เปิดไทม์ไลน์ทรัมป์โพสต์ "ชนะอิหร่าน" ศึกตะวันออกกลางผ่านโซเชียล

ต่างประเทศ
15:14
จำนวนผู้ชม 243
เปิดไทม์ไลน์ทรัมป์โพสต์ "ชนะอิหร่าน" ศึกตะวันออกกลางผ่านโซเชียล
โดนัลด์ ทรัมป์ มักใช้สื่อ-โซเชียลเป็นเวทีหลักรายงานศึกตะวันออกกลาง ภายใต้ปฏิบัติการ "Epic Fury" พร้อมประกาศชัยชนะซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยปลายนิ้วของเขาเอง ย้อนแย้งกับข้อเท็จจริงในสนามรบยังเต็มไปด้วยคำถาม ความสูญเสีย และพันธมิตรที่เริ่มถอยห่าง

วันนี้ (24 มี.ค.2569) ในโลกยุคปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารวิ่งเร็วกว่ากระสุนปืน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเขามีอำนาจในการชี้นำความคิดของคนทั่วโลกผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อ การเดินสายรณรงค์หาเสียงตามรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ทุกครั้งที่โพสต์ข้อความด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด นั่นไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว แต่คือการสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน คะแนนนิยมและนโยบายความมั่นคงระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักสังเกตการณ์หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ความสนใจที่เกิดขึ้นจากโพสต์เหล่านี้มักจะคงอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากทรัมป์มีพฤติกรรมที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงจุดยืนหรือเนื้อหาของข่าวสารได้ตลอดเวลา วันนี้ผู้นำสหรัฐฯ อาจจะขู่ทำลายล้างอิหร่านให้สิ้นซาก แต่อีกวันต่อมาผู้นำสหรัฐฯ คนเดิมกลับโพสต์ว่ากำลังมีการเจรจาที่เป็นไปได้ด้วยดีอย่างยิ่ง

"ปฏิบัติการ Epic Fury" เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปธน.ทรัมป์ ก็ใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่เน้นย้ำเรื่อง "ชัยชนะ" อย่างต่อเนื่อง เพื่อกลบเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความสูญเสียและงบประมาณมหาศาลกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ที่ต้องจ่ายไป

ไทม์ไลน์ 1 เดือนแห่งการประกาศชัยชนะในปฏิบัติการ Epic Fury

สัปดาห์ที่ 1 การเปิดฉากที่รุนแรงและคำอ้าง "ชนะในชั่วโมงแรก"

  • 28 ก.พ. สหรัฐฯ และอิสราเอล ร่วมกันเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่าน
  • 1 มี.ค. อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค
  • 12 มี.ค. ทรัมป์ประกาศที่รัฐเคนตักกีว่า "เราชนะแล้ว" แม้จะเพิ่งผ่านไปเพียง 12 วันของการโจมตี โดยกล่าวว่า "เราไม่อยากพูดเร็วเกินไปว่าชนะ แต่เราชนะแล้ว เราชนะการเดิมพันนี้ตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้ว"

สัปดาห์ที่ 2 การอ้างทำลายล้าง 100%

  • 11-13 มี.ค. ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล อ้างว่าอิหร่าน "พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์" (Totally Defeated)
ภาพประกอบข่าว เปิดไทม์ไลน์ทรัมป์โพสต์
  • 14 มี.ค. ทรัมป์สร้างความฮือฮาด้วยการโพสต์ว่า "เราได้ทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปแล้ว 100%" และย้ำว่าสหรัฐฯ ได้ทำให้อิหร่านไร้ความสามารถทั้งในทางทหาร เศรษฐกิจ และ ทุก ๆ ด้าน
ภาพประกอบข่าว เปิดไทม์ไลน์ทรัมป์โพสต์

