“อรรถกร” อภิปรายนโยบายรัฐบาล ทวงทุกสัญญาหาเสียง

ต่างประเทศ
11:50
จำนวนผู้ชม 1,350
“อรรถกร” อภิปรายนโยบายรัฐบาล ทวงทุกสัญญาหาเสียง
Botnoi Voice
“อรรถกร” อภิปรายนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” ชี้คำแถลงไร้ความตื่นตัว สวนทางวิกฤตประเทศ จี้ทวงทุกสัญญาหาเสียง ลั่น “กล้าธรรม” พร้อมทวงสัญญา จะไม่ปล่อยให้รัฐบาลลืมคำพูดต่อประชาชน

วันนี้ (9 เม.ย.2569) ในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุว่า รู้สึกเฉย ๆ ไม่ตื่นตาตื่นใจ คล้ายกับการแถลงนโยบายในสถานการณ์ปกติ ไม่แน่ใจว่า แนวนโยบายของรัฐบาลจะตอบโจทย์กับสถานการณ์โลกที่ผกผันและไม่แน่นอนเพียงใด แต่อย่างไรก็ดี น้อมรับว่ารัฐบาลที่นำโดยนายอนุทินประสบความสำเร็จ และได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ

ผมขอพูดตรง ๆ ว่าเห็นใจท่านนายกที่ซวย ขอโทษครับ ที่ดวงไม่ดี พอกำลังแบ่งตำแหน่งปุ๊บก็เจอวิกฤตทันที แต่ที่กระผมเป็นห่วงและเห็นใจมากกว่าก็คือ ความไม่สบายใจและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยที่แผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า และต้องพึ่งพาตนเองในการกัดฟันฝ่าวิกฤตด้วยตัวของพวกเขาเอง

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ความสับสนวุ่นวายจากการสื่อสารในช่วงวิกฤต ข้อมูลที่กระจัดกระจายก่อให้เกิดความสับสนอลหม่าน และความไม่เชื่อมั่นจากภาคประชาชน เช่น การที่เราในฐานะคนไทยที่ต้องใช้น้ำมันในชีวิตประจำวัน ยังไม่ทราบเลยว่าประเทศไทยเรามีสต็อกน้ำมันเท่าไหร่ จะมีไปถึงไหน หรือให้เราประหยัดการใช้ลง 10% จากปกติต้องเดิน 10 ก้าว ผมจะพยายามลดการเดินลงให้เหลือ 9 ก้าว หรือเสนอให้อยู่อย่างพอเพียง ทั้งหมดทั้งปวง ตนเห็นท่านทำงานเชิงรับ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ต้องทำงานเชิงรุก ถึงลูกถึงคน ชนได้ชน ชนไม่ได้ก็ต้องชน และต้องเด็ดขาดในยามวิกฤต

"เมื่อมาดูนโยบายต่าง ๆ อย่างแรกคือ ครม.มืออาชีพ ซึ่งผมก็เข้าใจว่า คณะท่านประกอบจากคนในการเมืองและคนนอก ผมก็เข้าใจ แต่ก็เป็นห่วงหนึ่งท่านที่ตอนนี้แปลงร่างจากนักธุรกิจเป็นนักการเมืองเรียบร้อยแล้ว ใช่ครับ ผมกล่าวถึงท่านรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นั่นเอง เพราะท่านเปิดตัวดังยิ่งกว่าพลุของงานวิจิตรเจ้าพระยา ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจุด เพื่อเป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาเสียอีก

แต่หลังจากประกาศหลายเรื่อง ตอนนี้ท่านมืออาชีพของผมค่อย ๆ หายเข้ากลีบเมฆ พร้อมกับคำสัญญาต่าง ๆ ที่ประกาศตอนช่วงหาเสียง ผมชื่นชอบท่านรองนายกฯนะครับ ดังนั้นก็ขอให้ท่านนายกฯ มอบหมายภารกิจให้ท่านเยอะ ๆ เพราะการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน หวังว่าท่านนายกฯ จะไม่ลืมท่านศุภจี

นายอรรถกร กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งนโยบายเรื่องคนละครึ่งพลัส โดยคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 44,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ตนก็ไม่ได้ขัดข้องเลย ถ้าไม่พอจะเป็นคนละครึ่งพลัส พลัส ก็ได้ จาก 2,000 เป็น 4,000 ก็หวังด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ท่านจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยเร็ว

"อีกคำมั่นสัญญาที่ผมต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นั่นก็คือ ไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วย เพื่อบรรเทาภาระพลังงานครับท่านประธาน แต่สิ่งที่สวนทางกับนโยบายท่านนายกฯ จากภูมิใจไทยก็คือ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา สำนักงาน กกพ. มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ งวดเดือน พ.ค. - ส.ค. จากเดิม 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะปรับสูงขึ้น 2% ทำไมมันสวนทางกับนโยบายที่ประกาศไว้ ฝ่ายค้านอย่างผม ก็คงต้องติดตามและทวงถามรัฐบาลเรื่องนี้ต่อไป"

