2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว "พระราชดำริ" พลิกพื้นที่วิกฤต สู่ชุมชนพึ่งตนเอง

สังคม
14:34
จำนวนผู้ชม 2,030
2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว "พระราชดำริ" พลิกพื้นที่วิกฤต สู่ชุมชนพึ่งตนเอง

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดในการดำเนินชีวิตที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่ประชาชนไทย ในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้สามารถอยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบของภัยสงคราม การน้อมนำหลักการทรงงานและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้เข้มแข็ง ยั่งยืน บนพื้นฐานของแนวทางที่สร้างความสมดุล เพียงพอ และมีภูมิป้องกันตนเอง จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต เป็นทางรอดให้เกษตรกร ครัวเรือนยากจน และชุมชนได้ ซึ่งไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังได้รับยกย่องจากสหประชาชาติว่าเป็นแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกและ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเอเชีย

การน้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ ถือเป็นพันธกิจสำคัญที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ดำเนินงานด้านส่งเสริมองค์ความรู้และการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นขั้นตอน "อยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน" โดยพัฒนาครอบคลุมด้านน้ำ ดิน อาชีพ รายได้ ความเข้มแข็งชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในปี 2570 มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ จึงได้คัดเลือกตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งที่น้อมนำแนวพระราชดำริ ครอบคลุมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืนไปปฏิบัติใช้อย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถพัฒนาสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จำนวน 10 หมู่บ้านใน 10 พื้นที่ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานที่ บ้านโคกยามู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ บ้านจำปูน ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่ตัวอย่างของภาคใต้ ความสำคัญของทั้งสองพื้นที่ เนื่องจากเป็นชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ที่เมื่อน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี เกิดความมั่นคงทางอาหาร ช่วยเสริมสร้างรายได้ สามารถพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร สร้างอาชีพที่เหมาะสมกับภูมิสังคม ทำให้มีทั้งแหล่งน้ำ ที่ดินทำกินปลอดภัย สามารถบริโภคในครัวเรือน ช่วยลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้จากการนำไปจำหน่าย เป็นต้นแบบเพื่อให้ชุมชนอื่นเข้ามาเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

พลิก "บ้านโคกยามู" แก้ปัญหาดิน เพิ่มที่ทำกิน ทำเกษตรปลอดภัย

นายอายุ ปิตาราโซ ผู้อาวุโสในชุมชน เปิดเผยว่า ในอดีตพื้นที่บ้านโคกยามู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาสประสบปัญหาอย่างหนัก สภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่พรุและมี “ดินลอย” คือ ดินที่มีชั้นหญ้าและป่าปกคลุมอยู่บนผิวน้ำและขี้โคลน ทำให้น้ำท่วมขังตลอดปี อีกทั้งยังมีปัญหาดินเปรี้ยว-น้ำเปรี้ยว รุนแรง จนชาวบ้านไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ น้ำในพื้นที่ไม่สามารถใช้สอยได้แม้แต่การล้างหน้าหรือซักผ้า

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

ชาวบ้านในสมัยนั้นต้องยังชีพด้วยการตัดไม้ฟืนขาย หรือต้องทิ้งถิ่นฐานไปรับจ้างแรงงานในประเทศมาเลเซียและต่างจังหวัด เนื่องจากไม่มีรายได้ในพื้นที่

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2520 เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่เป็นครั้งแรก และพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ขุดลอกคลองระบายน้ำ ชาวบ้านจึงได้ระดมกำลังช่วยกันขุดคลอง จนกระทั่งน้ำลดลงและผืนดินเริ่มแห้งพอที่จะปรับปรุงสภาพได้

ถ้าท่านไม่มาก็คิดว่าคงแย่นะครับ เพราะชาวบ้านไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้จะไปพึ่งใคร หากไม่มีการเสด็จพระราชดำเนินมาในวันนั้น พื้นที่แห่งนี้คงยังเป็นป่าพรุที่ทำกินไม่ได้

