วันนี้ (10 มี.ค.2569) ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ยังไม่จำเป็นต้องนำสต็อกน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Petroleum Reserve (SPR) ออกมาใช้เพื่อลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความขัดแย้งทางทหารระหว่าง สหรัฐฯ - อิสราเอล กับ อิหร่าน ที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569
สำนักข่าว Associated Press (AP) รายงานโดยอ้างคำสัมภาษณ์ของทรัมป์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทรัมป์ให้เหตุผลว่าสหรัฐฯ ยังมีปริมาณน้ำมันในประเทศมหาศาลเพียงพอ และไม่จำเป็นต้องใช้คลังสำรองในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียชั่วคราวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
การผ่อนปรนดังกล่าวอนุญาตให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดิบไปยังอินเดียได้จนถึงวันที่ 4 เม.ย.2569 ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรักษาเสถียรภาพอุปทานน้ำมันในตลาดโลก ปธน.สหรัฐฯ มีอำนาจเต็มในการสั่งนำ SPR ออกใช้ เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และราคาน้ำมันเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของพรรครีพับลิกันในปี 2569
คลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ SPR ของสหรัฐฯ ถูกเก็บไว้ในถ้ำเกลือใต้ดินขนาดใหญ่ใน 2 รัฐหลัก ได้แก่ รัฐเท็กซัส และ รัฐหลุยเซียนา ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ปัจจุบัน SPR มีกำลังการจุรวมกว่า 700 ล้านบาร์เรล ตามข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เมื่อสิ้นเดือน ก.พ.2569 คลังนี้ยังคงมีน้ำมันเหลืออยู่ประมาณ 415 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากระดับราว 395 ล้านบาร์เรลเมื่อสิ้นเดือน ก.พ.2568
สหรัฐฯ เริ่มจัดตั้ง SPR หลังจากเกิดวิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ในปี 2516 เมื่อกลุ่มประเทศอาหรับผู้ส่งออกน้ำมัน (OAPEC) ซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบีย ประกาศงดส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สนับสนุนอิสราเอล หลังสงครามยมกิปปูร์ (Yom Kippur War) ที่อียิปต์และซีเรียเปิดฉากเพื่อทวงคืนดินแดนที่อิสราเอลยึดครองตั้งแต่สงคราม 6 วันในปี 2510
และกลุ่มประเทศ OAPEC งดส่งออกน้ำมันไปยังสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น โปรตุเกส โรดีเชีย และแอฟริกาใต้ แม้มาตรการนี้จะถูกยกเลิกในเดือน มี.ค.2517 แต่ตลาดน้ำมันโลกยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบร้อยละ 300 จากระดับประมาณ 3 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นเกือบ 12 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาในสหรัฐฯ สูงกว่าราคาเฉลี่ยของตลาดโลกมาก
ต่อมาในปี 2522 โลกเผชิญวิกฤตน้ำมันครั้งที่ 2 จากปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน ทำให้ SPR กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของสหรัฐฯ คลังนี้ช่วยให้สหรัฐฯ มีน้ำมันสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยเคยมีปริมาณสูงสุดที่ 726.6 ล้านบาร์เรลเมื่อกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันสหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกน้ำมันมากกว่านำเข้า แต่ยังคงรักษา SPR ไว้เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน
สหรัฐฯ เคยนำ SPR ออกใช้หลายครั้งด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น เพื่อลดผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคน การปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อดีต ปธน.โจ ไบเดน สั่งนำออกใช้จำนวนมากในปี 2565 หลังรัสเซียบุกยูเครน ทำให้ระดับ SPR ลดลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980
ก่อนหน้านั้น ในปี 2534 อดีต ปธน.จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช สั่งนำออกใช้เกือบ 34 ล้านบาร์เรลในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย แต่ใช้จริงเพียง 17 ล้านบาร์เรล ในปี 2554 อดีต ปธน.บารัค โอบามา สั่งนำออกใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุปทานน้ำมันที่สะดุดในประเทศลิเบีย
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความขัดแย้ง สหรัฐฯ - อิสราเอล กับ อิหร่าน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จากทะเลเหนือและ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยเมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ราคาเบรนท์อยู่ที่ราว 114 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 จากราคาปิดวันศุกร์ (6 มี.คง) ที่ 92.69 ดอลลาร์ และ WTI เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จาก 90.90 ดอลลาร์
ทรัมป์ยืนยันว่า นอกจากไม่จำเป็นต้องนำ SPR ออกใช้แล้ว เขายังมีแผนเพิ่มปริมาณ SPR ในอนาคต "เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม" แม้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในสหรัฐฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 3.41 ดอลลาร์/แกลลอนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 0.43 ดอลลาร์จากสัปดาห์ก่อน การขึ้นราคาพลังงานส่งผลกระทบหนักต่อผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยในสหรัฐฯ ซึ่งต้องสูญเสียสัดส่วนรายได้มากขึ้นจากค่าเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น
อ่านข่าวอื่น :
สมาคมนักข่าวฯ เรียกร้องเพจผู้สนับสนุนนักการเมือง ยุติคุกคาม ข่มขู่สื่อมวลชน
ย้อนเส้นทาง "ซีอีโอหมื่นล้าน-แอ็คมี่ วรวัฒน์" ชวนลงทุนคริปโทฯ สูญกว่าพันล้าน
ไม่เจรจา! อิหร่านเผยเพิ่งใช้กำลังทหาร 60% พร้อมสู้สหรัฐฯ ระยะยาว