ในส่วนของนโยบายจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว เป็นนโยบายใหม่นั้น นายอรรถกร กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติยอดจดทะเบียนมอเตอร์ไซค์ในไทย สูงสุดในโลกกว่า 22 ล้านคัน ถ้าครึ่งหนึ่งตื่นตัวต่อนโยบายของท่าน เราจะมีมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้นในระบบอีก 11 ล้านคัน ตนเป็นห่วงมอเตอร์ไซค์เดิมก็มีจำนวนมหาศาล เราจะจัดการมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ใช้แล้วอย่างไร และในอนาคตแบตเตอรี่ที่มันจะต้องเสื่อม และถูกทิ้งจะจัดการอย่างไร ที่น่าสนใจคือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคงจะรวย รวยจนไม่มีที่เก็บเงินด้วยซ้ำ

แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายเพื่อผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวของท่าน ผมไม่ได้ค้านหัวชนฝา ถ้าท่านจะดำเนินนโยบายนี้ ก็ขอให้คิดให้รอบคอบและเดินไปให้สุด ไม่ทิ้งไว้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เหมือนนโยบายสีเขียวในอดีต ที่ยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้

สำหรับนโยบายทหารอาสาและพยาบาลอาสา นายอรรถกร กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาทต่อปี และอาจเป็นภาระผูกพันระยะยาวหลายปี จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาค่าตอบแทนของอาสาสมัครเกษตร (อกม.) ซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสาภาคเกษตรที่ทำงานมายาวนาน แต่ยังไม่เคยได้รับค่าตอบแทน

ในด้านความมั่นคง นายอรรถกร กล่าวถึงนโยบายสร้างกำแพงป้องกันภัยรุกรานและยกเลิก MOU ที่รัฐบาลเคยประกาศบนเวทีหาเสียง โดยย้ำว่าจะติดตามอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะดำเนินการเมื่อใด

ส่วนเป้าหมายการผลักดัน GDP ให้เติบโต 3% ภายใน 4 ปี นายอรรถกร กล่าวว่า แม้จะเอาใจช่วยให้รัฐบาลทำได้ แต่สถานการณ์จริงดูเป็นเรื่องยาก เพราะหลายหน่วยงานทั้ง กกร. สภาพัฒน์ KKP, SCB, CIC, IMF และศูนย์วิจัยกสิกรไทย ต่างประเมินว่า GDP ปีนี้จะเติบโตเพียง 1.2-2.5% เท่านั้น

อีกประเด็น คือนโยบายทบทวนการตรวจลงตราเข้าเมือง (Free Visa) นายอรรถกร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกฯ คนก่อนอย่างเร่งด่วน ในการทบทวนระยะเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งหลายประเทศได้รับสิทธิพำนักในไทยถึง 60+30 วัน ทั้งที่นักท่องเที่ยวระยะสั้นมีค่าเฉลี่ยการพำนักเพียง 6-10 วัน และนักท่องเที่ยวระยะไกลเ ฉลี่ยไม่เกิน 22 วัน ระยะเวลาที่อนุญาตในปัจจุบันอาจยาวเกินความจำเป็น และอาจส่งผลกระทบต่อการเข้ามาพำนักอาศัยและแย่งงานแรงงานไทย จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งดำเนินการทบทวนเรื่องนี้

นายอรรถกร กล่าวถึง ประเด็นการบริหารภาครัฐว่า แม้รัฐบาลประกาศให้ความสำคัญกับการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต แต่ข้อมูลล่าสุดกลับสะท้อนว่า ดัชนีดังกล่าวในปี 2568 ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี โดยไทยได้เพียง 33 คะแนนจาก 100 คะแนน

ช่วงท้ายของการอภิปราย นายอรรถกร กล่าวถึงคำแถลงของนายกฯที่ระบุว่า จะเร่งเยียวยากลุ่มเปราะบางจากผลกระทบราคาน้ำมันและเศรษฐกิจ พร้อมสร้างโอกาสอย่างทั่วถึงให้ทุกกลุ่มอาชีพ แต่ตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมากลุ่มเปราะบางกลับไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง ขณะที่กลุ่มทุน โดยเฉพาะกลุ่มทุนด้านพลังงาน กลับได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว

ผมจะเก็บเล่มนโยบายของรัฐบาลไว้ใกล้ตัว เพื่อคอยทวงถามทุกคำมั่นที่รัฐบาลให้ไว้ต่อรัฐสภา

นายอรรถกร ย้ำว่า หากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี หลงลืมคำสัญญา ตนและ สส.พรรคกล้าธรรม ที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะคอยเตือนความทรงจำของรัฐบาลต่อไป จนกว่าจะทำตามสิ่งที่ให้ไว้กับประชาชนครบถ้วน ยอมรับว่ามีบางส่วนที่รัฐบาลพยายามใส่นโยบายหาเสียงลงในคำแถลง แต่คำถามสำคัญคือ นโยบายเหล่านั้นจะทำได้จริงหรือไม่ ใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ และจะเป็นประชาชนฐานรากจริงหรือไม่

อ่านข่าว

"ณัฐพงษ์" ยก 5 คลัสเตอร์ ดุลอำนาจรัฐบาล ซัดพรรคอันดับ 2 ละทิ้งจุดยืน

เกาะติดประชุมสภา นายกฯ แถลงนโยบายรัฐบาล

นายกฯ แถลงนโยบาย ลั่นจะทำทุกวิถีทางขับเคลื่อนประเทศ คนไทยตั้งตัวได้

ถ่ายทอดสด นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบาย ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนประเทศ