ไออีเอ ลงมติระบาย "คลังน้ำมันสำรอง" 400 ล้านบาร์เรล

ต่างประเทศ
06:56
จำนวนผู้ชม 1,180
ไออีเอ ลงมติระบาย "คลังน้ำมันสำรอง" 400 ล้านบาร์เรล
ไออีเอ ลงมติระบายน้ำมันในคลังสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล หลังเหตุปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่โอมาน ยืนยันคลังน้ำมันที่ท่าเรือเรย์ซุตในเมืองซาลาลาห์ นอกช่องแคบฮอร์มุซ ถูกโจมตีด้วยโดรนหลายลำ จนเกิดเพลิงไหม้

วันที่ 11 มี.ค.2569 กลุ่มควันดำและเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า บริเวณคลังน้ำมัน ที่ท่าเรือเรย์ซุต (Raysut) ในเมืองซาลาลาห์ ทางตอนใต้ของโอมาน โดยบริษัทความมั่นคงทางทะเล Ambrey ยืนยันว่า คลังน้ำมันถูกโจมตีโดยตรง

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของรัฐโอมาน ระบุว่า เป็นการโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนหลายลำที่มุ่งเป้าไปที่ถังเก็บเชื้อเพลิงในเขตท่าเรือ ขณะที่ยังไม่พบเรือได้รับความเสียหาย ซึ่งการโจมตีซาลาลาห์ ซึ่งตั้งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงจากการสู้รบ ขยายตัวออกมาสู่มหาสมุทรอินเดียแล้ว

ลงมติระบาย "คลังน้ำมันสำรอง" ครั้งใหญ่ที่สุด

สถานการณ์พลังงานโลก ส่งผลให้ประเทศสมาชิก 32 ประเทศ ของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ จับมือกันลงมติเป็นเอกฉันท์ เดินหน้าระบายน้ำมันในคลังสำรองฉุกเฉินจำนวน 400 ล้านบาร์เรล เพื่อชดเชยอุปทานน้ำมันที่สูญเสียไปจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันโลก 1 ใน 4

ทั้งนี้ นับเป็นการระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของไออีเอ ซึ่งสูงกว่าปริมาณที่เคยปล่อยสู่ตลาด 2 ครั้ง ในช่วงที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อปี 2565 ขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 182 ล้านบาร์เรล

แม้ 400 ล้านบาร์เรลจะเป็นตัวเลขที่ดูมหาศาล แต่หากเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน ปริมาณดังกล่าวคิดเป็นความต้องการใช้ทั่วโลกเพียง 3-4 วัน หรือเท่ากับปริมาณน้ำมันที่ปกติจะถูกส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเวลาประมาณ 2 สัปดาห์

ขณะเดียวกันการนำน้ำมันออกมากว่า 1 ใน 3 ของน้ำมันสำรองที่รัฐบาลประเทศสมาชิกถือครองอยู่ทั้งหมด จำนวนประมาณ 1,200 ล้านบาร์เรล หมายความว่าหากวิกฤตยืดเยื้อ รัฐบาลต่าง ๆ จะไม่สามารถใช้มาตรการนี้ซ้ำได้บ่อยครั้ง

ทั่วโลกหวั่นสงครามกระทบวิกฤตพลังงานเลวร้ายยิ่งขึ้น

สมาคมยานยนต์อเมริกา (AAA) รายงานว่า ราคาเฉลี่ยน้ำมันเบนซินทั่วประเทศเมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 เพิ่มขึ้นกว่า 50 เซนต์จากช่วงก่อนเกิดสงคราม และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนที่ความต้องการใช้พลังงานจะเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผู้ขับขี่รถบรรทุกต้องเผชิญกับสภาวะจำยอมที่ต้องเลือกระหว่างการเติมน้ำมันกับการซื้อของจำเป็นอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน

ล่าสุดแอร์อินเดีย ประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มเติมทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลังราคาต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว เริ่มระยะแรกในวันนี้ เส้นทางในประเทศ ตั๋ว 1 ใบจะถูกเก็บเพิ่มทันที 399 รูปี หรือประมาณ 170 บาท ส่วนเส้นทางต่างประเทศระยะไกลอย่างยุโรปและสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 200 ดอลลาร์ หรือเกือบ 7,200 บาทต่อเที่ยวบิน โดยสายการบินให้เหตุผลต้นทุนน้ำมันอากาศยาน (ATF) พุ่งสูงขึ้นจนคิดเป็นกว่า 40% ของค่าใช้จ่าย

อ่านข่าว :