เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รัฐบาลญี่ปุ่นหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชน ซึ่งกรมมองว่า ควรที่จะมีการรุกและส่งเสริมสนับสนุนและนำเข้าสินค้าของไทยไปญี่ปุ่น"

มีการพูดถึงสินค้าอาหารของไทยเพื่อนำเข้าในซุปเปอร์มาเก็ต อาหาร และผลไม้ของไทยที่จะนำเข้ามาจำน่ายในญี่ปุ่นเพราะช่วง ก.พ.-มี.ค. เป็นช่วงต้นผลไม้ของไทย  ดังนั้นกรมฯ ต้องหาตลาดส่งออกผลไม้เพื่อระบายผลไม้ในประเทศในช่วงฤดุกาลผลไม้

ปูพรมโปโมชั่น เมืองรอง-เมืองหลัก ขายสินค้าสุขภาพ

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวอีกว่า ข่าวดี ผู้นำเข้าต่างๆจะมีการปูพรมจัดทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าไทยทั้งเมืองรองและเมืองหลักของญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้ได้ให้ทูตพาณิชย์ทำการการสำรวจความต้องการของผู้บริโภคในญี่ปุ่นว่าต้องการสินค้าอะไรจากไทย ซึ่งกรมฯมีแผนจจะทำโปรโมชั่นผลไม้ไทยและอาหารไทย ในห้างคอสโกทั่วญี่ปุ่นประมาณ 33 สาขา  ห้างคราวดี้ ประมาณ 510 สาขา และจะมีการหารือเพิ่มในห้างอื่นๆในญี่ปุ่น  ซึ่งนอกจากออฟไลน์แล้ว การขายสินค้าผ่านออนไลน์ก็ยังต้องทำควบคู่กันไปด้วยซึ่งกรมฯมีแพลตฟอร์มที่ร่วมดำเนินการอยู่ ในการขยายตลาดผ่านออนไลน์ รวมถึงOIS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีความสำคัญเกี่ยวกับสินค้าไทยซึ่งเป็นสิ่งที่กรมฯพยายามผลักดันให้สินค้าไทยขยายตลาดมาในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

ผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน Supermarket Trada Show 2026 ที่ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 15-19 ก.พ.ที่ผ่านมา

ผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน Supermarket Trada Show 2026 ที่ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 15-19 ก.พ.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ กรมฯ มองว่าสินค้าไทยยังสามารถเข้ามาเจาะตลาดญี่ปุ่นได้มากขึ้น แต่การเข้ามาตลาดญี่ปุ่นผู้ประกอบการไทยเองต้องปรับตัว โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับความยั่งยืนซึ่งญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสินค้าประเภทนี้ หรือสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ทุเรียน  สิ่งที่ห้างสรรพสินค้าต้องการคือ เป็นแพคเกจจิ้ง มากกว่านำเข้ามาเป็นลูก เพราะคนญี่ปุ่นไม่รู้ว่าจะต้องกินทุเรียนเป็นลูกอย่างไร 

เรื่องคุณภาพของสินค้าก็เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญ ผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับตัวในเรื่องของการสร้างนวัตกรรมสินค้าในการเข้าตลาด และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคด้วย

ภาพประกอบข่าว เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วน

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ พบว่า การที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลง ทำให้ชาวญี่ปุ่นเริ่มลดค่าใช้จ่าย โดยเน้นซื้อสินค้าที่จำเป็นเท่านั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องปรับ คือ ทำอย่างไร ให้สินค้าตอบโจทย์ความต้องการของตลาด การมุ่งไปที่กลุ่มคนวัยทำงานจึงเป็นเป้าหมายสำคัญ  เพราะรัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการใช้จ่ายไปยังกลุ่มคนวัยทำงานที่มีกำลังซื้อ และเป็นกลุ่มที่เห็นคุณค่าของสินค้ามากขึ้น เช่น สินค้ากลุ่มอาหารสัตว์พรีเมี่ยม

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียม คือ ความพร้อมในการเข้าตลาด ถ้าสินค้าราคาถูกเราเองแข่งขันไม่ได้แน่นอน เราต้องแข่งกับสินค้าที่มีนวัตกรรม สินค้าที่มีคุณภาพ ผู้ประกอบการไทยจะต้องศึกษา ว่า กลุ่มลูกค้าเราคือใคร เขาต้องการอะไร จะต้องพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายถึงจะไปรอดในตลาดได้

