วันนี้ (12 มี.ค.2569) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่า การโจมตีอิหร่านยังไม่เสร็จสิ้น แม้สหรัฐฯ จะถูกโจมตีหนักมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังสูญเสียกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และระบบต่อต้านอากาศยานไปจำนวนมาก ซึ่งไม่มีสิ่งใดเลวร้ายกว่านี้แล้ว
ทรัมป์ ยังระบุด้วยว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านแล้ว 28 ลำ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะเดินหน้ากำจัดเรือดังกล่าวต่อไป หลังเมื่อวานนี้ (11 มี.ค.) ทรัมป์เตือนอิหร่านให้เก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้ในช่องแคบฮอร์มุซโดยทันที พร้อมขู่โจมตีรุนแรง
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุว่าสงครามใกล้จะจบลงแล้ว แต่สหรัฐฯ ยังเดินหน้าไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะที่เด็ดขาด ขณะที่โฆษกทำเนียบขาว ย้ำว่า สงครามจะไม่สิ้นสุดจนกว่าอิหร่านจะยอมจำนนอย่างสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข และทรัมป์จะเป็นผู้กำหนดว่าอิหร่านหมดความเป็นภัยคุกคามเมื่อใด
เรียกร้องอิหร่านยุติโจมตีชาติเพื่อนบ้าน
ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รับรองมติประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งมีสมาชิกยูเอ็นเอสซี 13 ประเทศลงคะแนนเห็นชอบ ขณะที่รัสเซียกับจีนงดออกเสียง
สำหรับมติดังกล่าว บาห์เรนเป็นผู้ร่วมเสนอ โดยได้รับการสนับสนุนจาก 135 ประเทศ ซึ่งภายหลังการลงคะแนน เอกอัครราชทูตบาห์เรนประจำสหประชาชาติ ระบุว่า ผลการลงมติดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากนานาชาติต่อประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคที่ถูกโจมตีในช่วง 12 วันที่ผ่านมา
อีกทั้งยังส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าการโจมตีของอิหร่านต่อบาห์เรนเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่ผู้แทนของอิหร่าน ระบุว่า การลงมติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ยุติธรรม
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ เตือน "พายุฤดูร้อน" ฝนฟ้าคะนอง-ลมแรง- ลูกเห็บตก
IRGC รับโจมตีเรือไทย-ไลบีเรียในฮอร์มุซ หลังเพิกเฉยต่อคำเตือน
จับตา "ลดอุดหนุนราคาเบนซิน" รับวิกฤตตะวันออกกลาง
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
