วันนี้ (20 เม.ย.2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเชิงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ เพื่อขยายเพดานหนี้สาธารณะวงเงิน 500,000 ล้านบาท
นายภราดร ระบุว่า เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นเพียงแนวคิด ที่อยู่ในขั้นตอนการหารือถึงความจำเป็นและความเหมาะสม ซึ่งกระบวนการนี้ยังถือว่า "อีกไกล" กว่าจะถึงขั้นปฏิบัติจริง และยืนยันว่าในการประชุมครม. วันอังคารที่ 21 เม.ย. จะยังไม่มีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมอย่างแน่นอน
สาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง อยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากต่างประเทศ ทำให้ยังไม่มีการจัดประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพื่อกลั่นกรองเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายกฯ มีเจตนารมณ์ที่จะให้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ในทุกวันจันทร์สม่ำเสมอ เริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เพื่อให้เป็นเวทีในการถกเถียงรายละเอียดทางเศรษฐกิจให้ชัดเจนก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.ชุดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานตามแนวทางปฏิบัติที่สืบเนื่องมา เพื่อให้เกิดความรอบคอบสูงสุด
นายภราดร กล่าวต่อว่า ในส่วนของความคืบหน้า พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายมีรายละเอียดที่ค่อนข้างซับซ้อน และมีเงื่อนไขทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า การทำงบประมาณในโอกาสแรก ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณปกติ งบกลางปี หรือการโอนงบประมาณ รัฐบาลมีภารกิจสำคัญคือต้องนำเงินไปชดใช้ "เงินคงคลัง" ที่เบิกจ่ายชดเชยไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้รัฐบาลมีภาระหนี้ชดใช้เงินคงคลังที่ค้างอยู่ประมาณ 70,000 ล้านบาท เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงปีงบประมาณ 2567-2568
หากเราทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณในขณะนี้ เงินที่โอนมาทั้งหมดซึ่งเชื่อว่าน่าจะไม่ถึง 70,000 ล้านบาท จะต้องถูกนำไปชำระหนี้เงินคงคลังก่อนตามข้อกฎหมาย ทำให้ไม่เหลือเงินเพียงพอที่จะนำมาใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชนภายใต้โครงการไทยช่วยไทยได้ทันที
ดังนั้น แนวทางการบริหารจัดการของรัฐบาลในขณะนี้ คือการรอให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ตามปฏิทินในเดือน มิ.ย.เสียก่อน เพื่อทำการตั้งงบชดใช้เงินคงคลังให้เรียบร้อยตามขั้นตอน หลังจากนั้นจึงจะสามารถดำเนินการโอนงบประมาณมาใช้ในโครงการต่าง ๆ ได้อย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของประชาชน สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทย" ในเฟสแรกนั้น รัฐบาลอาจพิจารณาใช้วงเงินจาก "งบกลาง" จำนวนประมาณ 20,000 ล้านบาท ถือเป็นเงินก้อนที่สามารถนำมาบริหารจัดการได้ทันที เพื่อเริ่มดำเนินนโยบายในเดือน พ.ค.
นายภราดร กล่าวอีกว่า คาดว่าจะครอบคลุมประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่มากพอสมควร สำหรับการเริ่มต้นในระยะแรก ก่อนที่เงินงบประมาณก้อนใหม่จากการโอนงบหรือจากงบประมาณปี 2570 จะเริ่มทยอยเข้ามาเสริมในช่วงเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป
อ่านข่าวอื่น :
สว.เหนือจี้รัฐกู้วิกฤตฝุ่น ฉะงบพันล้านแก้ปัญหาไร้ประสิทธิภาพ
"เตหะราน" ลั่นเตรียม "โต้ตอบขั้นรุนแรง" หลังสหรัฐฯ ยิง-ยึดเรือสัญชาติอิหร่าน
"นายกฯ" มอบนโยบายงบฯ ปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน เน้นลงทุนรับวิกฤตโลก-ดัน EV
