เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 10 เดือน กรุงศรีฯเผยซื้อขายสัปดาห์นี้ 32.50-33.30

เศรษฐกิจ
10:06
จำนวนผู้ชม 870
เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 10 เดือน  กรุงศรีฯเผยซื้อขายสัปดาห์นี้ 32.50-33.30
กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.50-33.30 อ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือน  เกาะติดราคาน้ำมันและข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ นักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจเรื่องการลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาจกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น

วันนี้ (30 มี.ค.2569) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.88 ต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังซื้อขายในกรอบ 32.35-33.06 ส่งผลให้เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือน ในขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ

ขณะที่ตลาดปรับตัวผันผวน หลังราคาสินทรัพย์ต่างๆกลับทิศอย่างกะทันหันเมื่อประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุว่า ได้เลื่อนการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจเรื่องการลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเรื่องข้อตกลงหยุดยิง โดยแผน 15 ข้อจากสหรัฐฯและข้อเสนอ 5 ข้อจากอิหร่านบ่งชี้ว่าแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงมีความไม่แน่นนอนสูง

 ในขณะเดียวกันตลาดกำลังให้ความสนใจต่อผลกระทบด้านเงินเฟ้อ โดยประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเริ่มเห็นสัญญาณขาดแคลนอุปทาน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 2,011 ล้านบาท และ 13,279 ล้านบาท ตามลำดับ

 สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ มองว่า ยิ่งสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ความตึงตัวด้านอุปทานจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยหากนักลงทุนปิดรับความเสี่ยงอย่างรุนแรง เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามตัวเลขจ้างงานเดือนมีนาคมของสหรัฐฯ เชื่อว่าดอลลาร์จะกลับมาอ่อนค่าหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลายตัวลง แต่ในระยะสั้นดอลลาร์จะยังได้รับแรงหนุน

โดยคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้กรณีราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีแนวโน้มลากยาว ซึ่งประธานอีซีบีแสดงท่าทีพร้อมขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเพื่อหวังว่าจะลดความจำเป็นในการคุมเข้มนโยบายมากกว่านี้ในภายหลัง

อนึ่ง ภายใต้สถานการณ์ที่ความเสี่ยงในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มองว่าข้อได้เปรียบด้านอัตราผลตอบแทนจะมีบทบาทน้อยลงต่อทิศทางค่าเงิน เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางช็อกด้านราคาพลังงานมักส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป

 ทั้งนี้นักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย หลังกระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนก.พ.เติบโต 9.9% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่มูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น 31.8% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 2.83 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าว :

เปิด “บริษัทรับเหมา” ได้งานขยายถนน “ตัดต้นตาลดาบวิชัย”

ราคาทองคำ เปิดตลาด ลบ 300 บาท “รูปพรรณ”รับซื้อ 68,000 บาท

"สินค้าละเมิด" ทะลัก 3 เดือน ยึดกว่า 7.2 แสนชิ้น กิจเสียหายกว่า 700 ล้านบาท