อัยการยังไม่นัดส่งฟ้อง "แซม-มิน" หารือ DSI ฟ้องเพิ่มผู้ต้องหาคดีดิไอคอน

อาชญากรรม
12:09
จำนวนผู้ชม 608
อัยการยังไม่นัดส่งฟ้อง "แซม-มิน" หารือ DSI ฟ้องเพิ่มผู้ต้องหาคดีดิไอคอน
อัยการยังไม่นัด "แซม-มิน" ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนฯ ส่งฟ้องต่อศาล พร้อมเร่งทำคดีนอกราชอาณาจักรหลังพบผู้เสียหาย 30 คนใน 13 ประเทศ

วันนี้ (27 ก.พ.2569) นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 17/2568 นำโดย ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพนักงานอัยการ ร่วมประชุมตรวจสอบกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มเติมนอกราชอาณาจักรของบริษัท ดิไอคอนฯ ที่ร่วมลงทุน มีจำนวน 30 คนจาก 13 ประเทศ พบมูลค่าความเสียหายประมาณ 9 ล้านบาท

และคดีพิเศษที่ 18/2568 ซึ่งดำเนินการสอบปากคำพยานผู้เสียหายของบริษัท ดิไอคอนฯ เพิ่มเติมที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เสียหายที่ตกค้าง ยังไม่ได้ถูกสอบปากคำในสำนวนคดีหลักก่อนหน้านี้ มีผู้เสียหายเพิ่มเติม 2,505 คน พบมูลค่าความเสียหาย 677 ล้านบาท เพื่อแจ้งดำเนินคดีเพิ่มแก่ผู้กระทำผิด

นายวัชรินทร์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้คดีดิไอคอนแยกเป็น 2 ส่วน คือ ความผิดในราชอาณาจักร ซึ่งมีการสั่งฟ้องไปแล้ว แต่มีผู้ต้องหา 2 คนคือ นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ "บอสแซม" และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ "บอสมิน" อาจมีความเห็นไม่ตรงกัน คณะพนักงานอัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้อง และอธิบดีดีเอสไอได้ทำความเห็นแย้งส่งอัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดลงมาแล้วว่า ให้สั่งฟ้องทั้ง 2 คน รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 19 คน

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับนอกราชอาณาจักร ที่มีผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศและได้โอนเงินจากต่างประเทศ หรือความผิดเกี่ยวพันทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งต้องมีอัยการมาร่วมสอบสวน จึงมอบหมายอัยการสำนักงานการสอบสวนหารือวางแนวทาง เนื่องจากผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศใน 13 ประเทศ โดยผู้เสียหายบางส่วนเคยให้การกับตำรวจแล้ว แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา ซึ่งจะมีอัยการร่วมรับฟังการสอบสวนต่างๆ และต้องรอผลสอบสวนผู้เสียหายจากอีกหลายประเทศ รวมถึงรอผลสอบกลับคืนมาให้ครบทุกประเทศก่อน เบื้องต้นวางกรอบระยะเวลาถึงเดือน พ.ค.2569

นอกจากนี้จะมีการเรียกพยานสำคัญ 40 คนที่เคยสอบปากคำแล้ว เช่น พนักงานบริษัทและตำรวจชุดจับกุมมาสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นอีกคดีใหม่คือคดีนอกราชอาณาจักร เพราะคดีมีความต่างกัน โดยคดีในราชอาณาจักร เป็นอำนาจอธิบดีสำนักงานคดีพิเศษ เป็นผู้สั่งฟ้อง ส่วนคดีนอกราชอาณาจักร เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด เป็นผู้สั่งฟ้อง จึงต้องทำสำนวนให้รอบคอบรัดกุม จากนั้นจะพิจารณาว่ามีผู้ต้องหาอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น แม่ทีมที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงอีกจำนวนมาก อาจเป็นผู้ชักชวนมาร่วมลงทุนและได้ผลประโยชน์ตอบแทน

นอกจากนี้เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานชัดเจนจะแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่), พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับผู้ต้องหาทั้ง 19 คน

ส่วนกรณี "บอสมิน-บอสแซม" นายวัชรินทร์ ระบุว่า ต้องสอบถามไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษว่า จะนัดส่งตัวสั่งฟ้องศาลเมื่อใด โดยมีหลักการคือสำนักงานอัยการคดีพิเศษจะทำหนังสือถึงทั้ง 2 คนให้มาพบ เพื่อนำตัวไปฟ้องศาลอาญา แต่หากไม่มา อัยการสำนักงานคดีพิเศษ จะทำหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอให้นำตัวมาทั้ง 2 คนเพื่อสั่งฟ้อง

อ่านข่าว

อัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้อง "บอสแซม-บอสมิน" 5 ข้อหาคดีดิไอคอน

ดีเอสไอ ส่งสำนวน 340,000 แผ่นคดีดิไอคอน “มิน-แซม” ขอเลื่อนพบอัยการคดีพิเศษ

ปธ.ศาลฎีกา ตั้งคณะไต่สวน "เอกวิทย์ " กรรมการ ป.ป.ช. ปมรับสินบนทองคำ