กรมโยธาฯตั้ง คกก.นโยบายฯ ติดตามคืบหน้า ย้ายชุมชนแม่สาย

ภูมิภาค
14:43
จำนวนผู้ชม 318
กรมโยธาฯตั้ง คกก.นโยบายฯ ติดตามคืบหน้า ย้ายชุมชนแม่สาย
Botnoi Voice
การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมแม่สาย จ.เชียงราย บริษัทที่ปรึกษาฯได้เปิดรับฟังความเห็นรอบที่ 2 เมื่อ( 3 เม.ย.69) ล่าสุดกรมโยธาฯได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายฯอีกชุดเร่งรัดเสนอ ครม.มิ.ย.นี้ ด้าน กสม.กังวลการย้ายที่อยู่อาศัย หวั่นกระทบชาวบ้านและเศรษฐกิจ

การเปิดรับฟังความคิดเห็นงานจ้างออกแบบรายละเอียดงานศึกษาแผนการปรับปรุงแม่น้ำสาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ จ.เชียงราย เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้ง 2 ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนร่างออกแบบรายละเอียด หลังรับฟังความคิดเห็นชาวแม่สายครั้งที่ 1 และมาเปิดรับฟังความเห็นครั้งที่ 2

รุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

รุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สาระสำคัญการประชุมครั้งนี้ มี 2 ประเด็น คือการแก้ปัญหาพื้นที่น้ำท่วมที่เกิดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะปี 2567 ที่สร้างความเสียหายหนัก ประเด็นที่สอง คือการแก้ปัญหาเพื่อรองรับการพัฒนา โดยภาครัฐกำหนดให้ อ.แม่สาย เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ เป็นเส้นทางนำเข้าและส่งออกสินค้าที่สำคัญของประเทศ หลังจากนั้นได้เปิดให้บริษัทที่ปรึกษาประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมรับฟังความเห็น

นายชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล บริษัทที่ปรึกษางานจ้างออกแบบฯ ได้กล่าวชี้แจงรายละเอียดของโครงการฯ หลังมีการประชุมครั้งที่หนึ่งและสรุปความคิดเห็นเพื่อประกอบการพัฒนาแผนแม่บท นอกจากการศึกษาบริษัทจ้างออกแบบ (งบ 23.5ล้านบาท) ขณะเดียวกัน กรมโยธาธิการฯ ได้ตั้งคณะกรรมการกำกับนโยบายฯขึ้นมาอีกชุด โดยได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายต่อเนื่อง

โครงการจะต้องหาแนวทางการแก้ปัญหาลดผลกระทบน้ำท่วม ประเด็นสำคัญ ที่ดินจะก่อสร้าง และ ค่าชดเชยเยียวยา

พื้นที่ดำเนินโครงการ แผนแม่บท และพื้นที่ศึกษาความเหมาะสม

พื้นที่ดำเนินโครงการ แผนแม่บท และพื้นที่ศึกษาความเหมาะสม

ส่วนแผนแม่บทหรือแผนรวม กำหนดครอบคลุมทั้งอำเภอแม่สาย 299 ตร.กม. ส่วนพื้นที่ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบ อยู่ในพื้นที่ 10.73 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ ต.แม่สาย ต.แม่สายมิตรภาพ และต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ซึ่งโครงการนี้จะประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 วันที่ 6 พ.ค.69 ก่อนจะนำเสนอโครงการอนุมัติงบประมาณจาก ครม.

ภาพรวมขั้นตอนการดำเนินโครงการฯ

ภาพรวมขั้นตอนการดำเนินโครงการฯ

นายชูเกียรติ กล่าวถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณพื้นที่อาคาร และการการศึกษาภูมิประเทศ รวมไปถึงปริมาณน้ำหลากและโคลน ที่เกิดขึ้นระหว่าง 8-12 ก.ย. 2567 ระบุว่าหากเกิดฝนตกหนักเกิน 200 มม. จะทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ อ.แม่สาย ซึ่งจากการวัดอัตราการไหลของน้ำบริเวณถ้ำผาจม สูงสุด 430 ลบ.ม./วินาที โครงการฯจะต้องมีการขยายลำน้ำเพื่อรองรับการระบายน้ำ แต่พบข้อจำกัด เช่น เขตพรมแดน การจัดการเขตแดน ปัญหาน้ำหลากจากภูเขาตอนบน และปัญหาที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งเป็นปัจจัยการพิจารณา เช่น การชดเชย และหาที่อยู่รองรับใหม่ การโยกย้าย เพื่อความปลอดภัย ระบบนิเวศริมน้ำ รวมไปถึงปัจจัยด้านวิศวกรรม เช่นพนังจะมีสูงเท่าไหร่ และความมั่นคงแข็งแรง ส่วนฐานมีความกว้างเท่าไหร่ ที่สำคัญทำอย่างไรให้การระบายน้ำได้ดี

นายชูเกียรติ อย่างกล่าวอีกว่า ต้องมาดูรายละเอียดแม่น้ำสายปัจจุบัน เมื่อมีการก่อสร้างคันดินชั่วคราวปี 2568 พบว่ามีข้อจำกัดในการแก้ปัญหา เช่นการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดน ข้อจำกัดด้านเตือนภัย การขุดลอก การจัดการเขตแดน (Fixed Boundary) ข้อจำกัดด้านกายภาพ คือ แม่น้ำสาย มีต้นน้ำในเมียนมากว่าร้อยละ 80 และลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่เชิงเขารูปพัด และปัญหาที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ การปัญหาน้ำท่วมปี 2567 ในฝั่งเมียนมาร์ทำได้ยาก จะต้องแก้ปัญหาในฝั่งไทยโดยสร้างคันดิน และทางน้ำหลาก

ภาพประกอบข่าว กรมโยธาฯตั้ง คกก.นโยบายฯ ติดตามคืบหน้า ย้ายชุมชนแม่สาย

การออกแบบป้องกันน้ำท่วมอย่างไร?

นายชูเกียรติ กล่าวว่าการออกแบบอย่างไรจะอย่างยั่งยืนต้องออกแบบให้รองรับน้ำ 430 ลบ./วินาที ระบบรองรับและระบบระบายน้ำฝนตกที่ 127-148 มม. จะออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำให้ได้ ซึ่งการประชุมครั้งที่หนึ่ง ได้มีการรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่ออกความคิดเห็นถึงร้อยละ 28 ระบุไม่เหมาะสม ร้อยละ 4 เหมาะสมปานกลาง ร้อยละ 10 ทุกคำถามได้ราวร้อยละ 50 เมื่อนำเสนอก็ตกไม่ผ่าน คำถามต่อไปจะทำอย่างไร เมื่อดูวิเคราะห์ผู้ร่วมประชุมไม่ได้กระจายตัว ผู้ร่วมประชุมอยู่ระหว่างถนนกับแม่น้ำหลัก

รัฐบาลบอกว่าประชาชนอยากได้ แต่ท่านไม่เอา จึงไม่รู้จะทำอย่างไร กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีกคณะดูนโยบายขึ้นมาอีกชุด

ส่วนความเห็นของชาวบ้านครั้งที่หนึ่ง เสนอให้เสริมความแข็งแรงความสูงของพนังเดิมของทหารควบคู่กับการขุดลอกแม่น้ำสายประจำทุกปี

เป็นบทสรุปที่ทำไม่ได้เพราะทางการเมียนมาจะไม่ยอม จะเสริมริมแม่น้ำจะสร้าง สูงเท่าไหร่ และความสูงเขื่อนยักษ์หรือคันดินมีงบพิเศษได้มา 40 ล้านบาทจะทำได้หรือไม่

นายชูเกียรติ กล่าวว่าโครงการยังไม่มีตัวตน การออกแบบภูมิทัศน์ทำให้เรียบง่าย อยากให้เพิ่มมีการส่วนร่วมของชุมชนและเพิ่มการสื่อสารให้กับชาวบ้านเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินโครงการ

ชุมชนไม่อยากให้รื้อตลาดสายลมจอย

นายชูเกียรติกล่าวว่าประเด็นการย้ายที่อยู่อาศัยของประชาชนมีข้อกังวล คือ เรื่องแรกสถานที่รองรับการย้ายที่อยู่อาศัย 2.มีข้อเสนอให้รัฐจัดหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ไม่ไกลจากที่อยู่เดิมไม่เกิน 5 กิโลเมตร และเป็นพื้นที่ประกอบอาชีพได้ 3 ความไม่ชัดเจนด้านการชดเชย 4 อยากให้มีหน่วยงานรัฐรับผิดชอบที่อยู่อาศัยโดย พอช.จะเป็นหน่วยงาน 5. รูปแบบและขนาดขุดลอกโครงการใช้พื้นที่มากเกินไป 6. ประเด็นแนวทางการปรองดองและการเวนคืนยังไม่ชัดเจน 7. ราคาประเมินและค่าชดเชย

