วันนี้ (10 ก.พ.2569) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปลานิลสายน้ำไหลเบตง สินค้า GI รายการล่าสุดของจ.ยะลา มีคุณภาพโดดเด่นแตกต่างจากปลานิลทั่วไปอย่างชัดเจน จากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตรกรรม โดยแหล่งผลิตอยู่ในบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 27.5-28.5 องศาเซลเซียส มีหมอกและฝนตกชุกตลอดปี และน้ำในลำธารมีปริมาณออกซิเจนสูงเนื่องจากสายน้ำไหลเวียนตลอดเวลา
เกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผันน้ำจากลำธารเข้าสู่บ่อเลี้ยง ส่งผลให้ปลามีเนื้อแน่นเด้ง มีไขมันแทรกเล็กน้อย และรสชาติหวานเป็นธรรมชาติ มีความสะอาด ปราศจากกลิ่นโคลน และมีกลิ่นคาวน้อยกว่าปลานิลทั่วไป สามารถนำมาทำเป็นเมนูซาชิมิได้
เกษตรกรได้ใช้วิธีการคัดสรร ปรับปรุงพันธุ์ และแปลงเพศปลาให้เป็นเพศผู้ล้วน เพื่อไม่ให้เกิดการขยายพันธุ์จนแน่นบ่อเลี้ยง ปลานิลสายน้ำไหลเบตงจึงเจริญเติบโตได้ดี โตไว และมีคุณภาพสม่ำเสมอ
โดยลักษณะภายนอกตรงส่วนหัวจะมีขนาดเล็ก ตัวปลามีขนาดใหญ่ ลำตัวแบนข้าง และเนื้อส่วนหลังเป็นสันหนา มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป อาจน้ำหนักได้มากกว่า 9 กิโลกรัม ด้วยเอกลักษณ์และคุณภาพของปลานิลสายน้ำไหลเบตง ซึ่งเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน ร้านอาหารและภัตตาคารต่างๆ จึงนิยมนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารหลากหลาย สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยง โดยมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 163,000 กิโลกรัมต่อปี ราคาขายเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดได้กว่า 19 ล้านบาทต่อปี
นางอรมน กล่าวต่อว่า การขึ้นทะเบียน GI ปลานิลสายน้ำไหลเบตงในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค โดยการันตีคุณภาพสินค้าว่า เป็นของดีที่มาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง และเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของ จ.ยะลา โดยปลานิลสายน้ำไหลเบตงเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดต่อจากกล้วยหินบันนังสตา ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ส้มโชกุนเบตง มังคุดในสายหมอกเบตง และไก่เบตงยะลา ที่ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้า GI ในหมวดอาหาร
กรมฯ ผลักดันการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ทั้ง 6 รายการ ผ่านเส้นทาง การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ของ จ.ยะลา ชูจุดเด่นให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสคุณภาพและรสชาติสินค้า GI อันโดดเด่น พร้อมเที่ยวชมภูมิปัญญาการผลิตของเกษตรกรจากแหล่งผลิตสินค้าโดยตรง รวมทั้งส่งเสริมสินค้า GI จ.ยะลา ให้เป็นวัตถุดิบของร้านอาหารระดับ Fine Dining เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวใน จ
ยะลา อย่างยั่งยืนด้วย
อ่านข่าว:
ตัวใหญ่ สีสวย เนื้อแน่นหวาน “กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต” GI น้องใหม่ ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล
“กาแฟ GI” ครองใจนักดื่ม ปี68 สร้างยอดขาย1.49 พันล้าน ตอกย้ำเอกลักษณ์กาแฟไทย
“เนื้อโคขุน” สุรินทร์ ของดีเมืองไทย รสชาตินุ่ม อร่อยลิ้น ไร้กลิ่นสาบ










