“ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี” สินค้า GI หนึ่งเดียวของจ.อุทัยธานี ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน มีลักษณะเด่นคือเกล็ดหนา เนื้อแน่นนุ่มเป็นเส้นใย มีรสหวาน และไม่มีกลิ่นโคลนหรือกลิ่นสาบ ซึ่งเป็นผลจากความเชื่อมโยงกับสภาพภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำสะแกกรังที่มีน้ำใสสะอาดไหลเวียนดี อุดมด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ประกอบกับภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาในกระชังของชุมชนที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มีการให้อาหารเม็ดโปรตีนสลับกับผักผลไม้ต่างๆ และดูแลสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ปลาแรดมีคุณภาพแตกต่างจากแหล่งอื่นอย่างชัดเจนและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ มุ่งมั่นส่งเสริมและต่อยอดสินค้าของของท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนการพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถสร้างรายได้ในให้ชุมชนและเลี้ยงครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน
ปัจจุบันสินค้าไทยที่ขึ้นทะเบียนเป็น GI 254 รายการ สร้างมูลค่ารวมกว่า 115,224 ล้านบาท ซึ่งหลังจากขึ้นทะเบียน กรมฯ เร่งผลักดันการทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า พร้อมต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้า GI ไทยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หารือลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรด ต.ท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่าเพื่อรักษาคุณภาพและอัตลักษณ์ของสินค้า GI และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค ตลอดจนสร้างความยั่งยืนให้กับสินค้ากรมฯ ยังมีแผนต่อยอดการพัฒนาGI ในมิติต่างๆ ทั้งการส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย การสร้างแบรนด์และเล่าเรื่อง (storytelling) เพื่อเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับสินค้า การผลักดันเข้าสู่ตลาดออนไลน์และงานแสดงสินค้าสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการจัดเวิร์คชอป ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้หมุนเวียนคืนสู่ท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับ “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี” ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรด ต.ท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี กรมฯมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง ชูศักยภาพต่อยอดสร้างมูลค่าสินค้าในมิติต่างๆ ปัจจุบันมีผู้ผลิตปลาแรดในพื้นที่กว่า119 ราย ซึ่งล้วนมีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าและขอใช้ตรา GI อย่างถูกต้อง สามารสร้างปริมาณการผลิตรวมกว่า 940,000 กิโลกรัมต่อปี และหลังได้รับ GI ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 100 - 120 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 70 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ GI ในการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านนางวันเพ็ญ นาทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรด ต.ท่าซุง กล่าวว่า การเลี้ยงปลาแรดของชาวบ้านในอดีตพึ่งพาการจับปลาในธรรมชาติซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน สู่การปรับตัวมาเลี้ยงปลาในกระชังที่สามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณผลผลิตได้มากขึ้น การมีระบบควบคุมดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสินค้าให้สามารถเข้าสู่ตลาดระดับพรีเมียม ร้านอาหารคุณภาพ และช่องทางจำหน่ายสมัยใหม่ได้มากยิ่งขึ้น
โดยมีกระบวนการเพาะเลี้ยงปลาแรดในกระชัง พร้อมอธิบายขั้นตอนการคัดเลือกพันธุ์ การเลี้ยง การให้อาหารการควบคุมสภาพแวดล้อม การนำปลาไปจำหน่าย และการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพตรงตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีการรวมกลุ่มและพัฒนาสินค้าร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุน วางแผนการผลิต และสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาดได้ดีขึ้น
ปัจจุบันมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานีโดยการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิดภายใต้แบรนด์ “แรดตัวแม่” เช่น ปลาแรดแดดเดียว ปลาร้าด่วนจากปลาแรด แหนมปลาแรด ข้าวเกรียบปลาแรด เป็นต้น รวมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อคนรักสุขภาพ เช่น เจลาตินและคอลลาเจนจากปลาแรด เป็นต้น สามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับสมาชิกของกลุ่ม อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของผู้คนในพื้นที่อีกด้วย
อ่านข่าว:
"GI Market " ชูสินค้าท้องถิ่น หนุนเศรษฐกิจฐานราก เจาะกลุ่มคนเมือง
เนื้อแน่น รสหวาน “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” หนุน “ท่องเที่ยวเชิงอาหาร” ยกระดับศก.ชุมชน
“กาแฟ GI” ครองใจนักดื่ม ปี68 สร้างยอดขาย1.49 พันล้าน ตอกย้ำเอกลักษณ์กาแฟไทย
