วันที่ 22 มี.ค.2569 บริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำกก วัดฝั่งหมิ่น อ.เมือง จ.เชียงราย เครือข่ายเยาวชนอาสาสมัครเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม รักษ์แม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนใน จ.เชียงราย เดินรณรงค์ถือแผ่นป้ายให้ร่วมปกป้องแม่น้ำ และคืนแม่น้ำจากสารพิษ ใน “วันน้ำโลก” เพื่อให้กลับมาใสสะอาดอีกครั้ง
การจัดงาน "มหกรรมประชาชนปกป้องลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน" จัดขึ้นโดยความร่วมมือของเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษข้ามพรมแดน เกือบครบ 1 ปี นับตั้งแต่มีการตรวจพบครั้งแรก ที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
ซึ่งปีนี้จัดตรงกับ "วันน้ำโลก" มีการจัดกิจกรรมสืบชะตาแม่น้ำและฟ้อนอุ่นเมือง จากช่างฟ้อนราว 300 คน โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการฯ และส่วนราชการ พร้อมประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม
พร้อมกันนี้ตัวแทนเยาวชนยังได้ขับร้องเพลงรณรงค์ ก่อนจะมีการอ่านแถลงการณ์ของสถานการณ์แม่น้ำและข้อเสนอไปยังรัฐบาล
โดยแถลงการณ์ระบุว่า ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก สาย รวก และสาละวิน เกิดจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา และปัจจุบันยังตรวจสอบพบสารพิษ สารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
ในนามเยาวชนในลุ่มน้ำ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน จึงมีข้อเรียกร้อง ดังนี้
1.ให้รัฐบาลใช้กลไกทุกช่องทางแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนจากประเทศเมียนมา ให้ยุติหรือมีมาตรการควบคุมการทำเหมืองแร่ที่เป็นอันตรายบริเวณต้นน้ำในเมียนมา
2.ให้มีหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพน้ำมลพิษที่ปนเปื้อนใน พืช ผัก พื้นที่เกษตรกรรม และปลา ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โดยต้องเปิดเผยข้อมูลสาธารณะอย่างโปร่งใส
3.ให้มีมาตรการตรวจสอบสุขภาพเด็ก เยาวชน สตรี และผู้สูงอายุในชุมชนในลุ่มน้ำที่อาศัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบในแม่น้ำ
4.ให้โรงเรียนและสถานศึกษาในพื้นที่ มีการเรียนหลักสูตรท้องถิ่นเกี่ยวกับสารพิษข้ามแดนและสิ่งเสริมการฟื้นฟู ปกป้องแม่น้ำ
5.ให้มีตัวแทนเด็กและเยาวชน เข้าไปมีส่วนร่วมในกลไกการแก้ปัญหาภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมในทุกระดับอย่างจริงจัง
ต่อจากนั้นตัวแทนเยาวชน ยื่นหนังสือให้กับตัวแทนจากฝ่ายการเมืองที่มารับหนังสือ ประกอบด้วย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน นายพละวัต ตันศิริ สว.และน.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สว.
ขณะที่ก่อนการยื่นหนังสือ มีการเสวนาด้านนโยบายการแก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน
นายนิวัติ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ ประธานกลุ่มฮักเชียงของ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เครือข่ายประชาชนจะยื่นข้อเสนอต่อผู้แทนราษฎร ประเด็นน้ำปนเปื้อนสารพิษถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นปัญหาชีวิตของประชาชนและส่งผลกระทบไปสู่รุ่นลูกหลาน แต่รัฐบาลกลับไม่มาฟังเสียงชาวบ้าน
ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารพิษ ถ้ายังไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม คนเชียงรายทนไม่ได้แน่ ไม่เกินปีนี้จะต้องมีการลุกฮือขึ้นมา
ก่อนที่นายนิวัติจะอ่านข้อเรียกร้อง 12 ข้อของเครือข่ายภาคประชาชนและวิชาการ เพื่อเสนอไปยังรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
1.ขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการนำเข้าแร่สำคัญ เช่น พลวง ตะกั่ว ดีบุก ทองแดง แมงกานีส วุลแฟรม รวมไปถึงแร่หายาก ผ่านด่านชายแดนเมียนมาเข้าสู่ประเทศไทย -ท่าเรือแหลมฉบัง และถูกส่งต่อไปยังประเทศจีน
ต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับ ห่วงโซ่อุปทานแร่ ต้องให้บริษัทผู้นำเข้าแร่แสดงแหล่งแร่ที่ซื้อว่านำเข้ามาจากแหล่งใดบ้าง
2.รัฐบาลต้องตรวจสอบอย่างบูรณาการของทุกหน่วยงานภาครัฐ วิชาการ ให้สิ้นสงสัยว่า โลหะหนักในแม่น้ำ ตะกอนดิน พืชผัก น้ำประปา น้ำบาดาล สัตว์น้ำ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆระบบห่วงโซ่อาหารร่างกายมนุษย์ มีแหล่งกำเนิดจากแหล่งใด