นายชูเกียรติ ระบุว่าขั้นตอนนี้ยังตอบตอบไม่ได้ ง่ายสุดคือราคาประเมิน แต่ผู้ประชุมไม่เอาด้วย โครงการอื่นๆที่ทำสำเร็จหรือใช้ พ.ร.ฎ. การเวนคืนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 8.การมีส่วนร่วมชุมชนมากขึ้น 9. แผนการดำเนินการโดยโครงการใช้เวลา7 ปี ถ้าเลือกเวนคืนจะเพิ่มอีก 3 ปีในการออก พ.ร.ฎ.เวนคืน รวม 10 ปี และข้อ10. การบูรณาการหน่วยงานภาครัฐกระทรวงการต่างประเทศคุยกันกับเมียมา

หลายอย่างต้องบอกชุมชนก่อนไม่เช่นนั้นทำไม่ได้ ราชการจะนำเสนอเป็นลำดับขั้นไม่ได้ จะเสนอโครงการต้องเข้า Thai Water Plan ซึ่งมี สทนช. เป็นผู้กำกับและถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาก 33 หน่วยงานเห็นด้วยหรือไม่ เมื่อเห็นด้วยจะผ่าน คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช. ) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แต่มอบหมายรองนายกฯรัฐมนตรี ท่านใดท่านหนึ่งมาดูแล ถ้าผ่านเข้าไปที่สำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าสู่ ครม. จัดสรรงบประมาณต่อไป

ส่วนข้อเสนอของคณะทำงานนโยบายฯ ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดตั้งขึ้น มีข้อเสนอ คือ

1.ให้ดำเนินการปรับปรุง /ก่อสร้างขั้นป้องกันน้ำท่วมตามแนวเดิม รวมถึงพิจารณารูปแบบและความสูงตามผลการออกแบบ

2. ให้ดำเนินการจัดทำแผนทำทางน้ำหลากพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ตามการออกแบบ

3. ให้เสนอ สนทช.และกนช. เพื่อสรุปการดำเนินโครงการ

4. ให้เสนอ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการต่อไป งานจัดหาที่ดินหรือก่อสร้าง, งานก่อสร้างโครงการ, และจัดหาที่ดินเพื่อรองรับการย้ายถิ่นฐานของผู้ได้รับผลกระทบ

ประเด็นโครงการจะผ่าน ถึง ครม. มีการประชุมที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง เสนอต่อ สทนช. เรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอ กนช. และเตรียมหนังสือถึง ครม. ข้างในทำคู่ขนานไปหากผลผ่าน จะต้องเร่งรัดให้เสนอตามแผนคือ 20 มิ.ย. ถ้าไม่เสร็จเข้าจะ ครม. ไม่ได้

โครงการจะต้องถามความ 33 หน่วยงาน สทนช. จะต้องเชิญเข้าประชุม จำเป็นต้องผ่าน กนช.จึงเข้า ครม.ได้ โดยการประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำ จ.เชียงราย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ได้ประชุมครั้งแรก 7 ม.ค.69 และ 30 มี.ค.69 โดยมีมติที่ประชุม

1. รับทราบความก้าวหน้าผลดำเนินโครงการศึกษาและปรับปรุงแม่น้ำสายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจังหวัดเชียงราย

2. เห็นด้วยแนวคิดและแนวทางศึกษาออกแบบโครงการ

3. เห็นด้วยแนวคิดและรูปแบบป้องกันน้ำหลากโคลนจากแม่น้ำสาย

4. ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการแก้ปัญหาอุทกภัย-โคลน

สถานที่รองรับการตั้งถิ่นฐานใหม่ผู้ได้รับผลกระทบ

สถานที่รองรับการตั้งถิ่นฐานใหม่ผู้ได้รับผลกระทบ

แผนแม่บทการพัฒนา มี 3 ระยะ

แผนพัฒนาโครงการระยะสั้น ปี 2569-2573 (0-5ปี)

จะพัฒนาระบบป้องกันน้ำหลาก ระบบป้องกันน้ำท่วม-โคลน และคันพื้นที่เป้าหมาย รวมไปถึงงานระบบระบายน้ำภายในและภายนอกคัน

แผนพัฒนาโครงการระยะกลาง 2573-2577 (5-10ปี)

จะพัฒนาภูมิทัศน์บริเวณทางน้ำหลากและระบบป้องกันกัดเซาะตลิ่ง รวมไปถึงงานจัดการที่ดินเพื่อรองรับการตั้งถิ่นฐานของผู้ได้รับผลกระทบ

แผนระยะยาว ปี 2578 ถึงปี 2589 (10 ปีขึ้นไป)

จัดจัดทำงานระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย รวมถึงงานระบบการพัฒนาภูมิทัศน์

นายสุรชัย ศรีสมบูรณ์ บริษัทที่ปรึกษาฯ เปิดเผยว่า พนังกั้นแม่น้ำสายเริ่มออกแบบบริเวณหัวฝาย-ถ้ำผาจม จะต้องยกคันดินขึ้นมาบริเวณเขตแดน จะมีบางส่วนต้องเอาออก เริ่มตั้งแต่เชิงเขาดอยเวา ผ่านด้านหลังตลาดสายลมจอย ตรงด้านข้างด่านศุลกากร บรรจบเข้าคอสะพานแห่งที่หนึ่ง บริเวณนี้จะใช้แผงกั้นชั่วคราวก่อน จนกว่าจะมีโครงการยกสะพานแห่งที่ 1 ซึ่งกรมทางหลวงจะต้องมีการออกแบบและหารือระหว่างประเทศ ก่อนจะตัดเข้าถนนถึงวงเวียนศาลเจ้าฯเกาะทราย บริเวณต่อเนื่องจะไม่สามารถยกได้ จะกั้นแผงไว้ชั่วคราวติดตั้งกรณีน้ำหลากมา ถนนเกาะทรายเส้นเดิมมาจนถึงบ่อบำบัดน้ำเสีย เมื่อเข้าสู่บริเวณคลองชลประทาน จะเกาะตามแนวถนนเดิมเนื่องจากไม่มีบ้านเรือนด้านทิศใต้ เมื่อถึงบริเวณสะพานแห่งที่ 2 เพื่อบรรจบกับแนวกั้น บริเวณถนน ทล.123 มีบางช่วงต่ำปี 2567 น้ำตลบหลังเข้ามา จึงเสนอให้ทางหลวงทำแนวป้องกันไว้ ส่วนการปรับภูมิทัศน์มีอยู่สามช่วงความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร

การออกแบบศึกษาเบื้องต้นความเหมาะสม ค่างบประมาณก่อสร้าง 2,439 ล้านบาท ค่าเวนคืนประมาณ 1,800 ล้านบาท

การออกแบบศึกษาเบื้องต้นความเหมาะสม ค่างบประมาณก่อสร้าง 2,439 ล้านบาท ค่าเวนคืนประมาณ 1,800 ล้านบาท

รายละเอียดการเสนองบประมาณก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วม 180.46 ล้านบาท , งานเขื่อนป้องกันตลิ่ง 166.82 ล้านบาท , งานปรับปรุงภูมิทัศน์น้ำหลาก 233.26 ล้านบาท, งานปรับปรุงของระบายน้ำ 811.07 ล้านบาท, งานก่อสร้างทางระบายน้ำหลัก 689.74 ล้านบาท และ งานก่อสร้างอาคารชลศาสตร์ 112.99 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 2,277 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเวนคืนที่ดิน 1800 ล้านบาท

รายละเอียดปริมาณงานและการก่อสร้าง

รายละเอียดปริมาณงานและการก่อสร้าง

การจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างอย่างไร?

นายสุรชัย กล่าวว่า การจัดหาที่ดินมี 2 ส่วนคือที่ดินก่อสร้างทางน้ำหลาก และจัดหาที่ดินรองรับการย้ายถิ่นฐาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ไม่มีเอกสาร ,มีเอกสารสิทธิ์ ,ที่ราชพัสดุ โดยสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบจากคันดินและคันป้องกันน้ำหลากจะมีอาคาร 819 หลัง เป็นที่ดินที่มีโฉนด 146 หลัง ที่ดินราชพัสดุ 134 หลัง นสล. 10 หลัง และที่ดินไม่มีกรรมสิทธิ์ 528 หลัง หากมองเป็นประเภทอาคาร มีบ้านเดี่ยวเดี่ยว 558 หลัง ตึกแถว 230 หลัง อาคารพักอาศัย 20 หลัง โดยมีประชากรที่ได้รับผลกระทบ 2,073 คน 1,021 ครัวเรือน