 “ค่าบาท” ปัจจัยลบ ทำผู้ประกอบการแข่งขันยาก

สำหรับมูลค่าการค้าไทยกับญี่ปุ่น  เป้าหมายการส่งออกไทยปีนี้ยังคงเติบโต แต่อาจจะโตแบบชะลอตัว 1-1.5% ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจในญี่ปุ่น แต่สิ่งที่จะเป็นปัญหาของการส่งออก คือ ค่าเงินบาท ที่ผันผวน  รวมถึงค่าเงินเยนของญี่ปุ่นถ้าเทียบกับดอลลาร์  ซึ่งสิ่งที่ต้องทำคือ การเตรียมตัวและช่วยผู้ประกอบการ คือ สร้างความระมัดระวังให้ผู้ประกอบการ โดยการหาพาร์เนอร์ หรือ หน่วยงานที่จะเข้ามาช่วย เช่น การประกันการส่งออก การประกันค่าเงิน จะมีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆเช่น เอสซิมแบงก์ ที่ทำโครงการเอสเอ็มอีโปรแอททีฟ  ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะมีประกันการส่งออก แม้ว่าค่าเงินจะผันผวน และยังมีโครงการที่จะช่วยในหลายกิจกรรม

ภาพประกอบข่าว เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วน

การนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน Supermarket Trada Show 2026 ที่ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 15-19 ก.พ.ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการเอสเอ็มอีโปรแอทมีฟ เป็นโครงการที่มีความยืดหยุ่นให้กับผู้ประกอบการสามารถหาและทำตลาดได้เองในต่างประเทศ ผู้ประกอบการสามารถไปออกงานแสดงสินค้า หรือเจรจาการค้า

นางสุภาพร กล่าวอีกว่า กรมฯจะช่วยซับพอร์ตค่าใช้จ่ายให้บ้างส่วน เพื่อช่วยผู้ประกอบการขยายการส่งออก ซึ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้เอสเอ็มอีของไทยในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ  โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่กรมฯร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร 3 สภา คือ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือ รวมถึงสมาคมธนาคารไทย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอีในไทยให้ขยายการส่งออก ดำเนินการเป็นระยะที่ 4 เบื้องต้นกรมฯได้รับการจัดสรรวงเงินประมาณ 200 ล้านบาทให้กับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออก จะช่วยให้ผู้ประกอบการไปทำตลาดได้เอง

ภาพประกอบข่าว เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วน

โดยที่ผ่านมาได้ช่วยผู้ประกอบการตั้งแต่ปี2562-2566 เฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการขยายตลาดแล้วกว่า 4,000 ราย ซึ่งตั้งแต่มีโครงการเกิดขึ้นกรมฯช่วยเหลือผู้ประกอบการายไปแล้วกว่า 6,000-7,000 รายในการขยายตลาดส่งออก และจะมีการสร้างมูลค่าการค้าในแต่ละปีไม่ต่ำกว่าปีละ 200-300 ล้านบาท ซึ่งกรมมีกิจกรรมช่วยเอสเอ็มอีไปกว่า 300 กิจกรรมในการขยายตลาด

ตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ “สินค้าเกษตร”

สำหรับแผนการเจาะตลาดญี่ปุ่น ในปี2569 รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จะใช้ตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสินค้าเกษตร รวมถึงมีแผนขยายตลาดกล้วยหอมทอง มังคุด สับปะรดภูแล โดยจะใช้ประโยชน์จาก JTEPA มากขึ้น  รวมถึงผลักดันคลัสเตอร์สินค้าที่สร้างมูลค่าและเครื่องยนต์หลักในการส่งออก เช่น เครื่องสำอาง อาหารสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ ยังจะเกาะกระแส Soft Power ไทย ไม่ว่าจะเป็นเจาะตลาดซีรีย์วาย การต่อยอดโอกาสของการ์ตูนคาแรคเตอร์ โดยจะเน้นกิจกรรมทั้งเมืองหลักและเมืองรองในญี่ปุ่น

ภาพประกอบข่าว เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วน

สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นปี 2568  โดยญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทยอันดับ 3  มีมูลค่ารวม 53,204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 2.30% มีมูลค่าการส่งออกที่ 23,549 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว1.13% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 29,654 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 3.24%  

สินค้าส่งออกหลักของไทย 5 อันดับแรก ประกอบด้วย อันดับ1 คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รองลงมาเป็นไก่แปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล  เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้า เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น

ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน “ญี่ปุ่น” ยังคงเป็นคู่ค้าและพันธมิตรที่สำคัญของไทยมายาวนาน แม้ว่าขั้วการค้าโลกจะเปลี่ยน แต่ตลาดญี่ปุ่นยังคงเป็น 1 ในตลาด ที่ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสขยายฐานการลงทุน ท่ามกลางสภาวะปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กลับมาปะทุอีกรอบ

 

อ่านข่าว:

“บาทแข็ง” ดันข้าวไทยแพงสุดในโลก ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้เหลือ 7 ล้านตัน ต่ำสุดรอบ 5 ปี

"ภาษีทรัมป์" ดันนำเข้ากลุ่มอาหารเพิ่ม พาณิชย์ย้ำ เจรจาการค้าต้องเดินต่อ

หอการค้าไทยชี้เกมภาษีสหรัฐฯเดือด เตือนผู้ส่งออกรับมือความผันผวน จี้รัฐเร่งเจรจาการค้า