ทองคำ "แรงตก" ขัดแย้ง "ภูมิรัฐศาสตร์" ความชินชาของนักลงทุน

เศรษฐกิจ
13:30
จำนวนผู้ชม 460
 ทองคำ "แรงตก" ขัดแย้ง "ภูมิรัฐศาสตร์" ความชินชาของนักลงทุน

81,950 บาททองคำ คือ ราคาทองที่ดีดสูงสุดในปี2569  ก่อนที่ราคาจะผันผวนปรับขึ้นลง ยิ่งกว่ารถไฟตีลังกาเหาะ เมื่อราคาต่ำสุดอยู่ที่ 64,550 บาททองคำ  และราคาปรับขึ้นสูงสุดอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอล-อิหร่านโดยมีสหรัฐฯร่วมวงโจมตีด้วย ระยะแรกได้สร้างความตื่นตระหนกให้นักลงทุนอีกระลอก ที่ทั้งแห่เข้าซื้อและขายทองคำหวังเก็งกำไร  แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่วัน ทองคำกลับแรงตกเอาเสียดื้อๆ 

ภาพประกอบข่าว  ทองคำ

จนสมาคมค้าทองคำถึงชั้นประกาศหยุดซื้อขายทองคำแท่งชั่วคราวในช่วงผลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติและเกิดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตลาดทองคำทั่วโลกปิดทำการ ทำให้ไม่มีราคาอ้างอิงที่แน่นอน  และราคาทองคำอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 150-200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และอาจได้เห็นราคาทองคำในประเทศแตะระดับ 80,000 บาท หากสถานการณ์รุนแรงยืดเยื้อ

ราคาทองที่ปรับขึ้นสูงสุด ตอบรับความขัดแย้งของภูมิรัฐศาสตร์ กลับไม่ได้ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ตลาดเทขายทำกำไรและราคาไม่ได้ดีดขึ้นอย่างที่นักลงทุนคาดหวัง เกิดคำถามจากนักลงทุนว่า หรือสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยุติ ตลาดหันไปลงทุนในสอนทรัพย์อื่นแทนทองคำ

ภาพประกอบข่าว  ทองคำ

 ย้อนเวลาทอง ก่อน"สงครามอิหร่าน-อิสราเอล"ระอุ

ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา  ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด   วิเคราะห์ ไทม์ไลน์  ปี2567 เริ่มวันที่ 1 เม.ย.67 อิสราเอลโจมตีสถานทูตอิหร่านในซีเรีย อิหร่านยังไม่ตอบโต้กลับทันที หลังจากนั้นวันที่ 13 เม.ย.67 อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโดรนและขีปนาวุธใส่อิสราเอลโดยตรงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในช่วงระยะเวลาที่มีความขัดแย้งกันระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลนำไปสู่สงคราม ทำให้ราคาทองปรับขึ้นต่อเนื่องราว 200 ดอลลาร์ ในที่สุดสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้มีแรงเทขายทองคำอย่างหนัก ราคาทองคำปรับตัวลงแรงถึง 100 ดอลลาร์ภายใน 1 วัน

 

สงครามอิหร่าน-อิสราเอล 12 วัน (วันที่ 13-24 มิ.ย.2568) สงครามเริ่มขึ้นในเช้าวันที่ 13 มิ.ย.67อย่างเป็นทางการ หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน และ อิหร่านโจมตีตอบโต้อิสราเอลกลับทันที หลังจากนั้นมีการโจมตีสู้รบระหว่างทั้ง 2 ประเทศยืดเยื้อราวกว่า 1 สัปดาห์ ในขณะที่ตลาดรอดูท่าทีของสหรัฐว่าจะเข้ามาร่วมในความขัดแย้งในครั้งนี้หรือไม่

ภาพประกอบข่าว  ทองคำ

 จนวันที่ 22 มิ.ย.68 สหรัฐฯโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง วันที่ 24 มิ.ย. ทรัมป์ประกาศอิหร่าน-อิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิง สงครามได้สิ้นสุดลง ทำให้มีแรงเทขายทองคำอย่างหนัก สงครามอิหร่าน-อิสราเอล 12 วันทำให้ราคาทองปรับขึ้นราว  150 ดอลลาร์ แต่ที่น่าสังเกตราคาทองปรับขึ้นเพียงระยะสั้น 2-3 วัน หลังจากนั้นเริ่มมีแรงเทขายทำกำไรและลดลงกลับมาที่ราคาทองจุดเดิมก่อนสงคราม

 

สงครามสหรัฐฯ อิสราเอล-อิหร่านปี 2569

ปี2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่อิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ โรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลราว 1 ใน 5 ของการใช้น้ำมันทั่วโลก โดย สหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านจะใช้เวลาเพียง 4–5 สัปดาห์เท่านั้น และจะไม่กลายเป็น “สงครามยืดเยื้อไม่รู้จบ” แบบที่เคยเกิดขึ้นในอัฟกานิสถานหรืออิรัก ราคาทองคำปรับขึ้นแรงราว 140 ดอลลาร์ ในการซื้อขายวันแรกหลังเกิดสงคราม แต่วันถัดมาราคาทองลงแรง 4%

ภาพประกอบข่าว  ทองคำ

 เงินดอลลาร์แข็ง-นักลงทุนเทขายทอง ฉุดทองร่วง

อย่างไรก็ตาม เกิดคำถาม ว่า ทำไม ? ทองคำถูกเทขายทั้งที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย  ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วิเคราะห์สาเหตุไว้ 2 ปัจจัย คือ  เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่เกิดสงครามราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 18% สิ่งที่ตามมาคือเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น และอาจจะทำให้เฟดชะลอการลดดอกเบี้ยหรืออาจไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ล่าสุดตลาดมีมุมมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยปีนี้เพียง 1 ครั้ง จากเดิม 2 ครั้งก่อนเกิดสงคราม