แนวทางการจัดการที่อยู่อาศัย

นายสุรชัย กล่าวว่าลักษณะทางกายภาพ อ.แม่สาย เป็นพื้นที่รับของน้ำหลากมาจากประเทศเมียนม ทางกายภาพมีความลาดเทมาที่ฝั่งไทยพื้นที่จึงไม่เหมาะสมกับการตั้งถิ่นฐาน หากมีผลกระทบที่ตามมามีฝนตก 200 มิลลิเมตรขึ้นไปในอนาคต หรือมีการบุกรุกต้นน้ำแม้ฝนจะตกไม่ถึง 200 มิลลิเมตรเท่าเดิม ปริมาณน้ำจะมากกว่า 430 ลบ./วินาทีจะเป็นความเสี่ยงน้ำท่วมหนักซ้ำ ซึ่งความเสียหายในปี 2567 ประมาณการว่าอาจมีความเสียหายประมาณ 6,000 ล้านบาท และอาจมีความเสียหายมากกว่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องมีการย้ายถิ่นฐานบางส่วนออกไป

ภาพประกอบข่าว กรมโยธาฯตั้ง คกก.นโยบายฯ ติดตามคืบหน้า ย้ายชุมชนแม่สาย

ส่วนการย้ายถิ่นฐานผู้ไม่มีสิทธิ์/ผู้มีเอกสารสิทธิ์/ที่ราชพัสดุ จะมีการจัดหาพื้นที่ดินเพื่อก่อสร้างดำเนินการตามวิธีการ “ เวนคืนหรือปรองดอง” มีค่าตอบแทนหรือค่าชดเชย เมื่อได้ตรงนี้แล้วจะมีหน่วยงานมาทำงานต่อย้ายถิ่นฐานใหม่ โดยมีกระทรวงพัฒนาสังคมเข้ามาดูแล

ส่วนแรก แผนจัดหาที่ดินป้องกันน้ำท่วม โครงการจะใช้ที่ดิน 132 ไร่ชดเชย 600 ล้านบาท ใช้วิธีเจรจาซื้อขาย(ปรองดอง) เป็นหลัก

ส่วนที่สอง การปรับปรุงภูมิทัศน์น้ำหลาก โครงการจะใช้ที่ดิน 271 ไร่ ชดเชย 1,200 ล้านบาท มีกระบวนการต่างๆ ใช้วิธีเจรจาซื้อขาย/เวนคืน พ.รฎ. เวนคืนที่ดินตามกฎหมาย ตามเกณฑ์ราชการ

แผนพัฒนาโครงการฯและพื้นที่ต่อเนื่อง

แผนพัฒนาโครงการฯและพื้นที่ต่อเนื่อง

นายสุรชัย กล่าวว่าการย้ายถิ่นฐานสรุปการตั้งถิ่นฐานใหม่ 4 จุด โดยโครงการนี้มีข้อสรุปพื้นที่ 2 แปลงที่เหมาะสมคือบริเวณจุดแรก คือสถานียาสูบเวียงพาน จำนวน 78 ไร่ เหมาะสำหรับเป็น อาคารพาณิชย์ และจุดที่สองห่างไป 7.5 กิโลเมตร บริเวณที่ดินของกระทรวงการคลังมีพื้นที่กว่า 1000 ไร่ เหมาะสำหรับทำเป็นที่อาศัย

สรุปตอนนี้โครงการเป็นโครงการจ้างศึกษาและสำรวจออกแบบ 3 ชิ้น คือวางแผนแม่บทระยะยาว ดึงมาศึกษาความเหมาะสม ดึงมาออกแบบรายละเอียด และคาดว่าจะเสร็จภายในพฤษภาคมนี้

ส่วนที่สอง : ผลการออกแบบเสนอทำแนวคันเกาะถนนเดิมและทำทางน้ำหลากให้น้ำผ่านได้

ใช้ตามพรบไว้ด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ปี 2530 มีกระบวนการโดยพรบสามารถทำได้สองอย่าง คือเวนคืนใช้เวลาสามปีแต่ใช้วิธีการปรองดองหนึ่งปี แต่ทั้งสองอย่างมีคณะกรรมการพิจารณาตกลงในการจ่ายเงินค่าชดเชยหรือทดแทน

ส่วนที่สาม เมื่อได้ที่ดินกรมโยธาธิการและผังเมือง จะใช้เงินของกรมฯมาดำเนินการก่อสร้างคันและปรับปรุงน้ำหลาก

ส่วนที่สี่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.ต้องเปิดโครงการใหม่จัดหาที่ดินประเมินพื้นที่ให้ได้ก่อน ภายในเดือนเมษยนนี้ และจะประชุม สทนช. เพื่อเชิญ 33 หน่วยงานมาคุยวางแผนระดับกระทรวง จังหวัด เทศบาล และอำเภอเข้าร่วมเพื่อระดมความเห็น

ภาพประกอบข่าว กรมโยธาฯตั้ง คกก.นโยบายฯ ติดตามคืบหน้า ย้ายชุมชนแม่สาย

นายสุรชัย กล่าวอีกว่าเมื่อเห็นชอบจะส่งเรื่องเข้าคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเปิดโครงการ จัดหาที่ดิน ก่อสร้าง และที่อยู่อาศัย พอช.จะเปิดโครงการสำรวจความเห็นใครอยากไปหรือไม่อยากไป การเวนคืนที่ดินหรือปรองดองก็ต้องเปิดโครงการอีกโครงการไม่ได้อยู่ในโครงการศึกษานี้

วันนี้จะไม่ทราบว่าท่านจะได้กี่บาท ตอบไม่ได้เพราะเปิดโครงการเวนคืนและปรองดอง จะมีการเข้ามาสำรวจอีกครั้งว่ามีต้นไม้ บ้านสภาพอย่างไร มีกระบวนการประเมินออกมาเพื่อเป็นธรรมที่สุด ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาสำรวจและออกแบบ

หลังบริษัทที่ปรึกษาฯได้เปิดสรุปการรับฟังความเห็นครั้งที่ผ่านและแผนพัฒนาโครงการได้เปิดให้ประชาชนได้ ที่ร่วมประชุมร่วมให้ข้อมูลกับบริษัทที่ปรึกษาพัฒนาโครงการฯ ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย รวมไปถึงข้อกังวลการย้ายถิ่นฐาน การชดเชย หรือเยียวยา

การที่เราอยู่ที่เดิม วิถีชีวิตจะดีกว่าเดิมได้ ถ้าทางรัฐฯช่วยทำพนังให้สูงและป้องกันน้ำได้ อยากให้สูงกว่านี้อีกหน่อยที่ทหารทำไว้ หากน้ำล้นเหมือนปี 2568 หมู่บ้านสามารถรับได้ และด้านในมีคู คลองสามารถระบายน้ำได้

ชาวบ้านบริเวณ ตลาดสายลมจอย อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เรายังไม่มีความชัดเจนถิ่นที่อยู่อาศัยใหม่ หรือ การชดเชย สิ่งปลูกสร้าง หรือจะทำมาหากินอย่างไรต่อไป เรายังไม่มีความชัดเจน เรามีความกังวลเรื่องของถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นประเด็นสำคัญหลักตอนนี้

ชาวบ้านชุมชนเกาะทราย อ.แม่สาย จ.เชียงราย

นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงรายรับฟังความเห็นเมื่อวันที่ 19-20 มี.ค.69

นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงรายรับฟังความเห็นเมื่อวันที่ 19-20 มี.ค.69

ด้านนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย กล่าวว่า กรณีชุมชนริมแม่น้ำสาย หลังหารือกับชาวบ้าน และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รวมไปถึงผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ระบุถึงการออกแบบคันป้องกัน 2 ชั้น กสม.ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมการทำคันสูงราว 6 เมตรเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ประชาชนสามารถอาศัยและการค้าขายได้ นอกจากการแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือมีท่อระบบระบายน้ำ ส่วนแผนโยกย้ายประชาชนปัญหา ตอนนี้ที่ดินยังหาข้อสรุปไม่ได้ยังขึ้นอยู่กับเจ้าของหน่วยงานเป็นเจ้าของที่ดิน เป็นประเด็นสำคัญถ้าย้ายออกที่อยู่ไม่ได้จะเยียวยาความเสียหายอย่างไร รวมไปถึงการสื่อสารโครงการฯจะต้องสื่อสารให้พื้นที่ได้เข้าใจถึงแผนระยะสั้นรับมือน้ำท่วมปีนี้ หรือ แผนระยะกลาง และระยะยาวในการพัฒนาพื้นที่

สำหรับการเปิดรับฟังความคิดเห็นการออกแบบรายละเอียดงานศึกษาแผนการปรับปรุงแม่น้ำสาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ จ.เชียงราย จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้าย (ครั้งที่ 3) ในวันที่ 6 พ.ค.69 ก่อนที่จะเสนอให้กับ คณะกรรมการนโยบายฯ ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตั้งมาอีกชุดรวบรวมความเห็น ก่อนจะนำเสนอขั้นตอนต่างๆ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการต่อไป

รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