สัปดาห์ที่ 3 ความย้อนแย้งในคำสั่งขู่ถล่มโรงไฟฟ้า - ชะลอศึกอ้างเจรจาสำเร็จ

  • 15 มี.ค. ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ NBC และสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว ย้ำว่าอิหร่านถูก "ถล่มจนราบ" (Literally Obliterated)
  • 16 มี.ค. ในการประชุมคณะกรรมการศูนย์เคนเนดี มีการกล่าวว่ากองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่านหายไปแล้ว และคำกล่าวจากห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวว่า "ภายใน 2 สัปดาห์ เราได้ทำลายล้างไปเกือบหมดแล้ว" อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้นมีรายงาน โดรนอิหร่านโจมตีถังน้ำมันใกล้สนามบินดูไบ
  • 19 มี.ค. ทรัมป์ระบุว่าความขัดแย้งใกล้จบแล้ว เพราะขีดความสามารถส่วนใหญ่ของอิหร่านถูกทำลายไปเกือบหมด และสหรัฐฯ ได้รับชัยชนะก่อนแผนการที่วางไว้
  • 20 มี.ค. ทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียลว่าใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว และกำลังพิจารณาที่จะยุติปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของอิหร่าน
  • 22 มี.ค. ทรัมป์เปลี่ยนท่าทีจากการประกาศชนะเป็นการข่มขู่ โดยโพสต์ว่าหากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง สหรัฐฯ จะถล่มโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้สิ้นซาก
ภาพประกอบข่าว เปิดไทม์ไลน์ทรัมป์โพสต์
  • 23 มี.ค. ทรัมป์โพสต์ประกาศสำคัญผ่านทรูธ โซเชียล (โดยพิมพ์เป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด) ว่าเขาได้สั่งให้กระทรวงสงครามระงับการโจมตีโรงไฟฟ้าเป็นเวลา 5 วัน เนื่องจากมีการเจรจาที่ "ดีมากและมีประสิทธิภาพ" กับตัวแทนอิหร่าน
ภาพประกอบข่าว เปิดไทม์ไลน์ทรัมป์โพสต์
  • 24 มี.ค. (วันนี้) ทรัมป์ยังคงโพสต์ข้อความสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งในฟลอริดา และโจมตีฝ่ายตรงข้ามในประเทศ แต่ยังไม่มีการเอ่ยถึงความพ่ายแพ้ใด ๆ ในตะวันออกกลาง

ชัยชนะในมุมของทรัมป์กับความเป็นจริงในสนามรบ

ทรัมป์มักอ้างตัวเลขความสำเร็จที่น่าประทับใจ เช่น การทำลายเรือรบอิหร่าน 58 ลำ และเรือวางทุ่นระเบิด 31 ลำ เขายังอ้างว่ากองทัพอากาศอิหร่านล่มสลายภายใน 3 ชั่วโมงแรก

อย่างไรก็ตาม ไมเคิล โอแฮนลอน (Michael O'Hanlon) เป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านนโยบายต่างประเทศและผู้อำนวยการวิจัยโครงการนโยบายต่างประเทศจากสถาบัน Brookings Institution วิเคราะห์ผ่าน PolitiFact ว่า แม้อิหร่านจะได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ยังไม่ "พ่ายแพ้" อิหร่านยังคงสามารถยิงโดรนและขีปนาวุธใส่พันธมิตรของสหรัฐฯ ได้ทุกวัน แม้จะมีปริมาณลดลงแต่ก็เพียงพอที่จะสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก

อาเคย์ลา การ์ดเนอร์ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบข่าว มองว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่ทรัมป์พยายามเปรียบเทียบชัยชนะของเขากับเหตุการณ์ "Mission Accomplished" ในสงครามอิรักของ อดีต ปธน.จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ปี 2546

ที่บุชได้ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ โดยการไปยืนประกาศชัยชนะ พร้อมถ่ายรูปใต้ป้าย "ภารกิจสำเร็จ" บนเรือบรรทุกเครื่องบินเมื่อเดือน 1 พ.ค.2546 เพียง 6 สัปดาห์หลังจากเริ่มการทิ้งระเบิด ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงคือสงครามอิรักยังไม่จบ และสู้รบกันเรื่อยมาอีก 8 ปี จน อดีต ปธน.บารัก โอบามา ส่งถอนทหารออกจากอิรัก จึงเป็นอันสิ้นสุดสงครามอิรักอย่างเป็นทางการ