รัฐบาลต้องสั่งการ ตรวจสอบสารโลหะหนักที่มีความเกี่ยวข้องกับเหมืองแร่หายากด้วย
3. รัฐบาลต้องจัดให้มีการสร้างแผนที่ความเสี่ยงในแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน เพื่อใช้เฝ้าระวังการสะสมของสารโลหะหนัก ในระบบห่วงโซ่อาหาร
4. รัฐบาลต้องทำแผนเฝ้าระวังในผลกระทบการสะสมสารโลหะหนักต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อม และห่วงโซ่อาหารอย่างน้อย 5 ปี
5. จัดตั้งระบบข้อมูลกลางด้านผลตรวจสารโลหะหนัก เพื่อความโปร่งใสและให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้
6. รัฐบาลต้องจัดห้องปฏิบัติการทำหน้าที่ตรวจสารโลหะหนักแบบครบวงจร
7. รัฐบาลต้องจัดการให้การประปาส่วนภูมิภาคย้ายแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่แทนแม่น้ำกก สาย รวก โขง เพื่อผลิตน้ำประปาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ
8. รัฐบาลต้องจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติมี องค์ประกอบทั้งภาครัฐและวิชาการ ภาคประชาชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของการกำหนดนโยบายแก้ปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารโลหะหนักข้ามพรมแดน
9. รัฐบาลต้องเปิดการเจรจากับประเทศเมียนมา จีน และกองกำลังชาติพันธ์ุ ตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อหาทางปิดเหมืองที่สร้างผลกระทบข้ามแดน
10. รัฐบาลต้องจัดหาแหล่งน้ำปลอดภัยให้ 11 ชุมชน 2 ตำบล คือ ท่าตอน และแม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
11. รัฐบาลต้องหาแหล่งน้ำใหม่ แทนแม่น้ำกก สาย รวก โขง ผลิตน้ำประปาให้กับ 7 หมื่น ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปา
12. รัฐบาลต้องเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวริมแม่น้ำกก แพเปียก และร้านอาหาร
ด้านนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ กล่าวว่า รัฐบาลต้องต้องเปิดเผยฐานข้อมูล แผนที่ความเสี่ยง, ปลา เพราะที่ผ่านมาพบการปนเปื้อนของสารหนู 0.32 มิลลิกรัม/กิโลกรัม (มาตรฐาน 0.35 ) ตัวเลขนี้อาจไม่ปลอดภัยการบริโภคปริมาณมาก แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่มีการเปิดเผยให้กับประชาชน ส่วนแผนที่ความเสี่ยงต้องมีการปรับพื้นที่ให้เกษตรกรด้วย ส่วนกรณีตรวจสอบย้อนกลับแร่ ตอนนี้ทราบเพียงการนำเข้า แต่ไม่รู้ต้นตอของเหมืองอยู่ที่ไหน และยังไม่รู้เหมืองมีระบบบำบัดมลพิษอย่างไร
รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ จากพ.ร.บ.แร่ฯ ถ้ารัฐบาลจริงจัง สามารถออกกฎกระทรวงเพื่อตรวจสอบย้อนกลับ ใคร? ที่นำเข้ามาต้องระบุให้ชัดเจนว่าแร่ที่นำเข้า ระบุเหมืองที่นำเข้ามามาจากตรงไหนบ้าง และบำบัดอย่างไร
ส่วนกรณีการเจรจาระหว่างประเทศ นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าให้คะแนนเต็มสิบ ให้เพียงหนึ่งคะแนนจากการทำงานที่ผ่านมา รัฐบาลเลือกเจรจาเฉพาะแบบทวิภาคี ไทย-เมียนมา การแก้ไขปัญหาไม่มีทางเกิดขึ้น ซึ่งต้องเจรจาประเทศจีน ลาว
การแก้ปัญหารัฐบาลต้องมองเป็นภาพใหญ่ได้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นแกนนำในการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝุ่น หรือน้ำ โดยมีกระทรวงการต่างประเทศสนับสนุน
ด้านนายพละวัต กล่าวว่า การแก้ปัญหาเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่เป็นต้นเหตุของสารพิษ มีข้อเสนอจากนักวิชาการ ม.เชียงใหม่ ให้ใช้บริษัทรัฐวิสาหกิจจีนที่มีมาตรฐานสูงเข้ามาควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย แต่ปัญหาที่พบเท่าที่ทราบมาเป็นการลงทุนส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นบริษัทจึงทำลายสิ่งแวดล้อม
ส่วนมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ ต้องดูว่ารัฐบาลมีความจริงจังแค่ไหน อาจต้องมีมาตรการเยียวยาออกมา
นายพละวัต กล่าวต่อว่า ส่วนการตั้งศูนย์ฯตรวจสารเคมีตกค้างในจังหวัดเชียงรายก็มีความจำเป็น โดยเฉพาะนอกจากตรวจหาสารพิษในแม่กก การตรวจพืช บริเวณด่านเชียงของ ก็มีความจำเป็น เพราะการนำเข้าพืชจากต่างประเทศ มีปัญหาเรื่องสารพืษตกค้าง หากมีศูนย์ฯตรวจพืชจะยกระดับการตรวจ
ด้านน.ส.มณีรัฐ กล่าวถึงการเจรจาระหว่างประเทศว่าการเจรจาระดับทวิภาคีอาจไม่เพียงพอ ควรดูกลุ่มทุนที่ได้ผลประโยชน์ หารขนส่ง การนำเข้า หรือนำเข้าได้ขนาดไหน ต้องฝากรัฐบาลจะต้องติดตามการแก้ปัญหา
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
