สังเกตอย่างไร ระหว่าง "อาการเมา" กับ "อาการสโตรก"

สังคม
12:13
จำนวนผู้ชม 568
สังเกตอย่างไร ระหว่าง "อาการเมา" กับ "อาการสโตรก"

เมื่อป่วยหนักพูดลำบาก พูดได้ไม่ชัด เช่น ภาวะสโตรก หรือ เส้นเลือดในสมองแตก ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังมีสติรับรู้ในช่วงแรก แต่ไม่สามารถสื่อสารเป็นคำพูดได้ ทำให้หลายครั้งถูกเข้าใจผิดว่าอยู่ในอาการ "มึนเมา" หรือ "เมาแล้วขับ" จนทำให้การช่วยเหลือทางการแพทย์ล่าช้า และอาจสูญเสียช่วงเวลาสำคัญในการรักษาชีวิตได้

กรณีล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ชายอายุ 42 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ขับรถออกไปทำงานตามปกติ แต่ระหว่างทางเริ่มมีอาการแขนขาอ่อนแรงและพูดไม่ชัด เจ้าตัวพยายามประคองรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านจึงโทรแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ กลับเข้าใจว่าผู้ขับขี่อยู่ในอาการมึนเมา เนื่องจากไม่สามารถพูดสื่อสารหรือให้ข้อมูลได้ชัดเจน จึงเรียกกำลังเสริมก่อนควบคุมตัวใส่กุญแจมือและนำขึ้นรถกระบะไปยังสถานีตำรวจ แม้จะมีผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ชายคนดังกล่าวพยายามยกมือทำสัญญาณ "SOS" เพื่อขอความช่วยเหลือ

ภายหลังจึงทราบว่า ชายคนดังกล่าวมีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก อาการวิกฤต หมดสติ และต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน และยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ภรรยาของผู้ป่วยออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจ "สายไหมต้องรอด"

อ่านข่าว : ตร.อยุธยา สั่งตั้งกรรมการสอบ ปมจับชายป่วยเส้นเลือดในสมองแตก คิดว่าเมา

ในประเด็นนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุรถเฉี่ยวชนในพื้นที่ เข้าตรวจสอบและพบผู้ขับขี่มีอาการคล้ายผู้มึนเมา ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ชัดเจน จึงดำเนินการตามขั้นตอนของการปฏิบัติหน้าที่

ต่อมา พบว่าผู้ขับขี่มีอาการผิดปกติทางร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดฯ ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่ามีข้อบกพร่องหรือการปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบ จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภาวะฉุกเฉิน เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และอาการของโรคสโตรกในระยะแรกอาจทำให้ผู้ป่วยพูดไม่ชัด เดินเซ หรือสื่อสารไม่ได้ จนอาจถูกเข้าใจผิดว่าอยู่ใน ภาวะมึนเมา

ดังนั้น การทำความเข้าใจและสังเกตอาการของโรคสโตรกจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ก็อาจช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มโอกาสให้กับชีวิตของผู้ป่วยได้

สัญญาณเตือน โรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก)

"โรคหลอดเลือดสมอง" หรือ สโตรก ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของของประเทศไทย โดยข้อมูล จากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2567 พบผู้ป่วยสะสมโรคหลอดเลือดสมอง กว่า 3.63 แสนคน ขณะที่ รายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 3.79 หมื่นคน

อย่าประมาทกับสุขภาพของตัวเอง เพราะโรคอาจมาโดยไม่ทันตั้งตัว

โรคหลอดเลือดสมอง มีอาการหลายอย่างที่ส่งผลต่อ "ระบบประสาท" และ "กล้ามเนื้อ" สัญญาณเตือนที่หลายคนอาจเคยได้ยิน คือหลัก "BE FAST" ซึ่งใช้สังเกตอาการสำคัญของโรค เพราะโรคหลอดเลือดสมองถือเป็นภาวะฉุกเฉิน หากพบสัญญาณเหล่านี้ต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

  • B - Balance (เสียการทรงตัว) มีอาการเวียนศีรษะเฉียบพลัน ทรงตัวลำบาก เดินเซ หรือเสียการควบคุมร่างกาย
  • E - Eyes (สายตามีปัญหาเฉียบพลัน) มองไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน สูญเสียการมองเห็นบางส่วน
  • F - Face (ใบหน้าบิดเบี้ยว) ปากเบี้ยว มุมปากตก หรือยิ้มแล้วใบหน้าไม่สมดุล
  • A - Arms (แขนขาอ่อนแรง) ยกแขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งไม่ขึ้น หรืออ่อนแรง อาจมีอาการชา หรือขยับแขนขาได้ไม่เต็มที่
  • S - Speech (พูดลำบาก พูดไม่ชัด) พูดไม่ชัด เสียงเปลี่ยน ลิ้นแข็ง พูดไม่รู้เรื่อง พูดไม่ออกทันทีทันใด
  • T - Time (เวลาเป็นสิ่งสำคัญ) หากพบสัญญาณข้างต้น รีบโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที

หากไปพบแพทย์ช้าอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรืออาจจะกลายเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

อ่านข่าว : B.E.F.A.S.T. รู้ทันสัญญาณ "โรคหลอดเลือดสมอง"

สังเกตอย่างไร ระหว่าง "อาการเมา" กับ "อาการสโตรก"

เส้นเลือดสมองแตก (สโตรก) เป็นภาวะที่เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบ ตัน หรือแตก ทำให้ขัดขวางการนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์สมองส่งผลให้เนื้อสมองถูกทำลาย สูญเสียการทำหน้าที่จนเกิดอาการของอัมพฤกษ์ อัมพาต และในกรณีรุนแรงอาจเสียชีวิตได้

อาการของภาวะสมองขาดเลือดมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ผู้ป่วยอาจมีอาการชาที่ใบหน้า ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนหรือขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เคลื่อนไหวลำบาก เดินเซ ปวดศีรษะมาก ตามัวมองเห็นไม่ชัด โดยอาการเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด

ขณะที่ ผู้ที่มึนเมาจากแอลกอฮอล์ มักมีกลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจอย่างชัดเจน ใบหน้าโดยรวมยังดูปกติ แต่อาจมีอาการสะลึมสะลือ การทรงตัวไม่ดีหรือเดินเซ ตรงนี้ก็อาจแล้วแต่ปริมาณที่แต่ละคนดื่มเข้าไป และบางคนอาจแสดงพฤติกรรมโวยวายหรือโต้ตอบได้ตามสัญชาตญาณ

คนมึนเมาแอลกอฮอล์ มีกลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจนจากลมหายใจ, หน้าตาปกติ แต่อาจดูสะลึมสะลือ, อ่อนแรงหรือเซทั้งตัวแบบไม่มีทิศทาง, มักจะโวยวาย ตอบโต้ได้บ้างตามสัญชาตญาณ

หากไม่มีกลิ่นเหล้า + อาการเกิดฉับพลัน + มีอาการ ข้างเดียว (หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรงข้างเดียว) อย่าคิดว่าเมา รีบส่งโรงพยาบาลทันที เพราะทุกนาที = เท่ากับทางรอด

ครั้งหน้าถ้าเจอใครเดินเซ พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยวข้างเดียวอย่ารีบตัดสินว่าเมา ลองใช้ FAST ตรวจด่วน แล้วรีบช่วยชีวิตเขาไว้ก่อนดีกว่า เพราะบางครั้งไม่ใช่ "อาการเมา" แต่อาจคือ "สโตรก" และควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพราะทุกนาทีมีความสำคัญต่อการรักษา

อ้างอิงข้อมูล : ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, กรมควบคุมโรค

มองอนาคต "อิหร่าน" ใครจะเป็น "ผู้นำสูงสุดคนใหม่"

"กกพ." ปรับแผนจัดหา "Spot LNG" เพิ่ม 3 เที่ยวเรือ รับสถานการณ์ตะวันออกกลาง

อัปเดต 2569 เบอร์ฉุกเฉินสถานทูต-กงสุลไทยทั่วโลก รวม "ตะวันออกกลาง"