คำสั่งนายกฯ ประกาศระงับส่งออก-สำรองน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

สังคม
19:19
จำนวนผู้ชม 2,132
คำสั่งนายกฯ ประกาศระงับส่งออก-สำรองน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป (เบนซิน ดีเซล Jet A1 LPG) ชั่วคราว รับมือเหตุความไม่สงบตะวันออกกลาง กระทบช่องแคบฮอร์มุซ ให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองเพิ่มเป็น 1.5% และ 3% ยกเว้นบางกรณี เปิดผ่อนผันหากเสียหายมาก

วันนี้ (6 มี.ค.2569) ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่ง นายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่านได้ทวีความตึงเครียดและนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรงโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย อีกทั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 นายกรัฐมนตรี จึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

1.คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

2.ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงระงับการส่งออกไปนอก

ราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

(1) น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่

(ก) น้ำมันเบนซิน

(ข) น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน

(ค) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว

(ง) น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ 1

(2) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว

3. คำสั่งนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) การส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

(2) น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

(3) น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้

4. ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 (1) ที่ผลิตในราชอาณาจักร ในอัตราร้อยละ 1.5 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 และในอัตราร้อยละ 3 ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2569

การคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงและเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

5. ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 แสดงหลักฐานเป็นหนังสืออันฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ไม่อาจสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กำหนดในข้อ 4 ได้ หรือการสำรองนั้นจะทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้องได้รับความเสียหายเกินสมควร ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวมิให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง หรือให้ลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองได้ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร ในการนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะกำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้

สั่ง ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2569

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

อ่านข่าว :

13 สมาคมขนส่งเรียกร้องรัฐตรึงดีเซล 29.94 บาท กังวลขัดแย้งตะวันออกกลาง

ไฟไหม้ "โรงงานทินเนอร์" ฉะเชิงเทรา ปภ.ระดมรถน้ำคุมเพลิง

ศึกตะวันออกกลางวันที่ 7 "ทรัมป์" เผยต้องมีส่วนร่วมเลือกผู้นำสูงสุดอิหร่าน