วันนี้ (12 มี.ค.2569) CNN รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 13 ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสถานการณ์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การปะทะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการโจมตีทางทหารในภูมิภาคเท่านั้น แต่เริ่มขยายไปสู่เส้นทางพลังงานและการคมนาคมทางทะเล ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเศรษฐกิจโลก
เหตุการณ์หลายจุดที่เกิดขึ้นพร้อมกันในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซทำให้หลายประเทศเริ่มวิตกถึงความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งพลังงานโลก ในขณะเดียวกัน การโจมตีทางทหารยังคงดำเนินต่อเนื่อง ทั้งในอิสราเอลและเลบานอน รวมถึงการตอบโต้ทางอากาศและการยิงขีปนาวุธหลายระลอก
การโจมตีโครงสร้างพลังงาน-เรือบรรทุกน้ำมันน่านน้ำอิรัก
หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวันที่ 13 คือการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติ 2 ลำ ในน่านน้ำของอิรัก โดยรายงานระบุว่า เรือทั้ง 2 ลำถูกโจมตีจากการปฏิบัติการของฝ่ายอิหร่าน ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงบนเรือ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน ขณะที่ลูกเรืออีก 38 คนได้รับการช่วยเหลือออกจากเรืออย่างปลอดภัยจากทีมกู้ภัยทางทะเล
ในเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินในโอมาน ต้องเร่งควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่คลังเก็บเชื้อเพลิงในท่าเรือแห่งหนึ่ง หลังมีวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ และได้รับการตรวจสอบตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ซึ่งแสดงให้เห็นโดรนของอิหร่านพุ่งชนถังเก็บน้ำมันภายในท่าเรือ
นอกจากนี้ ทางการบาห์เรนยังเปิดเผยว่า มีการโจมตีโดยฝ่ายอิหร่านต่อถังเก็บเชื้อเพลิง ในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ ในช่วงเช้าตรู่วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น
IRGCN โจมตีเรือช่องแคบฮอร์มุซ
หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่า มีเรือ 3 ลำถูกโจมตีด้วยวัตถุคล้ายกระสุนหรืออาวุธยิงใส่ ขณะแล่นอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบริเวณช่องแคบดังกล่าว ทำให้หลายประเทศเริ่มหารือถึงมาตรการคุ้มกันการเดินเรือ โดยตัวแทนจากประเทศสมาชิกของ G7 ได้ประชุมกันเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดกองกำลังคุ้มกันเรือพาณิชย์ หากสถานการณ์ด้านความปลอดภัยเอื้ออำนวย
การโจมตีร่วมของอิหร่าน-เฮซบอลลาห์
ด้าน IRGC ระบุว่า ได้ดำเนินการโจมตีร่วมกับกลุ่มติดอาวุธเฮซบอลลาห์ การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังเป้าหมายมากกว่า 50 จุด ในอิสราเอล ด้วยการยิงอาวุธต่อเนื่องเป็นเวลาราว 5 ชั่วโมง หลังจากนั้น กองทัพของอิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ ต่อโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ภายในเลบานอน การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ รวมถึงในเมืองเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มดังกล่าว
ขณะที่ ประเทศในภูมิภาคอ่าวอาหรับยังคงเผชิญกับการโจมตีจากโดรนและขีปนาวุธ ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน โดยหลายประเทศสามารถสกัดการโจมตีได้ในช่วงเช้าวันนี้ หนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจคือ ดูไบ ศูนย์กลางธุรกิจระดับโลกของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ มีรายงานว่า โดรนลำหนึ่งตกใส่อาคารใกล้ย่านหรู ดูไบ ครีก ฮาร์เบอร์ (Dubai Creek Harbour) แม้ว่า จะไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงในทันที แต่ก็สะท้อนถึงความเสี่ยงที่กำลังขยายตัวไปยังพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค
การปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อราคาพลังงาน กลุ่มประเทศสมาชิกของ International Energy Agency (IEA) ได้ตกลงที่จะปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินจำนวน 400 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาดโลก การตัดสินใจครั้งนี้ นับเป็นการปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่เกิดจากความไม่แน่นอนของการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ในเวลาต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ของสหรัฐจำนวน 172 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์หน้า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกและลดความผันผวนของราคาน้ำมัน
ส่วนการเมืองภายในสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ว่า "สหรัฐฯ ชนะแล้ว" ในศึกอิหร่าน แม้ไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวดังกล่าว คำพูดนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับคำกล่าวก่อนหน้านี้ของเขา ที่ระบุว่า "สงครามยังไม่จบ" ในคืนเดียวกัน ทรัมป์ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า คำถามสำคัญตอนนี้คือ "เมื่อไหร่ที่เราจะหยุด"
ในสหรัฐฯ เอง ความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มเผชิญแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยในการบรรยายสรุปลับต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า ค่าใช้จ่ายของความขัดแย้งในช่วง 6 วันแรกอาจสูงถึงอย่างน้อย 11,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ลิซา เมอร์คาวสกี ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดการสถานการณ์ของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้มีการไต่สวนสาธารณะ เธอกล่าวว่า ข้อความที่ขัดแย้งกันจากรัฐบาลกำลังสร้างความสับสนต่อสาธารณชน
อ่านข่าว :
ปธน.อิหร่าน วาง 3 เงื่อนไข "ยุติสงคราม" กับ "สหรัฐฯ - อิสราเอล"
ทร.เปิดไทม์ไลน์เตือนภัยเดินเรือ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ตั้งวอร์รูมประสานผู้ประกอบการ
คนไทยอพยพจากอิหร่านอีก 34 คน ถึงไทยปลอดภัย
