วันนี้ (27 มี.ค.2569) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าว โดยนายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงความคืบหน้าในการดูแลน้ำมัน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางว่า โดยสถานการณ์ภาพรวมน้ำมันดีเซลหมุนเร็วและน้ำมันเบนซิน รายงานปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเฉลี่ยในเดือน มี.ค. ตั้งแต่วันที่ 1- 24 มี.ค.2569 ปริมาณการผลิตอยู่ที่ 81.51 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายที่ 81.63 ลิตรต่อวัน ปริมาณการส่งออกอยู่ที่ 4.55 ล้านลิตรต่อวัน ภาพรวมจำหน่ายและส่งออกรวมกันอยู่ที่ 86.18 ล้านลิตรต่อวัน
น้ำมันเบนซินเฉลี่ย 1-24 มี.ค.2569 มีปริมาณการผลิต 37.12 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 35.10 ลิตรต่อวัน การส่งออกอยู่ที่ 0.00 ร้านลิตรต่อวัน ภาพรวมการจำหน่ายและส่งออกอยู่ที่ 35.10 ลิตรต่อวัน
ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์น้ำมันดีเซลหมุนเร็วและน้ำมันเบนซิน ทั้งกรมธุรกิจพลังงาน ได้แจ้งให้กับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ให้ส่งข้อมูลการรับ-จ่าย น้ำมันของคลังน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติมตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ซึ่งประเทศไทยมีคลังน้ำมันเพื่อการจำหน่ายอยู่จำนวนทั้งหมด 92 แห่ง โดยใน 92 แห่งนี้ เป็นคลังเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย 53 แห่ง
นอกจากนั้นยังมีคลังของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ไม่ได้ประกาศว่า เก็บน้ำมันสำรองบวกกับคลังน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 10 อีก 39 แห่ง โดยกรมได้จัดทำแบบฟอร์มรายงานเพิ่มเติมให้ทุกคลังน้ำมัน ระบุสถานที่จัดส่งปลายทาง หมายเลขทะเบียนรถขนส่ง เพื่อรวบรวมข้อมูลนำส่งให้กับหน่วยงานอื่น ๆ กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ในการตรวจสอบต่อไป
ทั้งนี้กระทรวงพลังงานยังได้ออกประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง การกำหนดมาตรการและเงื่อนไขในการดำเนินการค้าของผู้ค้าน้ำมัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พ.ศ.2569 ซึ่งนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ได้ลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569 มีสาระสำคัญคือผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จะต้องแสดงราคาและสต็อกของโรงกลั่นและคลังน้ำมันทุกแห่งรวมถึงต้องปิดป้ายแสดงราคา และปริมาณน้ำมันคงเหลือรายวันอย่างชัดเจน และต้องรายงานข้อมูลตรงต่อภาครัฐทุกวัน ทั้งราคาขายและสต๊อกคงเหลือให้กับกรมธุรกิจพลังงานสร้างภายใน 18.00 น. ของทุกวัน
นอกจากนั้น สาระสำคัญอีกประการในประกาศดังกล่าว คือ ให้ผู้ค้าน้ำมัน ขายน้ำมันเชื้อเพลิงตามราคาที่แสดงไว้หน้าโรงกลั่นหรือคลัง และไม่สูงกว่าราคาที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ประกาศไว้บนเว็บไซต์ หรือไม่เกินราคาหน้าปั๊ม ซึ่งราคาแนะนำซึ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ในภูมิภาคก็จะขึ้นอยู่กับการขนส่งตามที่ตารางที่ สพน. เคยประกาศไว้ และอีกส่วนที่สำคัญในประกาศ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่เป็นโรงกลั่น จะต้องรายงานต้นทุนในการกลั่นให้กับกรมธุรกิจพลังงานทราบทุกวันศุกร์ภายใน 12.00 น. และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จะต้องรายงานข้อมูลการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทุกครั้งที่มีการขนส่งน้ำมันออกจากคลัง ผ่านระบบ fuel DM ทุกครั้ง
ในเรื่องของการพัฒนาแอปพลิเคชั่นการจำหน่าย และขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง fuel Now ซึ่งจะแสดง fuel status ให้สำนักงานพลังงานจังหวัดและเจ้าของปั๊ม ได้กรอกข้อมูลพิกัดและสถานะของสถานีบริการ ว่า มีน้ำมันเพียงจำหน่ายปกติ หรือขาดเป็นบางชนิด ซึ่งปัจจุบันได้ให้ทางผู้ค้าน้ำมันให้ความร่วมมืออย่างรวดเร็ว ในการที่จะนำข้อมูลเข้ามา เพื่อความสมบูรณ์ของแอพพลิเคชั่นให้มากขึ้น และทาง DGA ได้มีการประสานที่จะนำแอปพลิเคชั่นดังกล่าวเข้าไปอยู่ใน แอปำลิเคชั่ยทางรัฐด้วย
ขณะที่ระบบการตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ Fuel DM ทุกครั้งที่มีการขนส่งจะต้องมีการกรอกข้อมูล ในระบบนี้ ว่าจะเป็นการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทอะไรปริมาณเท่าใด จากคลังไหนไปยังคลังไหน พร้อมแสดงใบกำกับการขนส่งเข้าสู่ระบบ พร้อมขอข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ก.พ.2569 เป็นต้นมา
อ่านข่าว :
กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก "ตะวันออกกลาง-หน้าปั๊ม"
กองทุนน้ำมัน ประกาศปรับลดเงินอุดหนุน "ดีเซล" 16.02 บาท/ลิตร มีผล 27 มี.ค.นี้
ลดภาษีสรรพสามิต คือทางออก แก้ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูง
