วันนี้ ( 9 มี.ค.2569) ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ทีทีบี) รายงานสถานการณ์ค่าเงินบาทประจำสัปดาห์ ระบุว่า เงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ล่าสุดอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31.76 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 31.70–32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตลอดสัปดาห์นี้ สอดคล้องกับดัชนีเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าทะลุจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี เป็นผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น รวมถึงราคาทองคำที่เริ่มมีสัญญาณพักฐานช่วงปลายสัปดาห์
ขณะเดียวกัน รายงานข่าวเกี่ยวกับการเจรจาและปฏิเสธของอิหร่านต่อการเปิดเจรจา ส่งผลให้ความผันผวนในตลาดการเงินยังคงสูง ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและการตอบโต้ทางทหารยังดำเนินต่อเนื่องและมีแนวโน้มขยายวงกว้าง ด้านความมั่นคงทางทะเล ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการรับประกันความเสี่ยงและการคุ้มครองเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเตรียมกำลังทัพเรือ เพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน หลังเหตุการณ์ทำให้การขนส่งทางน้ำหยุดชะงักในหลายเส้นทาง
ด้านมาตรการเศรษฐกิจสหรัฐฯ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อัตราภาษีนำเข้าจะปรับขึ้นจาก 10 % เป็น 15 % ในเร็ววันนี้ และคาดว่าจะกลับสู่ระดับเดิมภายในเดือน ส.ค. ก่อนที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยประเด็นยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีทรัมป์
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ก.พ.ของสหรัฐฯ ลดลง 92,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าประมาณการซึ่งอยู่ที่ 58,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยตัวเลขเดือนมกราคมยังถูกปรับลดลงด้วย สาเหตุสำคัญบางส่วนมาจากปัจจัยชั่วคราว เช่น การประท้วงของบุคลากรทางการแพทย์และการลดกำลังคนในภาครัฐ
ด้านกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.85-32.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดที่ 31.92 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือน หลังซื้อขายในกรอบ 31.13-31.92 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในตะวันออกกลาง ขณะที่ระยะเวลาของความขัดแย้งและขนาดของผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ตลาดกังวลว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ข้อมูลภาคบริการสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งรวมถึงความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากสงคราม ทำให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แม้เฟดให้ความเห็นว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลกระทบของความขัดแย้งต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์ลดช่วงบวกท้ายสัปดาห์ หลังตัวเลขจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ออกมาย่ำแย่เกินคาด ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทย 13,471 ล้านบาท และ 18,774 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซนับเป็นเหตุการณ์ Black Swan ในโลกพลังงาน ตลาดจะผันผวนตามพาดหัวข่าวต่างๆ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของความขัดแย้ง และดูว่ามีการเกี่ยวข้องของประเทศตะวันตกรวมถึง NATO ในระดับใด หากสถานการณ์การสู้รบยืดเยื้อ ค่าเงินดอลลาร์จะได้แรงหนุนต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถรับมือกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นได้ดีกว่าหลายประเทศ เมื่อปี 2565 ดอลลาร์พุ่งขึ้นจาก Shock ด้านพลังงานหลังการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ซึ่งเร่งให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยจากระดับต่ำมาก แตกต่างจากปัจจุบันซึ่งดอกเบี้ยอยู่ในระดับค่อนข้างตึงตัว ทำให้เฟดไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยทันทีในรอบนี้ ภาวะดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันด้านการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ได้บ้าง
ทั้งนี้การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบทุก 10 ดอลลาร์จะกระทบดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย 0.9 % ต่อจีดีพี สะท้อนความอ่อนไหวของค่าเงินบาทต่อการหยุดชะงักของการจัดหาพลังงานทั่วโลก ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 0.88 % y-o-y ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เงินเฟ้ออาจเริ่มสูงขึ้นในเดือน มี.ค.ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางและประเมินว่าหากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ราว 80-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้ออาจเร่งตัวสู่ระดับ 1-3 % ในปีนี้
อ่านข่าว:
เงินบาทสัปดาห์นี้ ซื้อขาย 31.00-31.60 บาท/ดอลลาร์ จับตาความเสี่ยงต้นทุนพลังงานพุ่ง
“บาทแข็ง” ดันข้าวไทยแพงสุดในโลก ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้เหลือ 7 ล้านตัน ต่ำสุดรอบ 5 ปี
“เงินบาท” ซื้อขาย 30.80-31.30 ลุ้นผลประชุมกนง. 25 ก.พ.นี้
