"พาณิชย์" รุกตลาดญี่ปุ่น ขน “มันสำปะหลัง” ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภค

เศรษฐกิจ
12:15
จำนวนผู้ชม 431
"พาณิชย์" รุกตลาดญี่ปุ่น ขน “มันสำปะหลัง” ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภค
Botnoi Voice
พาณิชย์ ขนผู้เชี่ยวชาญ เอกชน สมาคมมันสำปะหลัง บุกตลาดญี่ปุ่น หวังขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โดยเฉพาะสินค้ามันอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลัง และแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภคในญี่ปุ่น เล็งขยายไปตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกาเหนือ

วันนี้ (6 มี.ค.2569) นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ  กล่าวว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นนำเข้ามันอัดเม็ดไปเป็นอาหารสุกร เพราะทำให้เนื้อสุกรมีคุณภาพดี กรมฯ จึงมีเป้าหมายในการต่อยอดจากอาหารสุกรด้วยการสนับสนุนให้มันอัดเม็ดเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารโคนมโคเนื้อ เนื่องจากญี่ปุ่นมีประชากรโคจำนวนมาก และเกษตรกรให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพที่ส่งผลดีต่อคุณภาพของเนื้อและนม   โดยกรมได้นำ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และภาคเอกชนจาก 4 สมาคมมันสำปะหลังกว่า 37 ราย เดินทางไปขยายตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไทย ที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ช่วงวันที่ 25-26 ก.พ. 2569 เพื่อผลักดันการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โดยเฉพาะสินค้ามันอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลัง และแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม

นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

รวมถึงหารือกับผู้ประกอบการภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายสำคัญของญี่ปุ่น ในภาคปศุสัตว์ เช่น สหพันธ์สมาคมการเกษตรแห่งชาติ (ZEN-NOH) เพื่อส่งเสริมการใช้มันอัดเม็ดของไทยเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยได้ให้ข้อมูลด้านคุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ของสูตรอาหารสัตว์ที่มีมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับผู้ประกอบการและผู้นำเข้ารายสำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค ได้แก่ บริษัท ITOCHU Corporation บริษัท Toyota Tsusho Corporation บริษัท Sojitz Foods Corporation เพื่อส่งเสริมการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น แป้งมันสำปะหลังแปรรูป (Modified Starch) โดยปัจจุบันญี่ปุ่นมีการนำเข้าแป้งมันสำปะหลังแปรรูป ชนิด acetylated ไปใช้ในอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการจับตัว  (binding) นอกจากนี้ แป้งมันสำปะหลังของไทยสามารถแปรรูปเป็นพลาสติกชีวภาพซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น ยังได้รับความสนใจจากภาคเอกชนของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

ภาพประกอบข่าว

รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวอีกว่า  นอกจากตลาดญี่ปุ่นที่เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงแล้ว กรมมีแผนขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปยังขยายตลาดใหม่ ที่มีศักยภาพ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ เป็นต้น โดยเน้นขยายตลาดสินค้ามันสำปะหลังเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมอาหาร กาว กระดาษ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงตลาดเดียว เน้นการสินค้าส่งออกพรีเมียมที่มีคุณภาพดีและมีคุณสมบัติโดดเด่น เช่น การเป็นพืชคาร์โบไฮเดรตที่ให้ พลังงานสูง Non-GMO และ Non-Gluten เพื่อเพิ่มความต้องการสินค้ามันสำปะหลังในตลาดโลก รวมถึงเพิ่มโอกาสทางการค้าและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกไทย ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจ ให้กับเกษตรกรไทยว่าจะมีตลาดรองรับผลผลิต สร้างรายได้ให้เกษตรกร และจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม มันสำปะหลังไทยทั้งระบบ

ส่วนแนวทางการยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังสำหรับการแข่งขันในตลาดโลก จะต้องสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านสินค้านวัตกรรม  โดยปรับเปลี่ยนการส่งออกสินค้าขั้นพื้นฐานไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น แป้งมันสำปะหลัง พรีเมียมสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอร์รี่ ที่มีจุดแข็งในการเป็นสินค้า ปราศจากกลูเตน (Gluten free) และไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม (Non GMO

ภาพประกอบข่าว

ไทยยังคงมีจุดแข็งที่โดดเด่น โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตที่นำเทคโนโลยี สมัยใหม่มาใช้ ทำให้สามารถยกระดับการแปรรูปมันสำปะหลังสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และ ตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คุณภาพและมาตรฐาน การผลิตของไทยยังได้รับการยอมรับในระดับสากล  เกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญในการ เพาะปลูก และสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน จนได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลก ด้วยความพร้อม ทั้งด้านปริมาณการผลิตและคุณภาพสินค้า ไทยจึงมีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดญี่ปุ่น

ด้านนายวีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา อุปนายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทยผู้ประกอบการมันสำปะหลังไทย กล่าวว่า  การขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในญี่ปุ่น เป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สามารถใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้หลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค  ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องการใหนวยงานรัฐช่วยเหลือ คือ การขยายโควตาส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ถูกกำหนดไว้เพียง 2 แสนตัน หากเกินจากนี้ต้องเสียภาษีในอัตรา 6.8%

