"รุทธพล" พบพิรุธขนส่งสุราษฎร์ฯ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ยันโรงกลั่นน้ำมันไม่เกี่ยว DSI จ่อรับเป็นคดีพิเศษ

การเมือง
12:46
จำนวนผู้ชม 2,730
"รุทธพล" พบพิรุธขนส่งสุราษฎร์ฯ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ยันโรงกลั่นน้ำมันไม่เกี่ยว DSI จ่อรับเป็นคดีพิเศษ
รมว.ยุติธรรม พบพิรุธปมน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ระหว่างขนส่งไปคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี ยัน โรงกลั่นน้ำมันไม่เกี่ยว สั่ง ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ด้าน "ยุทธนา" ชี้ จงใจประวิงเวลาขนส่ง ความผิดร้ายแรง

วันนี้ (3 เม.ย.2569) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน โดยดำเนินการ 2 ส่วน คือ การจับปลายทางปั๊มน้ำมัน โดยมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง ตรวจสอบต่อเนื่องไปจนถึงต้นทางคลังน้ำมัน และอีกส่วนได้มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบต้นทางตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันมายังปั๊มน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมาตรวจพบการกระทำความผิด และจับกุมหลายราย เช่น กรณีที่ จ.อ่างทอง จ.ตาก และ จ.นครสวรรค์ และยังตรวจพบการกักตุนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า กรณีที่ จ.สุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบต้นทาง พบว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปยังคลังน้ำมัน 6 แห่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งหมด 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางมีน้ำมันหายไปบางส่วน โดยมีน้ำมันไปถึงปลายทาง 160 ล้านลิตร เท่ากับหายไป 57 ล้านลิตร

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า เราจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำกรณีของจ.สุราษฎร์ธานี มาตรวจสอบการขนถ่ายทางทะเล ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนเอกสารต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว โดยจะดูทั้งปริมาณคงคลัง และการเดินทางที่ใช้เวลาเกินความจำเป็น โดยจะให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ และดำเนินการต่อไป

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะตั้งวอร์รูมที่ดีเอสไอและจะรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันทุกระบบทุกขั้นตอน ตั้งแต่กรมศุลกากร ว่าการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศมีปริมาณเท่าใด โดยจะรายงานตัวเลขต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนโรงกลั่นน้ำมันได้ตรวจสอบระบบเอกสาร และพิสูจน์ทราบภายในถังน้ำมันแล้ว ยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน โดยมีน้ำมันคงเหลือในถังเพียงส่วนที่ไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรคำ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พฤติการณ์การกระทำผิดมีหลายลักษณะ ทั้งน้ำมันหายกลางทะเลหรือลักลอบส่งออก ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ แต่สิ่งที่มีมูลความผิดชัดเจน คือการกักตุนน้ำมัน เพราะกฎหมายห้ามผู้ประกอบการปฏิเสธการจำหน่าย ชะลอ หรือประวิงการขนส่ง โดยการพบความผิดปกติของระยะเวลาเดินทาง เข้าข่ายการประวิงเวลาการขนส่ง ถือเป็นพฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งเข้าเงื่อนไขในการรับเป็นคดีพิเศษได้ และส่วนอื่นจะขยายผลต่อไป เมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้ว สามารถตั้งหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมบูรณาการ ยืนยันว่าจะทำเต็มที่

อ่านข่าว :

“ศบก.” แถลงห่วงคนไทย หลัง “อิหร่าน” ขู่โจมตี บริษัท สหรัฐฯ ใน “อิสราเอล”

3 เม.ย. "ดีเซล" ขึ้นอีก 3.50 บาท ราคาขายพุ่ง 47.74 บาท/ลิตร

นายกฯ ซัดขบวนการลักน้ำมันขายกัมพูชา ปัดรัฐอุ้มนายทุน ยัน ครม.ไร้ประโยชน์ทับซ้อน