กูเซ็ง ลอเซ็ง ผู้ใหญ่บ้าน

กูเซ็ง ลอเซ็ง ผู้ใหญ่บ้าน

นายกูเซ็ง ลอเซ็ง ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า มูลนิธิปิดทองหลังพระได้เข้ามาในปี 2560 โดยเริ่มจากการนำเยาวชนไปเรียนรู้และฝึกปฏิบัติภาคเหนือก่อนนำกลับมาพัฒนาและต่อยอดการทำเกษตรในพื้นที่ รวมถึงเป็นพี่เลี้ยงให้กับชาวบ้าน จากการเริ่มต้นเพียงไม่กี่ครัวเรือน ปัจจุบันโครงการได้ขยายผลสู่แปลงใหญ่พื้นที่กว่า 66 ไร่ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้มีรายได้น้อย คนว่างงาน และผู้สูงอายุในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการกลุ่มในรูปแบบกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อเป็นสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลและทุนหมุนเวียนในอนาคต

ผู้นำชุมชนระบุว่าหัวใจสำคัญคือการระเบิดจากข้างใน โดยเริ่มจากการให้คนในพื้นที่ไปดูงานในพื้นที่โครงการหลวงอื่น ๆ จนเกิดความเชื่อมั่นและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ปัจจุบันจากการตรวจเลือดเกษตรกรพบว่าสารเคมีตกค้างลดลงอย่างเห็นได้ชัด และแตงโมที่ผลิตได้กลายเป็นสินค้าปลอดภัยที่ตลาดต้องการ

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

นางกูราย๊ะ แวกูโน ประธานกระจูดรายา กล่าวว่าเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ใน พ.ศ. 2522 และทรงตรัสถาม นางตูแวแย กุสุ ขณะที่กำลังฝัดข้าวและมีเสื่อกระจูดวางรองข้าวว่า "เสื่อนี้ใครทำ ช่วยสอนให้ลูกหลานด้วยนะ" และตั้งแต่วันนั้นในหมู่บ้านมีการสานกระจูดต่อเนื่องและ พัฒนาจนมี แบรนด์ของหมู่บ้าน "กระจูดรายา" สำหรับงานหัตถกรรมด้านการสานกระจูดเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ระหว่างปี 2562-2566 สามารถทำรายได้สะสมกว่า 1.1 ล้าน โดยเป็นรายได้ของกลุ่มสตรีและคนชราที่เดิมไม่ส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพประจำ มีการจัดตั้ง กลุ่มกับกองทุนเพื่ออาชีพ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนจักสานกระจูด กองทุนหมุนเวียนปัจจัยการผลิต (เพื่อเกษตรปลอดภัย) และโรงเรียนเกษตรกร

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

ด้วยหลักการทรงงาน สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริแก้ปัญหาวิกฤติของชุมชนอย่างเป็นระบบ ด้วยความ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เริ่มจากแก้ปัญหาสภาพดินเปรี้ยว ลดสารเคมีในดิน ปรับปรุงน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน จัดสรรที่ดินทำกินให้กับครัวเรือนในพื้นที่ป่าสงวน โคกไม้เรือสนับสนุนให้เกิดการทำเกษตรปลอดภัย ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องการสานกระจูดสร้างรายได้ให้กับสตรีและคนชรา

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

การพัฒนานี้ต้องเป็นการ "ระเบิดจากข้างใน" เกิดจากความต้องการของคนในชุมชนเป็นตัวกำหนด หน่วยงานที่ร่วมกับปิดทองหลังพระฯ เข้าไปร่วมกระตุ้น และส่งเสริมการทำงานในทุกมิติ ผลที่ได้นอกจากสร้างอาชีพของครัวเรือนแล้ว ยังเกิดความรักสามัคคีในชุมชน

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ช่วยให้ชาวบ้านสามารถเข้าใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนโคกไม้เรือ จำนวน 66.1 ไร่ ในลักษณะแปลงรวมที่ถูกกฎหมาย มีอาชีพการเกษตรตามแนวเกษตรปลอดภัย อาทิ แตงโม เกษตรผสมผสาน พืชผักสวนครัว

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

มิติอาชีพการเกษตร คุณภาพดินเพื่อการเกษตรดีขึ้นจากค่าดิน pH 3 ที่มีความเป็นกรดสูง เปลี่ยนเป็น pH 5.5 ที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกแตงโมตามแนวเกษตรปลอดภัยสามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง จาก 1,638 กิโลกรัมต่อไร่ ในปี 2563 เป็น 2,967 กิโลกรัมต่อไร่ ในปี 2568 ได้รับรองมาตรฐาน GAP สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมเกือบ 10 ล้านบาท ช่วงปี 2560-2567

มิติสังคม คนรุ่นใหม่ในชุมชน ได้รับการศึกษาจนจบปริญญาตรีเพิ่มขึ้น จาก 34 คนในปี 2560 เป็น 91 คนในปี 2567 คนในชุมชนมีอัตราการป่วยลดลงจากร้อยละ 13.82 เหลือร้อยละ 9.64 จากการลดสารเคมีที่ใช้ทำการเกษตร มีการออกไปทำงานนอกชุมชนลดลง

การพัฒนาบ้านโคกยามู ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขวิกฤตการว่างงาน การยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร สร้างโอกาสให้แรงงานกลับคืนถิ่นได้มีอาชีพที่มั่นคง สร้างพืชเศรษฐกิจใหม่ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เป็นที่ต้องการของตลาด อาทิ พืชสมุนไพร เห็ดนางฟ้า ข้าวโพดอาหารสัตว์ ฯลฯ สนับสนุนความรู้ในใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรแบบง่ายเพื่อช่วยเรื่องปรับปรุงบำรุงดิน ส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เพื่อเป็น "แหล่งเรียนรู้และปฏิบัติ" หรือ Social Lab จากการแก้ปัญหาของชุมชนเอง ให้กับชุมชนอื่นได้

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

"บ้านจำปูน" ชุมชนเข้มแข็ง ลดขัดแย้ง เพิ่มรายได้ยั่งยืน

ในปี 2549 พื้นที่ วังพญา-ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ได้เป็นโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพราะที่นี่คือหนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึง "พระเมตตาและความห่วงใย" อันล้นพ้นของพระองค์ ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลและพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยความปรารถนาดี พระองค์ทรงมุ่งหวังให้ราษฎรในพื้นที่ซึ่งเคยเผชิญความยากลำบากจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีอาชีพ มีรายได้ และมีชีวิตที่มั่นคงยั่งยืน ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริฯ

ในปี 2550 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมและติดตามการดำเนินกิจกรรมของฟาร์มตัวอย่างวังพญา-ท่าธง ทรงปลูก ต้นศรียะลา เป็นที่ระลึก และให้กำลังใจประชาชนในพื้นพื้นที่

พระองค์ท่านตรัสถามด้วยความห่วงใยว่า "ลูกๆ สบายดีอยู่ไหมคะ" ในช่วงที่บ้านเมืองยังไม่สงบ คำตรัสเพียงสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยความรักและเมตตา ทำให้เราทุกคนมีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป

ด้วยความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ ทำให้บ้านจำปูนเกิดปัญหาทางสังคมและความขัดแย้งในชุมชนอย่างแรง รายได้หลักที่เกิดจากพืชเชิงเดี่ยว โดยรายได้หลักจากยางพารามีความผันผวน ขณะที่ข้าวพันธุ์พื้นเมืองให้ผลผลิตต่ำเพียง 220 กิโลกรัมต่อไร่ และต้องพึ่งพาน้ำฝน ทำให้ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะหน้าแล้ง ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากย้ายไปทำงานต่างพื้นที่ รวมถึง ประเทศมาเลเซีย

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

นอกจากนี้ ยังเกิดความขัดแย้งจากการเลี้ยงวัวแบบปล่อยตามธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อพืชผล รวมถึงปัญหาโรคระบาดในสัตว์ สุขภาพประชาชนที่พบผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ตลอดจนปัญหาทุพโภชนาการในเด็ก และการจัดการขยะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

การน้อมนำแนวพระราชดำริในการพัฒนาด้วยหลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ของปิดทองหลังพระฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เริ่มด้วยการสร้างคน และ ปลุกคน คัดเลือกเยาวชน 6 คนไปศึกษาเรียนรู้แนวพระราชดำริ ในพื้นที่ต้นแบบ ดอยตุง และภูพาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

กอเซ็ง สาและ คอเต็บประจำมัสยิด

กอเซ็ง สาและ คอเต็บประจำมัสยิด

นายกอเซ็ง สาและ คอเต็บประจำมัสยิด เปิดเผยว่า ชุมชนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง และได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ในการพัฒนา โดยแม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตแล้ว แต่แนวทางยังคงเป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตของชุมชน

ปัจจุบัน มัสยิดได้เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีการจัดการเรียนการสอน 2 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรู้หลักศาสนาและการดำเนินชีวิตตามหลักศรัทธา ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ด้านเกษตรและวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้

เมื่อครั้งปิดทองหลังพระเข้ามาในพื้นที่ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล อดีต ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจการปิดทองหลังพระ ในสมัยนั้น ได้ให้ชุมชนส่งตัวแทนชาวบ้านไปอบรม โดยการคัดเลือกเยาวชนในชุมชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ไม่มีงานทำหรือเยาวชนที่ต้องทำงานในมาเลเซีย โดยที่ไม่มีความรู้พื้นฐาน เพื่อน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้กับชุมชน

จากการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ จากความร่วมมือของคนในชุมชน การเรียนรู้ด้วยกัน และนำไปปฏิบัติ จนในที่สุดได้เกิด 6 ฐาน คือ

1. ฐานศูนย์รวมใจตาดีกาบ้านจำปูน

2. ฐานโครงการ "น้ำคือชีวิต"

3. ฐานแปลงข้าวพันธุ์พื้นเมือง

4. ฐานเกษตรผสมผสาน

5. ฐานการปลูกพืชเหมาะสมตามสภาพพื้นที่

6. ฐานกิจกรรมเด็กเลี้ยงวัว

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

การพัฒนาชุมชนเดินหน้าแก้ปัญหาหลักด้านน้ำโดยการขุดเจาะน้ำบาดาล สร้างหอถังสูง และวางระบบกระจายน้ำครอบคลุมพื้นที่เกษตร 22.5 ไร่ พร้อมโครงสร้างระยะยาวจากกรมชลประทาน ทั้งสถานีสูบน้ำ พื้นที่นาข้าว 257.5 ไร่ การขุดสระเก็บน้ำ 26,000 ลูกบาศก์เมตร และติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

ขณะเดียวกัน ได้แก้ปัญหาความขัดแย้งจากการเลี้ยงวัว ด้วยมาตรการชุมชนและกติกาประชาคม เปลี่ยนสู่ระบบเลี้ยงแบบขังคอก พร้อมพัฒนาแปลงหญ้าอาหารสัตว์ 24 ไร่ ควบคู่การส่งเสริมเกษตรผสมผสาน ปลูกผักปลอดภัย และปรับเปลี่ยนพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากไปปลูกอ้อยคั้นน้ำ สร้างรายได้เฉลี่ยสูงขึ้นถึง 75,544 บาทต่อไร่

การพัฒนาดังกล่าวต่อยอดองค์ความรู้จากฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่บ้านจำปูนเพื่อเป็นแหล่งจ้างงาน แหล่งเรียนรู้ ด้านการเกษตรผสมผสาน เป็นการนำบทเรียนจากฟาร์มตัวอย่างมาใช้ในระดับครัวเรือนและชุมชน

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือ สามารถแก้วิกฤตการขาดแคลนน้ำ ทำให้ชุมชนมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อทำการเกษตร เพิ่มผลผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง จาก 220 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 298-380 กิโลกรัมต่อไร่ ยกระดับคุณภาพการเลี้ยงวัวเป็นแบบขังคอกหรือโคขุน ช่วยสร้างมูลค่าการจำหน่ายสะสมรวมกว่า 1 ล้านบาท ในช่วงปี 2562-2568

นอกจากนี้ สถานการณ์สังคมดีขึ้นอย่างชัดเจน อัตราการเจ็บป่วยลดลงจากร้อยละ 38.66 เหลือ 15.41 ปัญหายาเสพติดลดลงต่อเนื่อง พร้อมเกิดความสามัคคีในชุมชน

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

2 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า ปัจจัยความสำเร็จของการพัฒนามี 2 ประการสำคัญ ได้แก่ แนวพระราชดำริหรือหลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการสร้างอาชีพ และอีกประการคือการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ จากการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัด นราธิวาส และ ยะลา พบว่าชาวบ้านมีความกระตือรือร้นในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำมาหากินของตนเอง เมื่อโครงการปิดทองหลังพระ ได้นำประชาชนไปเรียนรู้การปรับปรุงดินและพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ ชาวบ้านสามารถนำองค์ความรู้กลับมาปรับใช้ได้จริง

เมื่อมีแหล่งน้ำและมีการรวมกลุ่มอาชีพ ชาวบ้านยังสามารถรวมตัวกันเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อร่วมกันดูแล บำรุงรักษา และซ่อมแซมระบบน้ำได้อย่างต่อเนื่อง จุดแข็งสำคัญคือความร่วมมือและการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เกิดประโยชน์ส่วนรวมและส่งผลดีต่อตนเองในระยะยาว ตัวอย่างเช่น จากเดิมที่ต่างคนต่างทำและได้ผลผลิตน้อย เมื่อมีการเรียนรู้การคัดพันธุ์ข้าวและวางแผนการปลูกร่วมกันเป็นกลุ่ม ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

กฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

กฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

ในด้านการตลาด ได้ยึดแนวคิด "การตลาดนำการผลิต" เช่น การส่งเสริมการปลูกอ้อย เนื่องจากเป็นพืชที่ทนต่อน้ำท่วมได้ดี อีกทั้งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งมีความต้องการบริโภคของหวานในช่วงถือศีลอด จึงทำให้มีตลาดรองรับที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงกับห้างสรรพสินค้าและช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ เพื่อช่วยกระจายสินค้าของชาวบ้าน

ด้านความมั่นคงในพื้นที่ มีกรณีตัวอย่างในจังหวัดนราธิวาส ที่ชาวบ้านขอให้พัฒนาพื้นที่กว่า 66 ไร่ เพื่อป้องกันการใช้พื้นที่เป็นที่หลบซ่อนของบุคคลแปลกหน้า ภายหลังการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ พบว่าสถานการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการเข้ามาใช้พื้นที่ในลักษณะดังกล่าวอีก สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสามารถช่วยเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยได้

นอกจากนี้ ยังมีความห่วงใยต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในเรื่องปัญหายาเสพติด และสุขภาพอนามัยของเด็กเกิดใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ภาพประกอบข่าว 2 หมู่บ้านปลายด้ามขวานต้นแบบ ตามแนว

ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานระดับจังหวัดใน 22 จังหวัด เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ช่วยให้การดำเนินโครงการพัฒนาสามารถขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนงบประมาณ และต่อยอดโมเดลความสำเร็จไปยังพื้นที่อื่น ๆ

นอกจากนี้นายกฤษฎา สำหรับในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ได้มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านผลิตปุ๋ยใช้เองจากวัสดุในพื้นที่ เช่น ใบไม้หรือเศษอาหาร เพื่อลดต้นทุนและบรรเทาผลกระทบจากราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้เก็บเมล็ดพันธุ์พืช ทั้งพันธุ์ข้าวและพืชผักไว้ใช้เอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

ปิดทองหลังพระฯ เข้ามาทำให้ดูเป็นตัวอย่างเมื่อเราถอนออกไปหรือไม่มีปิดทองหลังพระแล้ว ชาวบ้านต้องควรจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งต้องดูว่าชาวบ้านต้องอยู่รอด พอเพียง และ เหลือกินเหลือใช้

วิถีชุมชน ภายใต้ภูมิสังคมที่หล่อหลอมตามแนวพระราชดำริ ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ และนำไปใช้เป็นต้นแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ทั้ง 10 แห่ง ประกอบด้วย

(1) บ้านยอด ต.ยอด อ.สองแคว จ.น่าน

(2) บ้านห้วยม่วง ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

(3) บ้านโคกล่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

(4) บ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

(5) บ้านโพนงาม ต.โพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์

(6) บ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

(7) บ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.พชรบุรี

8 บ้านจำปูน ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา

(9) บ้านโคกยามู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

(10) บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ

อ่านข่าว :

คณาจารย์-นักวิจัย พัฒนาปุ๋ยชีวภาพช่วยเกษตรกรสู้วิกฤตปุ๋ยขาดแคลน-ราคาแพง

"GI Market " ชูสินค้าท้องถิ่น หนุนเศรษฐกิจฐานราก เจาะกลุ่มคนเมือง