หาก "โรงงานน้ำจืด" ถูกเล็งเป้า ชาวตะวันออกกลาง 100 ล้านคนเสี่ยงขาดน้ำได้ในไม่กี่วัน

ต่างประเทศ
13:57
จำนวนผู้ชม 483
หาก "โรงงานน้ำจืด" ถูกเล็งเป้า ชาวตะวันออกกลาง 100 ล้านคนเสี่ยงขาดน้ำได้ในไม่กี่วัน
ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม.อิหร่านต้องเปิดฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะบดขยี้โรงไฟฟ้า IRGC ขู่ตอบโต้ระบบไฟฟ้าอิสราเอล-ฐานสหรัฐฯ คืน ขณะที่โรงผลิตน้ำจืดยักษ์ของ GCC เสี่ยงกลายเป็นเป้าหมายสงคราม หากลุกลามอาจนำไปสู่วิกฤตมนุษยธรรมรุนแรง "น้ำจืดหมดภายในไม่กี่วัน"

วันนี้ (23 มี.ค.2569) สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก้าวเข้าความตึงเครียดเต็มสูบอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศกำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมง ซึ่งจะสิ้นสุดลงในเวลาประมาณ 17:45 น. ของวันอังคารที่ 24 มี.ค.2569 ตามเวลาประเทศไทย (ขณะสหรัฐฯ นี้ ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง)


ทรัมป์ระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะบดขยี้และทำลายโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ของอิหร่าน เริ่มต้นจากโรงงานที่ใหญ่ที่สุด หากรัฐบาลเตหะรานไม่ยินยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้แก่การเดินเรือระหว่างประเทศโดยไม่มีเงื่อนไข

ภาพประกอบข่าว หาก

ทางด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อของทางการ ยืนยันว่าอิหร่านมีความมุ่งมั่นที่จะตอบโต้ภัยคุกคามในระดับเดียวกันเพื่อการป้องปราม โดยระบุว่า "หากสหรัฐฯ โจมตีระบบไฟฟ้า อิหร่านก็จะโจมตีระบบไฟฟ้าคืน" เป้าหมายหลักของการตอบโต้จะมุ่งไปที่โรงไฟฟ้าของอิสราเอลและโรงไฟฟ้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม Reuters รายงานแถลงการณ์ของ IRGC ได้ปฏิเสธและตอบโต้อย่างรุนแรงต่อข้อกล่าวหาของ ปธน.ทรัมป์ ที่ระบุว่าอิหร่านมีแผนจะโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืด (Desalination Plants) โดยอิหร่านเรียกคำอ้างดังกล่าวว่าเป็น "คำโกหก" ที่พยายามสร้างความลำบากและหวาดกลัวให้แก่ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน

ถึงแม้จะมีการปฏิเสธจากฝ่ายอิหร่าน แต่ความกังวลเรื่องความมั่นคงด้านน้ำยังคงพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ในวันที่ 7 มี.ค.2569 อิหร่านได้กล่าวหาว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเริ่มสร้างบรรทัดฐานก่อนด้วยการโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดบนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำให้แก่หมู่บ้านกว่า 30 แห่ง และ 1 วันหลังจากนั้น ในวันที่ 8 มี.ค. ก็มีรายงานว่าโดรนของอิหร่านได้โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดในประเทศบาห์เรนเพื่อเป็นการตอบโต้ สร้างความเสียหายทางวัตถุและมีผู้บาดเจ็บ 3 คน

เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำจืดได้หลุดพ้นจาก "เขตหวงห้าม" ในภาวะสงครามไปเรียบร้อยแล้ว

ความเปราะบางของ "อาณาจักรน้ำเค็ม"

ในภูมิภาคอ่าวอาหรับที่แห้งแล้ง "น้ำมีค่ามากกว่าน้ำมัน" รายงานวิจัยปี 2023 ของ Arab Center Washington DC ระบุว่า ประเทศในกลุ่ม GCC ในตะวันออกกลางมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล โดยมีกำลังการผลิตประมาณร้อยละ 60 ของโลก และผลิตน้ำออกมาใช้งานจริงเกือบร้อยละ 40 ของปริมาณทั้งหมดทั่วโลก

สะท้อนการพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาคที่มีแหล่งน้ำจืดจำกัด ทั้งนี้ หลายประเทศในกลุ่มดังกล่าวใช้น้ำดื่มจากกระบวนการนี้เป็นสัดส่วนหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคูเวตที่สูงถึงราวร้อยละ 90 โอมานประมาณร้อยละ 86 ซาอุดีอาระเบียร้อยละ 70 และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ราวร้อยละ 42

ข้อมูลยังระบุอีกว่าประชากรประมาณ 100 ล้านคนในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียต้องพึ่งพาโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเพื่อใช้เป็นน้ำดื่ม หากไม่มีโรงงานเหล่านี้แทบไม่มีใครสามารถดำรงชีวิตได้เลย หากโรงงานเหล่านี้ถูกโจมตีหรือขัดข้อง จะเกิดวิกฤตมนุษยธรรมภายในไม่กี่วัน เนื่องจากความสามารถในการกักเก็บน้ำสำรองของประเทศส่วนใหญ่มีจำกัดเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

ภาพประกอบข่าว หาก

5 โรงงานผลิตน้ำจืดที่สำคัญในตะวันออกกลาง

จากการรวบรวมข้อมูล รายละเอียดของโรงงานผลิตน้ำจืดที่สำคัญในตะวันออกกลางที่อาจได้รับผลกระทบหากถูกโจมตี มีดังนี้

1. โรงงานผลิตน้ำจืดและโรงไฟฟ้า Shoaiba (ซาอุดีอาระเบีย)

  • รายละเอียด: ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลแดง เป็นหนึ่งในศูนย์รวมโรงงานผลิตน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยประกอบด้วยโรงงานย่อยถึง 8 แห่ง
  • ศักยภาพ: มีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 2,998,000 ลบ.ม./วัน
  • ความสำคัญ: เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงประชากรในภูมิภาคเมกกะและเจดดาห์ รวมถึงเมืองสำคัญอื่น ๆ ในฝั่งตะวันตกของประเทศ

2. โรงงานผลิตน้ำจืดและโรงไฟฟ้า Jebel Ali (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ - ดูไบ)

  • รายละเอียด: เป็นคอมเพล็กซ์พลังงานและน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เทคโนโลยี Multi-Stage Flash (MSF) และ Reverse Osmosis (RO)
  • ศักยภาพ: กำลังผลิตน้ำจืด 2,227,600 ลบ.ม./วัน และมีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงถึง 8.6 กิกะวัตต์
  • ความสำคัญ: ครอบคลุมความต้องการใช้น้ำและไฟฟ้าเกือบทั้งหมดของดูไบ หากหยุดชะงัก เมืองดูไบจะกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ในทันที

3. โรงงานผลิตน้ำจืดและโรงไฟฟ้า Ras Al-Khair (ซาอุดีอาระเบีย)

  • รายละเอียด: โรงงานระบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนฝั่งอ่าวเปอร์เซีย (ใกล้กับอิหร่านมากที่สุด)
  • ศักยภาพ: ผลิตน้ำจืดได้ 1,036,000 ลบ.ม./วัน และไฟฟ้า 2,400 เมกะวัตต์
  • ความสำคัญ: จ่ายน้ำผ่านท่อยาวกว่า 500 กิโลเมตรไปยังกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ, สหรัฐฯ เคยประเมินว่าหากโรงงานนี้หรือท่อส่งน้ำหลักเสียหาย ริยาดอาจต้องอพยพประชากรภายใน 1 สัปดาห์

4. โรงงานผลิตน้ำจืดและโรงไฟฟ้า Jubail (ซาอุดีอาระเบีย)

  • รายละเอียด: ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออก เป็นหนึ่งในโรงงานเก่าแก่ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สูง
  • ศักยภาพ: มีกำลังการผลิตน้ำจืดรวมกว่า 1,400,000 ลบ.ม./วัน
  • ความสำคัญ: รองรับทั้งภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและน้ำดื่มสำหรับประชาชนในภาคตะวันออกและกรุงริยาด

5. โรงงานผลิตน้ำจืด Al Taweelah RO (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ - อาบูดาบี)

  • รายละเอียด: เป็นโรงงานระบบ Reverse Osmosis (RO) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • ศักยภาพ: 909,200 ลบ.ม./วัน
  • ความสำคัญ: เป็นหัวใจหลักของความมั่นคงด้านน้ำในเมืองหลวงอาบูดาบี
ภาพประกอบข่าว หาก

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเพื่อความมั่นคงด้านน้ำของสหประชาชาติและ CSIS เตือนว่า การโจมตีโรงงานเหล่านี้คือ "อาชญากรรมสงคราม" ภายใต้ระเบียบวิธีเพิ่มเติมของอนุสัญญาเจนีวา มาตรา 54 ที่ห้ามโจมตีสิ่งก่อสร้างที่จำเป็นต่อการอยู่รอดของพลเรือน ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่การขาดน้ำดื่มเท่านั้น แต่ยังกระทบด้านอื่น ๆ ได้แก่

  1. การล่มสลายของระบบสาธารณสุข โรงพยาบาลและสถานศึกษาไม่สามารถดำเนินงานได้หากปราศจากน้ำจืดสะอาด
  2. หายนะทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการผลิตก๊าซในบาห์เรนและกาตาร์ต้องใช้น้ำจืดในกระบวนการผลิต หากหยุดชะงักจะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
  3. การปนเปื้อนของน้ำมัน หากสงครามนำไปสู่การปล่อยน้ำมันดิบลงในอ่าวเปอร์เซีย ระบบท่อน้ำเข้าของโรงงานน้ำจืดจะถูกทำลาย และการฟื้นฟูอาจใช้เวลานานหลายปี

ในขณะที่ เส้นตายของทรัมป์กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ หากไม่มีการเจรจาทางการทูตที่ได้ผล และมีการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านเกิดขึ้นจริง ตะวันออกกลางอาจก้าวเข้าสู่ยุคของการ "กระหายน้ำ" ซึ่งจะสร้างความเสียหายเกินกว่าที่กำลังทหารใด ๆ จะแก้ไขได้

ที่มาข้อมูลเพิ่มเติม : Guinness world records, The Conversation, Pan African visions

อ่านข่าวอื่น :

เจาะเขี้ยวเล็บ "คอร์รัมชาห์-4" ขีปนาวุธอิหร่านยิงไกล 4,000 กม. ท้าทายความมั่นคงโลก

ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนัก หลัง "ทรัมป์" ยื่นคำขาดต่ออิหร่าน

เครื่องบินแคนาดาชนรถดับเพลิง หลังลงจอดที่สหรัฐฯ