วันนี้ ( 11 มี.ค.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาล้งต่างชาติ หรือ นอมินีว่า เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจมาก กรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้ทั้งมาตรการป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามควบคู่กันไป เพื่อคุมกำเนิดนอมินีทั้งรายเก่าและรายใหม่ให้อยู่หมัด พร้อมลงดาบโดยใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานจัดการนอมินีนั้นให้สิ้นซาก ขณะเดียวกันก็พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริตอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ต้องการเข้ามาสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ประเทศชาติ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD ) กระทรวงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) พบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง หรือผู้ประกอบการ "ล้งมะพร้าว" ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี จึงส่งรายชื่อและข้อมูลให้กับตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก จนนำไปสู่การขยายผลจับกุมแบบถอนรากถอนโคน เพื่อตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานในการปราบปรามอย่างจริงจัง เบื้องต้นกรมฯและ CIB ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของนิติบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะเข้าข่ายลักษณะนอมินี พบว่า นิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามท้ายบัญชีหนึ่ง ข้อ 2 การทำนา ทำไร่ หรือทำสวน และ บัญชีสาม ข้อ 13, 14 และ 15 ซึ่งเกี่ยวกับการผลิตผลทางการเกษตร การค้าปลีกและค้าส่ง จำนวน 6 ราย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี
ประกอบด้วย บริษัท อีซี่ โคโค้นัท จำกัด / บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จำกัด /บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด / บริษัท หยู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด /บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จำกัด และ บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และพบผู้ร่วมดำเนินการบุคคลสัญชาติไทย 10 คน และ ชาวต่างชาติ 7 คน
พฤติการณ์ที่เป็นข้อบ่งชี้ว่าเข้าข่ายนอมินี เช่น ผู้ถือหุ้นชาวไทยมีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือเป็นบุคคลที่ถูกว่าจ้างให้ลงชื่อในเอกสารเท่านั้น ไม่มีอำนาจการตัดสินใจในธุรกิจและไม่ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการประกอบธุรกิจ ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการธุรกิจ ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนมีอำนาจในการสั่งซื้อ
นอกจากนี้ พบว่าทุนต่างชาติที่เป็นนายทุนยังเป็นผู้กำหนดราคา และระบบจัดการขนส่งทั้งหมด โดยต่างชาติที่เป็นนายทุนเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบเบ็ดเสร็จ กำหนดราคารับซื้อหน้าสวนในราคาที่ต่ำกว่าปกติ กำไรที่ได้รับถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติ โดยแจ้งผลประกอบการ ขาดทุนสวนทางกลับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี เป็นการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเอื้อประโยชน์นายทุนต่างชาติให้ไม่ต้องเสียภาษีแก่รัฐไทยอย่างถูกต้อง สำหรับเรื่องราคาเชื่อว่า จากนี้น่าจะมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมีที่มาจากหลายสาเหตุ การที่ทุนต่างชาติเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมเป็นเพียงหนึ่งสาเหตุเท่านั้น ฉะนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่าอีกว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมฯ และผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าว ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน
นอกจากนี้ หากตรวจพบว่าสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยใช้เอกสารประกอบการทำบัญชีที่ไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ.2543 มาตรา 20 ซึ่งจะมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึง พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สำหรับสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี และหากผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณ ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
โดยที่ผ่านมา ผู้กระทำผิดได้ใช้จ้างผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีเพื่อจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น ในลักษณะตัวแทนอำพรางหรือนอมินี โดยปัญหานี้ได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก และสร้างความเดือนร้อนให้ประชาชนคนไทยและเศรษฐกิจไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานพันธมิตรจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และกำจัดนอมินีให้หมดไปจากประเทศไทย
ขอแจ้งเตือนไปยังสำนักงานบัญชีให้ใช้ความระมัดระวังในการพิจารณารับจ้างในกรณีดังกล่าว สำหรับสำนักงานบัญชีที่จงใจ เจตนาที่จะเอื้อประโยชน์ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากตรวจพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป
ทั้งนี้การป้องปรามและแก้ไขปัญหานอมินีเป็นเรื่องท้าทายการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องผสานความร่วมมือและร่วมกันปฏิบัติการขจัดภัยจากนอมินีให้ทุเลาเบาบางลงหรือหมดไปจากประเทศไทย
อ่านข่าว:
ทลายเครือข่ายล้งมะพร้าวข้ามชาติ CIB ชี้ธุรกิจอำพราง "ทุนจีน" ผูกขาด ต้นเหตุทำราคาตกต่ำ
"ศุภจี" เล็งหารือสมาคมมะพร้าวน้ำหอม ผุด "ล้งกลาง" แก้ราคาตกต่ำ
พบ 10 คนไทย หนุน 15 บริษัท เอี่ยวนอมินีธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม กดราคารับซื้อ
"ทวงคืนศักดิ์ศรี" มะพร้าวน้ำหอมไทย พาณิชย์ลุย "สาง" นอมินีต่างด้าวกินรวบ