ภาพประกอบข่าว

นายอิทธิพล จีระประพันธุ์กุล กรรมการบริษัท วิชัยอกริเทรด  กล่าวว่า ตลาดญี่ปุ่น มีความน่าสนใจโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ที่ผ่านมาไทยยังเข้าไม่ถึงตลาดดังกล่าว การเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยสำหรับผลิตภัณฑ์มันอัดเม็ด โดยเฉพาะญี่ปุ่นมีการบริโภคเนื้อสัตว์มาก ซึ่งจากการหารือพบว่าบริษัทญี่ปุ่นให้ความสนใจ แต่ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับการส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง ปี 2568 ไทยส่งออกสินค้ามันสำปะหลังรวมปริมาณ 8.25 ล้านตัน สร้างรายได้ให้กับประเทศ มูลค่ากว่า 2,888 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 95,018 ล้านบาท ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น มากกว่า 26 %  เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยส่งออกเป็นมันเส้นและมันอัดเม็ด 27% แป้งมันสำปะหลัง 71% และ กากมัน/สาคู 2% 

ภาพประกอบข่าว

ประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก อันดับ1ยังคงเป็นตลาดจีน  รองลงมาเป็นญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน  มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา  เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์ อินเดีย  และ เวียดนาม  สำหรับการส่งออกไปญี่ปุ่นในปี 2568 ไทยส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไปยังประเทศญี่ปุ่นปริมาณ 3.94 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 261.64 ล้านเหรียญสหรัฐ ปริมาณเพิ่มขึ้น 0.30% และมูลค่าลดลง 11.23% จาก ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า  สำหรับราคามันสำปะหลัง ปัจจุบันเชื้อแป้ง 25 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่กิโลกรัมละ 2.70 -3 บาท  แม้ราคาจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนหน้า หากสามารถผลักดันการส่งออกได้เชื่อว่าจะช่วยยกระดับราคาให้เกษตรกร คาดว่าปีนี้ผลผลิตมันสำปะหลังจะอยู่ที่ 25 ล้านตัน โดยช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม เป็นช่วงที่ผลผลิตออกมากเฉลี่ย 20 % ต่อเดือน

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ว่า ราคามันสำปะหลังไทยเคยร่วงหนัก 2 ช่วงในรอบ 10 ปี ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดทุน จากความต้องการนำเข้าของจีนที่ลดลง 10 ปีที่ผ่านมา ราคามันสำปะหลังต่ำกว่าต้นทุนการเพาะปลูก 2 ช่วง คือ ช่วงปี 2016-2017  จีนระบายสต็อกธัญพืชที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับราคาข้าวโพดที่เป็นพืชแข่งขันถูกกว่ามันเส้น ทำให้ปี 2016-2017 จีนลดการนำเข้ามันเส้น จากไทยราคาเฉลี่ยมันฯ อยู่ที่ 1.23 บาท/กก.

ภาพประกอบข่าว

และ ช่วงปี 2024-2025  จีนลดการนำเข้ามันเส้นจากไทย เนื่องจากจีนยังมีสต็อกธัญพืชอยู่ในระดับสูงและราคาข้าวโพดซึ่งเป็นวัตถุดิบทดแทนมีราคาถูกกว่ามันเส้น นอกจากนั้น จีนยังลดสัดส่วนการนำเข้าแป้งมันจากไทยหลังจีนพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดย ณ ไตรมาส 2 ปี 2025 ราคามันฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 1.44 บาท/กก. สูงกว่าในช่วงก่อนเล็กน้อย แต่เกษตรกรยังขาดทุนใกล้เคียงกันที่ 0.67 บาท/กก. เนื่องจากมีต้นทุนเพิ่มขึ้นและผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ที่ลดลง

ทั้งนี้ราคามันสำปะหลังที่ลดลง นอกจากมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่จีนซึ่งเป็นตลาดหลักของไทยหันมาพึ่งพาตนเองมากขึ้น ส่งเสริมการใช้ธัญพืชในประเทศ และลงทุนสนับสนุนการปลูกมันสำปะหลังในประเทศเพื่อนบ้านที่มีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทย รวมถึงปัจจัยชั่วคราวที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้น ทำให้ความสามารถในการแข่งขันเทียบกับเวียดนามที่เป็นคู่แข่งสำคัญลดลง   ดังนั้น เกษตรกรไทยจะอยู่รอดได้จำเป็นต้องยกระดับผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น

 

 อ่านข่าว:

เจาะตลาดญี่ปุ่น หุ้นส่วน "ยุทธศาสตร์" ไทย สู้สงครามการค้ารอบใหม่

ถึงเวลา “สินค้าเกษตรไทย” ต้องปรับตัว ลุยอาหารสุขภาพสร้างความยั่งยืน

ส่งออกข้าวปี 68 ทะลุเป้า  7.9 ล้านตัน พณ.เร่งรุกตลาดศักยภาพ รักษาตลาดเดิม