 ดังนั้นต้องติดตามการประชุมเฟดในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ คาดว่าตรึงอัตราดอกเบี้ยที่เดิม แต่ต้องติดตามคำแถลงการณ์หลังการประชุมว่าเฟดมีมุมมองต่อเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยเปลี่ยนไปหรือไม่ หลังเกิดสงคราม ซึ่งประธานเฟด สาขามินนิอาโปลิส เผยว่าในปีนี้คาดว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ชะลอลงจะเปิดทางให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง แต่ขณะนี้จำเป็นต้องรอดูแรงกระแทกใหม่จากสงครามที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจะยาวนานแค่ไหน และมีขนาดใหญ่เพียงใด

ภาพประกอบข่าว  ทองคำ

ปัจจัยที่ 2 คือ  นักลงทุนสถาบันและเทรดเดอร์ในต่างประเทศเทขายทองคำเพื่อถือเงินสด ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ทองคำให้ผลตอบแทนโดดเด่นสูงสุดอันดับ 4 รองจากตลาดหุ้นไต้หวัน  (+48%) โลหะเงิน (+31%)  น้ำมันดิบเบรนท์ (+27%)  ทองคำ (+22%)  ทำให้มีแรงเทขายทองคำออกมาเพื่อถือเงินสดหรือนำเงินสดไปชำระ Margin call หรือชดเชยผลขาดทุนจากการลงทุนในตลาดหุ้น

ราคาทองคำปรับขึ้นแรงในช่วงแรกของการเกิดสงคราม หลังจากนั้นเริ่มมีแรงเทขายออกมาและส่วนใหญ่จะปรับตัวลงกลับมาที่จุดเดิมก่อนเกิดสงคราม สงครามในรอบนี้คาดว่าจะไม่ได้ปรับตัวขึ้นตอบรับทางบวกมากนัก แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปว่าจะทำให้เกิด Stagflation หรือไม่

 

ตลาดทองโลกกังวล “ภาษีทรัมป์”ปะทุอีกรอบ

ในขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การค้าโลกอาจกลับมาผันผวนอีกครั้ง หลังศาลสรัฐฯมีคำสั่งยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ โดยวินิจฉัยว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตตามกฎหมาย IEEPA   อาจส่งผลให้ภาษีทรัมป์ ที่กำลังจะปะทุอีกระลอก

อย่างไรก็ตามหลังคำตัดสินของศาลทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% และขู่ปรับขึ้นเป็น 15% โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีกำหนดภาษีชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาขาดดุลการค้าได้ไม่เกิน 15% เป็นเวลา 150 วัน หากต้องการขยายต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส แม้ในทางปฏิบัติสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกที่ 10% มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ก.พ. แต่ล่าสุดรมว.คลังสหรัฐฯ เผยว่าสหรัฐฯ มีแผนปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลก จากเดิม 10% เป็น 15% คาดเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์นี้

ภาพประกอบข่าว  ทองคำ

ไทย 1 ใน 9ประเทศ ได้ประโยชน์จาก มาตรการ 122

การที่สหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรา 122 ทำให้เกิดคำถามต่อข้อตกลงการค้าที่เคยเจรจาไว้ก่อนหน้า โดย 9 ประเทศที่ได้ประโยชน์จากอัตราภาษีลดลง ได้แก่ จีน บราซิล อินเดีย เวียดนาม ไทย ไต้หวัน มาเลเซีย เม็กซิโก และแคนาดา อาจต้องกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาใหม่ มองว่าคำตัดสินศาลสูงครั้งนี้อาจเพิ่มอำนาจต่อรองให้ประเทศคู่ค้า นอกจากนี้เองสหรัฐฯ อาจใช้กฎหมายที่ใช้ได้ยาวนานมาแทนที่มาตรา 122 ที่เป็นมาตรการชั่วคราว 150 วัน ซึ่งอาจเลือกใช้มาตรา 201 ว่าด้วยการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ มาตรา 232 ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และมาตรา 301 ว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม  

ภาพประกอบข่าว  ทองคำ

ความแน่นอนจากเรื่องภาษีทรัมป์  นำไปสู่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทำให้คาดว่าราคาทองคำมีแนวโน้มจะกลับมาปรับขึ้นได้ในระยะอนาคต

ทั้งนี้นักลงทุนควรเข้าซื้อสะสมที่ราคาทองโลก 5,000 ดอลลาร์หรือต่ำกว่า ราคาทองไทย 75,700 บาทหรือต่ำกว่า แต่ทั้งนี้ควรเน้นใช้เงินลงทุนที่เป็นเก็บมากกว่าเงินหมุนเวียน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในตลาดลงทุน สำหรับราคาทอง ช่วงบ่าย ผันผวน 27 ครั้ง ลบ 550 บาท  ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 77,400 บาท และราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 77,200 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 78,200บาท และราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 75,663.56  บาท ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 5,091 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 32.13 บาทต่อดอลลาร์

 

อ่านข่าว:

“ทองคำ”จะไปต่อหรือพอแค่นี้ สหรัฐฯ เดินเกม “ล้อมจีน”

“ทองคำ” แค่ปรับฐาน YLG มั่นใจปีนี้ ทะลุ 5,596 ดอลลาร์/ออนซ์  

ตลาดทุนโลกสะเทือน วิกฤตตะวันออกกลาง ดัน "ราคา" น้ำมัน-ทองคำพุ่ง