วันนี้ (25 มี.ค.2569) ความคืบหน้าคดีนายต้อม ชาวสปป.ลาว วัย 26 ปี ฆาตกรรม น.ส.แรม แฟนสาวก่อนแยกชิ้นส่วนศพอำพราง เหตุเกิดในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 นายต้อมอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวสอบสวนดำเนินคดี หลังตำรวจตามจับได้ที่ จ.หนองคาย ขณะเตรียมหลบหนีกลับประเทศ
ครอบครัวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เริ่มสังเกตความผิดปกติตั้งแต่น้องสาวโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือว่าถูกกักขังอยู่ ก่อนจะขาดการติดต่อและเป็นที่มาของการตามหาตัวและเข้าแจ้งความกับตำรวจ
นายเดด และ น.ส.น้อย พี่ชายและพี่สาว ของน.ส.แรม ผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง กทม. หลังทราบว่าตำรวจจะควบคุมตัวนายต้อม ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม น.ส.แรมและอำพรางศพใส่ถุงดำ มาสอบสวนดำเนินคดี
พี่ชายผู้เสียชีวิต เล่าย้อนเหตุการณ์ตั้งแต่นายต้อมไปรับตัวน้องสาวจากที่ทำงานใน จ.ชลบรี มาที่กรุงเทพฯ ก่อนช่วงเย็นของวันที่ 22 มี.ค. น้องสาวได้โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ โดยบอกว่าถูกนายต้อมกักขังไว้ในห้องและมีปากเสียงกัน
นอกจากการโทรศัพท์แล้ว ผู้เสียชีวิตยังพยายามส่งข้อความขอความช่วยเหลือผ่านแชตถึงพี่ชายด้วย แต่ขณะนั้นตนกำลังทำงาน จึงได้แต่เพียงแนะนำให้ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามพูดคุยกัน กระทั่งเลิกงานประมาณเที่ยงคืน จึงรีบเดินทางไปหาน้องสาวที่ห้องพักของผู้ก่อเหตุ ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 14
นายเดช กล่าวว่า แม้จะไม่พบน้องสาว แต่พยายามขอเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพัก และพบร่องรอยคราบเลือด จึงเชื่อว่ามีการทำร้ายร่างกายน้องสาว
การหายตัวไปของ น.ส.แรม ทำให้เพื่อนและคนในครอบครัวช่วยกันหาร่องรอยของน.ส.แรม และย้อนกลับไปที่พักนายต้อมอีกครั้ง และพบว่าในถังขยะใกล้ที่พัก มีรองเท้าและเส้นผมของน.ส.แรมตกอยู่ จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความ
ด้านพี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า การเดินทางมารอพบตัวนายต้อมในครั้งนี้ เพราะต้องการถามผู้ก่อเหตุว่า เหตุใดจึงลงมือทำรุนแรงกับน้องสาวถึงขั้นนี้
หลังตำรวจรับแจ้งความจึงตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายต้อม รวมทั้งขอภาพวงจรปิดจากที่พักจนพบพฤติกรรมการนำถุงดำออกมาทิ้ง อีกทางยังพบเบาะแสว่า นายต้อมเดินทางโดยเครื่องบินไปลงที่จ.อุดรธานี ก่อนเดินทางต่อไปที่ด่านชายแดน จ.หนองคาย คาดว่าเตรียมหนีออกนอกประเทศ จึงประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสกัดจับไว้ได้ทัน
ล่าสุดช่วงเย็นที่ผ่านมา พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวนายต้อมผู้ต้องหา ขึ้นเครื่องบินกลับมาสอบสวนดำเนินคดีได้แล้ว เนื่องจากติดเงื่อนไข ด้านการควบคุมตัวผู้ต้องหา จึงมีการเปลี่ยนแผนการเดินทาง โดยคาดว่าจะสามารถนำตัวผู้ต้องหากลับมาถึงกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.2569)
จับชายอ้างรู้จัก “ป.ป.ช.” เรียกรับเงิน 15 ล้าน ช่วยเหลือคดี “รองอธิบดีกรมฝนหลวง”
"อนุทิน" ขับรถไฟฟ้า ช่วยประหยัดน้ำมัน ลดควันพิษ
เจออีก 3 จุดกักตุนน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานจับมือ DSI จ่อดำเนินคดี
