"วราวุธ" จ่อชง ครม.ทบทวนเยียวยาอ้อยสด ดึงงบเหลือ 477 ล้าน ช่วยเกษตรกร

การเมือง
12:05
จำนวนผู้ชม 580
"วราวุธ" จ่อชง ครม.ทบทวนเยียวยาอ้อยสด ดึงงบเหลือ 477 ล้าน ช่วยเกษตรกร
กระทรวงอุตสาหกรรม จ่อชง ครม.ทบทวนเยียวยาอ้อยสด ดึงงบเหลือ 477 ล้านจากมติ ครม. 17 มิ.ย.68 ช่วยเกษตรกรเพิ่ม 4.6 พันราย แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ดัน 40 สินค้ามาตรฐาน มอก.ช่วยประหยัดพลังงาน ลดภาระประชาชน ครอบคลุมเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง

วันนี้ (21 เม.ย.2569) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอทบทวนมติ ครม. เมื่อ 17 มิ.ย. 2568 เพื่อขยายความช่วยเหลือชาวไร่อ้อย จากเดิมที่อนุมัติเฉพาะกลุ่มอ้อยสดคุณภาพดี 100% ในกรอบวงเงินรวม 5,175 ล้านบาท

นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันจ่ายเงินกลุ่มแรกเสร็จสิ้นแล้ว 1.26 แสนราย เป็นเงิน 4,687 ล้านบาท คงเหลือเงิน 487 ล้านบาท ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงขออนุมัติจ่ายเงินเพิ่มเติมให้เกษตรกรอีก 4,667 คู่สัญญา ปริมาณอ้อย 6.91 ล้านตัน แบ่งเป็น

กลุ่มแรก ชาวไร่อ้อยที่ไม่มีอ้อยเผาแต่มีสิ่งปนเปื้อน (ไม่เกิน 5%) ให้หักส่วนเกินออก และจ่ายเฉพาะส่วนดี กลุ่มนี้ครอบคลุม 1,053 คู่สัญญา ปริมาณอ้อย 5.96 ล้านตัน วงเงินช่วยเหลือ 411.10 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มที่ 2 เกษตรกรที่ส่งอ้อยสด 100% ให้โรงงานผลิตเอทานอล จำนวน 3,505 คู่สัญญา วงเงินช่วยเหลือ 62.34 ล้านบาท ปริมาณอ้อยกว่า 9 แสนตัน

และกลุ่มที่ 3 เกษตรกรส่งอ้อยสด 100% ให้โรงงานน้ำตาลทรายแดง 109 คู่สัญญา วงเงิน 3.61 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินรวม 477.04 ล้านบาท ยังอยู่ในกรอบวงเงินเดิมที่ ครม. เคยอนุมัติไว้ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งเสนอเข้า ครม. โดยเร็ว

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม

ดัน 40 สินค้ามาตรฐาน มอก. ช่วยประหยัดพลังงาน

นายวราวุธ เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งขับเคลื่อนมาตรฐาน มอก. ด้านประสิทธิภาพพลังงาน เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ข้อมูลจาก สมอ. พบว่ามีการกำหนดมาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงานแล้ว 40 มาตรฐาน แบ่งเป็นมาตรฐานบังคับ 5 รายการ และมาตรฐานทั่วไป 35 รายการ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว และเครื่องเชื่อมไฟฟ้า รวมถึงหลอดไฟ อุปกรณ์ส่องสว่าง วัสดุก่อสร้าง กลุ่มยานยนต์ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถไฮบริด และผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ฟิล์มติดกระจก และฉนวนกันความร้อน

“กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สมอ. ยังมีมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมเพื่อจูงใจผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าประหยัดพลังงาน ขณะนี้มีผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาต 119 ราย รวม 235 ฉบับ อีกทั้งยังมีมาตรการเพิ่มแต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยอยู่ระหว่างหารือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อผลักดันให้สินค้าที่มี มอก. ประหยัดพลังงาน เป็น ‘ตัวเลือกแรก’ ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ตามระเบียบกระทรวงการคลังปี 2560 ซึ่งจะช่วยขยายตลาดได้อย่างก้าวกระโดด”

ขณะเดียวกัน ยังยกระดับโรงงานด้วยมาตรฐานสากล ISO 50001 โดย สมอ. กำหนดมาตรฐานระบบการจัดการพลังงานอีก 15 มาตรฐาน เช่น มอก. 50001 (ISO 50001) เพื่อให้โรงงานนำไปใช้บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีหน่วยงานได้รับการรับรองแล้วกว่า 70 แห่ง

"วราวุธ" สั่ง กรอ. คุมเข้มความปลอดภัยโรงงาน รับมือฤดูร้อน

นายวราวุธ กล่าวถึงกรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานในช่วงฤดูร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งว่า ได้กำชับนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ให้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยและเฝ้าระวังเชิงรุกทั่วประเทศ

นายวราวุธ กล่าวว่า มี 3 มาตรการหลักที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อลดความสูญเสีย โดยบางส่วนได้ดำเนินการแล้ว เช่น การออกหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการและสมาคมอุตสาหกรรม ปีละ 2 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับมาตรการเชิงรุก กรอ. จะตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง โดยเน้นโรงงานกลุ่มพลาสติก กระดาษ สี และยางรถยนต์ ต้องจัดอบรมออนไลน์ทุกเดือน และลงพื้นที่ฝึกซ้อมแผนความปลอดภัย ตั้งเป้าผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 6,000 รายต่อปี

“มาตรการสุดท้าย คือข้อบังคับตามกฎหมาย ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2552 กำหนดให้โรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ต้องติดตั้งระบบตรวจจับและแจ้งเหตุเพลิงไหม้อัตโนมัติในจุดเสี่ยง มีถังดับเพลิงขนาด 4.5 กก. อย่างเพียงพอ ส่วนคลังสินค้าพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ขึ้นไป หรือพื้นที่เก็บวัตถุไวไฟตั้งแต่ 14 ตร.ม. ขึ้นไป ต้องติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Sprinkler) อย่างเคร่งครัด”

ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ 1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโกดังโรงงานผลิตแว่นตาบนถนนสาย 340 อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

อ่านข่าว :

"ภราดร" เดินหน้า "ไทยช่วยไทย" เฟสแรกรัฐบาลควักงบกลาง 2 หมื่นล้าน เริ่ม พ.ค.นี้

"ปกรณ์" เคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน แจงแค่อธิบายข้อกฎหมาย รอทีมเศรษฐกิจเคาะ

สภาพัฒน์ฯ ชี้ยังไม่ควรขึ้นภาษี รอคุยขุนคลังปมขยายเพดานนี้สาธารณะ