และ อดีต ปธน.บุช ก็ได้ออกมายอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของเขาที่ประกาศชัยชนะ ทั้ง ๆ ที่การสู้รบยังดำเนินต่อ

นอกจากนี้ การสนับสนุนสงครามในสหรัฐฯ เองก็เริ่มสั่นคลอน ผลสำรวจจาก Quinnipiac ชี้ว่าประชาชนเกินครึ่งคัดค้านการสู้รบครั้งนี้ ในขณะที่พันธมิตรใน NATO ก็ถูกทรัมป์ตราหน้าว่าเป็น "เสือกระดาษ" เพราะไม่ยอมส่งกำลังเข้ามาร่วมแบกรับภาระในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้สถานการณ์ที่ทรัมป์อ้างว่าชนะ ดูเหมือนจะเป็นการต่อสู้ที่โดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ

ปิดท้ายด้วย โอลิเวีย ทรอย อดีตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติ เคยช่วยงานทรัมป์ในช่วงวาระแรก แต่ต่อมา ได้ออกมารณรงค์ต่อต้านเขาในการเลือกตั้งปี 2567 กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรที่ทรัมป์และผู้ช่วยระดับสูงของเขาจะอ้างว่าสหรัฐฯ กำลังได้เปรียบในความขัดแย้งแบบนี้ซ้ำ ๆ พอเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง ทรัมป์คงคิดว่าจะล้างมือให้สะอาด อ้างว่าชนะแล้ว จากนั้นก็เดินหน้าต่อไป

นี่ไม่ใช่รายการเกมโชว์ สงครามกับอิหร่านไม่ใช่เรื่องความนิยมทางการเมือง เพราะตอนนี้มีผู้เสียชีวิตอยู่

สิ่งที่น่าจับตาที่สุดในปฏิบัติการ Epic Fury คือการที่หน้าฟีดโซเชียลของทรัมป์ เต็มไปด้วยคำว่า "ชนะ" "ทำลายล้าง" และ "ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่" แต่หากมองไปรอบข้าง จะพบภาพทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 13 นาย บาดเจ็บกว่า 200 นาย ราคาน้ำมันที่ผันผวนจนส่งผลกระทบไปทั่วโลก และพบว่าพันธมิตรหลักหลายชาติเริ่มแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการลากยาวของความขัดแย้งนี้

คำถามสำคัญคือ ในเมื่อทรัมป์โพสต์ประกาศชัยชนะมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำไมจึงไม่เคยเห็นแม้แต่โพสต์เดียวที่บอกว่าสหรัฐฯ กำลังเพลี่ยงพล้ำ กำลังสูญเสีย หรือแม้แต่การประกาศถอยเพื่อรักษาชีวิตทหาร ? ทั้งที่ในความเป็นจริง ทั้งพันธมิตรและประชาชนชาวอเมริกันต่างก็เริ่มไม่ให้ความร่วมมือและตั้งคำถามกับเป้าหมายที่แท้จริงของสงครามครั้งนี้แล้ว

หรือว่า "ชัยชนะ" ในความหมายของทรัมป์ จะมีอยู่เพียงแค่บนหน้าจอสมาร์ตโฟนของเขาเท่านั้น ?

ที่มาข้อมูลเพิ่มเติม : Fact Check: Did Donald Trump post ‘We have won’ amid the Iran war?, Iran International, CBC, Trumpsthuth

อ่านข่าวอื่น :

สถานทูตสหรัฐฯ ในไทยย้ำ "พลเมืองอเมริกัน" ระวัง-ลงทะเบียนรับแจ้งเตือน

ซาอุดีฯ ลดส่งออกน้ำมันสู่เอเชีย ปรับแผนส่งผ่าน "ทะเลแดง" หนี "ฮอร์มุซ" ปิด

“บาห์เรน” เสนอ “UNSC” อนุมัติการใช้กำลัง เพื่อปกป้องการเดินเรือใน “ฮอร์มุซ”