จากปัญหาผลกระทบจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ล่าสุด ภาครัฐจัดเตรียม “ห้องปลอดฝุ่น” ไว้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่ในหลายจังหวัด เริ่มตื่นตัวและรวบรวมข้อมูลเช่นกัน เช่นที่ จ.พะเยา มีการทำลิสต์ห้องปลอดฝุ่นกว่า 200 แห่ง ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ ก็มีแพลตฟอร์ม "ห้องพักปอด" ให้บริการประชาชน
จ.เชียงใหม่ กำลังผลักดันโมเดลขยาย "ห้องปลอดฝุ่น" ให้ครอบคลุมและสอดรับกับวิถีชีวิตคนเมืองให้ได้มากที่สุด โดยรวบรวมพิกัดทั้งหมดมาไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ภายใต้ชื่อ "ห้องพักปอด" เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว สามารถตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์
แพลตฟอร์มดังกล่าว พัฒนาโดยทีมโปรแกรมเมอร์จาก สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ Climate Change Data Center Chiang Mai เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ในการรับมือกับปัญหาฝุ่นควันที่กำลังเกิดขึ้น
ศ.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศ.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า "ได้คุยกับหลายท่านทั้งทางเทศบาลเมืองเชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในการนำข้อมูลในแพลตฟอร์ม “ห้องปลอดฝุ่น อุ่นใจ" มาคัดพิกัด และใส่ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาได้ง่าย และในอนาคตหากมีความร่วมมือมากขึ้น เช่น ร้านกาแฟ อยากให้เป็นพื้นที่พักพิงก็เข้ามาเติมข้อมูลให้ปรากฎในแผนที่ได้ และหากประชาชนต้องการหาพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นน้อยก็ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้"
“ห้องพักปอด” จะไม่ได้มีแค่หน่วยงานราชการหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเท่านั้น แต่ขณะนี้ ท้องถิ่นกำลังทำความร่วมมือ ทั้งภาคเอกชน ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านกาแฟ ที่มีเครื่องฟอกอากาศ และพื้นที่พร้อม ให้มาร่วมกันปักหมุด และรายงานจุดปลอดฝุ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถเปิดแผนที่ในมือถือ แล้วมองหาที่พักเหนื่อย แวะพักหายใจในอากาศสะอาด ๆ ได้ทันที
ขณะที่ภารกิจดับไฟป่า ก็มีเเพลตเฟอร์ม "WARROOM" ที่ทีมนักวิชาการ และอาสาสมัครร่วมกันพัฒนาขึ้น ในฐานะแพลตฟอร์ม ที่ช่วยสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า ด้วยความสามารถในการระบุพิกัดจุดเกิดไฟ และวิเคราะห์ทิศทางลม ซึ่งช่วยให้ทีมเจ้าหน้าที่ สามารถวางแผนและเข้าพื้นที่ไปควบคุมเพลิงได้ง่าย และปลอดภัยขึ้น
แต่วันนี้ WARROOM ได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวฟังก์ชันใหม่ล่าสุด ที่มีชื่อว่า "ยิ้มสู้ แมชชิงอาสา" เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มจากการจัดการจุดความร้อน สู่การเป็นศูนย์กลางการจัดการ "ความช่วยเหลือ" อย่างเป็นระบบ
ดับไฟด้วยน้ำใจ
หนึ่งในปัญหาสำคัญของการปฏิบัติงานภาคสนามคือ เจ้าหน้าที่ด่านหน้ามักขาดแคลนเสบียงและอุปกรณ์จำเป็น ขณะที่ประชาชนจำนวนมาก พร้อมสนับสนุน แต่ยังขาดข้อมูลเรื่องพิกัดและความต้องการที่ชัดเจน
ผศ.ว่าน วิริยา หัวหน้าโครงการวิจัย “สร้างความร่วมมือและเครือข่ายการสื่อสารภาคประชาชน เพื่อพัฒนาการจัดการปัญหา PM2.5 ในระดับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน”
ฟังก์ชัน "ยิ้มสู้ แมชชิงอาสา" จึงถูกออกแบบมา เพื่อทำหน้าที่เชื่อมความช่วยเหลือเข้าหากันอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ความช่วยเหลือถูกส่งต่อไปยังจุดที่ต้องการได้รวดเร็วเเละตรงจุดมากขึ้น
ผศ.ว่าน วิริยา หัวหน้าโครงการวิจัย “สร้างความร่วมมือและเครือข่ายการสื่อสารภาคประชาชน เพื่อพัฒนาการจัดการปัญหา PM2.5 ในระดับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน” กล่าวว่า ในตัวแมชชิ่ง ได้รับการร้องขอจากชาวบ้าน เพราะชาวบ้านมีทรัพยากรไม่เพียงพอ เรื่องน้ำไม่พอ ข้าวไม่พอ น้ำมันไม่พอ อยากให้เอกชนและประชาชนทั่วไป ที่สามารถบริจาคได้ มาจับคู่กัน ซึ่งชาวบ้านสามารถร้องขอได้ เอกชนสามารถดูได้ว่า ชาวบ้านขาดเหลืออะไร ต้องการความช่วยเหลืออะไร
ในตัวแมชชิ่ง ได้รับการร้องขอจากชาวบ้านเพราะชาวบ้านมีทรัพยากรไม่เพียงพอ เรื่องน้ำไม่พอ ข้าวไม่พอ น้ำมันไม่พอ อยากให้เอกชนและประชาชนทั่วไป ที่สามารถบริจาคได้ มาจับคู่กัน ซึ่งชาวบ้านสามารถร้องขอได้ เอกชนสามารถดูได้ว่าชาวบ้านขาดเหลืออะไร
ทั้งนี้ “ยิ้มสู้ แมชชิงอาสา" ไม่ได้เป็นเพียงแค่ฟังก์ชันบนแอปพลิเคชัน แต่คือ เครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการน้ำใจของคนไทย ให้ส่งตรงถึงมือเจ้าหน้าที่ด่านหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด สามารถเเสกนคิวอาร์โค้ดได้ เมื่อเข้าไป จะเห็นรายละเอียดความต้องการของเเต่ละพื้นที่ที่ระบุไว้
อ่านข่าว :
"เชียงใหม่" ประกาศเขตภัยพิบัติไฟป่า 6 อำเภอ
31 จังหวัด ฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ หนักสุด "ปาย-เชียงดาว" พุ่งเฉียด 300 มคก.ต่อ ลบ.ม.
เชียงใหม่ "หมอกควัน" หนัก กระทบเด็กเลือดกำเดาพุ่งจากพิษ PM 2.5
ไฟป่า แม่ฮ่องสอน ลามหนัก ประสานขอเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนดับไฟ
