ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล ให้จัดเวรทำงานไม่เกิน 12 ชม./วัน

สังคม
09:17
จำนวนผู้ชม 610
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล ให้จัดเวรทำงานไม่เกิน 12 ชม./วัน
วันนี้ (11 มี.ค.69) เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสภาการพยาบาล กำหนดให้พยาบาลทำงานไม่เกิน 8 ชม.วัน หรือ 48 ชม./สัปดาห์ จัดเวรรวมไม่เกิน 12 ชม./วัน เพื่อลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย และบุคลากร มีผลวันนี้

วันนี้ (10 มี.ค. 2569 ) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ.2569 โดยเนื้อหาระบุว่า สภาการพยาบาลตระหนักถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่า การใช้บริการกำลังพยาบาลเพียงพอ และเหมาะสมมีผลเชิงบวกต่อคุณภาพ เป็นองค์ประกอบสำคัญของการให้บริการสุขภาพที่ปลอดภัยและมีคุณภาพแก่ผู้ป่วยและประชาชน รวมทั้งการปฏิบัติงานของพยาบาลที่มีชั่วโมงการทำงานต่อเนื่องยาวนาน หรือมีระยะเวลาการพักไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าส่งผลกระทบต่อสมรรถนะในการปฏิบัติงานของพยาบาล ที่ส่งผลต่อกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและคุณภาพการบริการสุขภาพ

ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7(3) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อ 6(3) แห่งข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยการกำหนดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2540 ประธานสภาการพยาบาล โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาล ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 จึงออกประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2565

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และยกเลิกประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง นโยบายชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ฉบับวันที่ 17 เม.ย.2560

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาล เพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง นโยบายชั่วโมงการทำงานของพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ฉบับลงวันที่ 17 เมษายน 2560

ข้อ 4 บรรดา ประกาศ ข้อกำหนด หรือกฎอื่นใด ขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน

ข้อ 5 ในประกาศนี้

"สถานพยาบาล" หมายความว่า สถานพยาบาลของรัฐ และสถานพยาบาลตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

"พยาบาล" หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ และผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงดุงครรภ์ที่ปฏิบัติงานในสถานสถานพยาบาล

"ผู้บริหารการพยาบาล" หมายความว่า หัวหน้าพยาบาลหรือหัวหน้าฝ้ายการพยาบาลหรือ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาลของสถานพยาบาล หรือชื่อชื่อที่เรียกเป็นอย่างอื่นที่เที่ยวเท่า

ภาพประกอบข่าว ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล ให้จัดเวรทำงานไม่เกิน 12 ชม./วัน

ข้อ 6 ผู้บริหารการพยาบาล ต้องวางแผน ออกแบบและกำหนดแนวทางการจัดเวลา การปฏิบัติงานของพยาบาลอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพและมีความปลอดภัย ทั้งต่อผู้ป่วย ผู้รับบริการ และพยาบาล

ข้อ 7 กำหนดให้มาตรฐานชั่วโมงการทำงานของพยาบาลในสถานพยาบาลไม่เกิน 8 ชั่วโมง ต่อวัน หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีใจความสำคัญเกี่ยวกับ ชั่วโมงการทำงาน ประกอบเป็นข้อ ๆ

ข้อ 6 ผู้บริหารการพยาบาลของสถานพยาบาล ออกแบบและดำเนินการในการจัดเวลาการปฏิบัติงานของพยาบาล เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพและมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและพยาบาล

ข้อ 7 กำหนดให้มีการจำกัดชั่วโมงการทำงานของพยาบาลตามช่วงเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ข้อ 8 ผู้บริหารการพยาบาลต้องจัดตารางการปฏิบัติงาน โดยควบคุมให้ชั่วโมงการทำงานรวมของพยาบาลไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง และไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ การคำนวณชั่วโมงการทำงานรวม ให้รวมถึงชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา และชั่วโมงการปฏิบัติงานจริงจากการถูกเรียกตัว (On Call) ด้วย

การทำงานล่วงเวลาเป็นสิทธิของบุคคล และเป็นไปตามความสมัครใจ ทั้งนี้ ผู้บริหารการพยาบาลต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าของพยาบาล โดยมีเงื่อนไขการจัดตารางการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

(1) กำหนดให้มีระยะเวลาพักฟื้นระหว่างเวร (Recovery time between shifts) ไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง

(2) หลีกเลี่ยงรูปแบบการจัดตารางเวรที่มีความเสี่ยงสูง โดยต้องไม่จัดให้กลับมาทำงานเวรถัดไปเร็วเกินไป (Quick return) แม้จะมีระยะเวลาพักฟื้นระหว่างเวรตามข้อ (2)

(3) จัดให้มีการฟื้นฟูภายหลังการปฏิบัติงานที่มีภาระสูงหรือเกินปกติ โดยจัดให้มีวันพักหรือเวลาพักชดเชยที่เหมาะสม

(4) จัดให้มีช่วงเวลาพักสั้น ๆ หรือการงีบหลับเชิงกลยุทธ์ (Strategic napping) โดยเฉพาะในการปฏิบัติงานเวรกลางคืน โดยสถานพยาบาลต้องจัดสัดส่วนพื้นที่พัก และจัดระบบการดูแลผู้ป่วยทดแทนที่ปลอดภัย เพื่อลดความเหนื่อยล้าสะสมระหว่างการปฏิบัติงาน

ข้อ 9 ผู้บริหารการพยาบาล ต้องไม่จัดตารางการปฏิบัติงานที่ทำให้พยาบาลปฏิบัติงานเกินวันละ 12 ชั่วโมง ในกรณีที่จัดให้ปฏิบัติงานวันละ 12 ชั่วโมง ต้องไม่จัดให้ปฏิบัติงานติดต่อกันเกิน 3 วัน ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ หรืออาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและพยาบาล

ภาพประกอบข่าว ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล ให้จัดเวรทำงานไม่เกิน 12 ชม./วัน

ข้อ 10 ในกรณีที่สถานพยาบาลมีความจำเป็นต้องจัดให้พยาบาลปฏิบัติงานเกินชั่วโมงการทำงานตามข้อ8 หรือข้อ 9 ให้กระทำได้เฉพาะกรณีจำเป็นเร่งด่วนและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นการพิจารณาและอนุญาตของผู้บริหารการพยาบาล

ในการพิจารณาอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้หมายถึง กรณีที่มีอุบัติการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า หรือมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยในระดับวิกฤต ทั้งนี้ สถานพยาบาลต้องจัดให้มีแผนบริหารจัดการความต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) และมาตรการแก้ไขปัญหาอัตรากำลังในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อมิให้มีการปฏิบัติงานเกินชั่วโมงการทำงานสะสมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดติดต่อกันเกินกว่าช่วงเวลาที่จำเป็น

ข้อ 11 เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยและพยาบาล และสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรบุคคลด้านการพยาบาลอย่างเหมาะสม ผู้บริหารการพยาบาลควรหลีกเลี่ยงการจัดตารางการปฏิบัติงานแบบเวรหมุนตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour rotating shifts) ที่มีการเปลี่ยนช่วงเวลาการทำงานบ่อยครั้ง โดยเฉพาะรูปแบบที่อาจทำให้ระยะเวลาพักฟื้นระหว่างเวรไม่เพียงพอหรือก่อให้เกิดการกลับมาปฏิบัติงานเวรถัดไปเร็วเกินไป (quick return) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดตารางเวรแบบหมุน ผู้บริหารการพยาบาลควรพิจารณาใช้การหมุนเวรแบบไปข้างหน้า (forward-rotating shifts) และต้องจัดให้มีระยะเวลาพักฟื้นระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง ทั้งนี้ ควรส่งเสริมการจัดเวรแบบคงที่ (fixed shifts) หรือรูปแบบผสม (hybrid shifts) ตามบริบทของหน่วยงาน โดยคำนึงถึงความสมัครใจของพยาบาล ลักษณะงาน และความปลอดภัยของผู้ป่วย เป็นสำคัญ

ข้อ 12 พยาบาลต้องตระหนักและพิจารณาถึงความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจของตนเองในการปฏิบัติงานก่อนการตัดสินใจปฏิบัติงานล่วงเวลา หรือการปฏิบัติงานต่อเนื่องหลายเวร (back-to-back shifts) ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยต่อตนเอง ผู้ป่วย และผู้รับบริการ

ภาพประกอบข่าว ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล ให้จัดเวรทำงานไม่เกิน 12 ชม./วัน

ข้อ 13 แม้ว่าการทำงานล่วงเวลาจะเป็นไปตามความสมัครใจของพยาบาล แต่ผู้บริหารการพยาบาล ต้องคำนึงถึงผลกระทบจากการทำงานต่อเนื่องยาวนานที่อาจก่อให้เกิดความเหนื่อยล้าและความไม่ปลอดภัยต่อผู้ป่วยและพยาบาล ทั้งนี้ อาจพิจารณาใช้การประเมินความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ (Pre-Overtime Fitness for Duty Assessment) ก่อนจัดตารางการปฏิบัติงานล่วงเวลาหรืออนุญาตให้พยาบาลปฏิบัติงานล่วงเวลา

ข้อ 14 ผู้บริหารการพยาบาล และฝ่ายบริหารของสถานพยาบาล ต้องจัดให้มีระบบสนับสนุนเชิงองค์กร เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ของพยาบาล โดยครอบคลุมทั้งการจัดการภาระงานและเวลาการทำงานที่เหมาะสม การส่งเสริมสุขอนามัยการนอนหลับ การจัดการความเครียด การดูแลด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย รวมถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เอื้อต่อการฟื้นตัวของร่างกายและจิตใจ ลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย

ข้อ 15 ภายใต้ระบบสนับสนุนเชิงองค์กรตามข้อ 14 ผู้บริหารสถานพยาบาลและผู้บริหารการพยาบาล ต้องส่งเสริมให้พยาบาลมีความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการจัดสมดุลระหว่างการทำงาน การพัฒนาตนเอง การดูแลครอบครัว และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ โดยไม่ก่อให้เกิดภาระหรือความเสี่ยงต่อความปลอดภัยจากการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล และลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟในการทำงาน

ข้อ 16 ให้ผู้บริหารการพยาบาลนำหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ไปใช้ในการจัดตารางการปฏิบัติงานของช่วยพยาบาลหรือพนักงานช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย หรือบุคคลในทีมการพยาบาลโดยอนุโลม

ประกาศ ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รองศาสตราจารย์ สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ

นายกสภาการพยาบาล

พยาบาลหญิงเสียชีวิตขณะเข้าเวรดึก รพ.ชี้แจงจัดตารางานไม่เกิน 60 ชม./สัปดาห์

แพทย์เตือน "หัวใจวายเฉียบพลัน" เกิดขึ้นได้แม้ไม่มีอาการเตือน

กลุ่มพยาบาลฟอกไตร้องศาลปกครองเพิกถอนประกาศ สธ.

แท็กที่เกี่ยวข้อง: