"ทรัมป์" หิวแสง? สื่อวิจารณ์ยับปั่นโซเชียล เสี่ยงพังดีลนิวเคลียร์อิหร่าน

ต่างประเทศ
12:22
จำนวนผู้ชม 646
"ทรัมป์" หิวแสง? สื่อวิจารณ์ยับปั่นโซเชียล เสี่ยงพังดีลนิวเคลียร์อิหร่าน
เมื่อการเจรจากลายเป็นการทำลายตัวเอง "ทรัมป์" กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ หลังปั่นกระแสดีลหยุดยั้งนิวเคลียร์อิหร่านจนเกินงาม นักวิเคราะห์ชี้ พฤติกรรมแข็งกร้าว ประกาศชัยชนะล่วงหน้า กำลังทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในสนามการทูตที่อิสลามาบัด

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 สตีเฟน คอลลินสัน นักข่าวอาวุโส CNN วิเคราะห์ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะอาวุธนิวเคลียร์หรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่เป็นเพราะพฤติกรรมของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ที่ดูเหมือนจะ "ติดกับดัก" ความหิวแสงของตัวเอง จนทำให้โอกาสในการสร้างสันติภาพที่จับต้องได้นั้นเลือนลางลงทุกขณะ

สิ่งเลวร้ายที่สุดที่คุณสามารถทำได้ในการทำดีล คือการแสดงอาการอยากได้มันจนเกินไป

ประโยคเด็ดที่ทรัมป์เขียนไว้ในหนังสือสร้างชื่อของเขาเมื่อปี 2530 "The Art of the Deal - ศิลปะแห่งการดีล" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์กลับทำตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เขาโพสต์ผ่านทรูธโซเชียลอย่างต่อเนื่อง อ้างว่าอิหร่านยอมตกลงในเงื่อนไขทุกอย่าง ทั้งเรื่องนิวเคลียร์และการหยุดสนับสนุนกลุ่มตัวแทน ทั้งที่ในความเป็นจริง ฝ่ายเตหะรานยังไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิดเดียว

การประกาศชัยชนะล่วงหน้าเช่นนี้ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นความพยายาม "มัดมือชก" ที่ล้มเหลว และทำให้เขายิ่งดูเหมือนฝ่ายที่ "ดิ้นรน" อยากได้ดีลนี้เพื่อเรียกคะแนนนิยมมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ

ทรัมป์เปลี่ยนสนามรบจากการทูตหลังม่านมาสู่หน้าจอมือถือ เขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่สั่งการผ่านโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่การประกาศผลการโจมตีทางอากาศไปจนถึงการขู่ทำลายอารยธรรมอิหร่าน พฤติกรรมที่กลับไปกลับมา ที่เดี๋ยวขู่จะทิ้งบอมบ์ เดี๋ยวโพสต์ว่าสันติภาพเกิดขึ้นแล้ว สร้างความสับสนให้กับนานาชาติ และทำลาย "ความศักดิ์สิทธิ์" ของกระบวนการเจรจา

"ทรัมป์" หิวแสง? สื่อวิจารณ์ยับปั่นโซเชียล เสี่ยงพังดีลนิวเคลียร์อิหร่าน

"ทรัมป์" หิวแสง? สื่อวิจารณ์ยับปั่นโซเชียล เสี่ยงพังดีลนิวเคลียร์อิหร่าน

หากเปรียบเทียบกับยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ที่เจรจากับโซเวียต เรแกนไม่เคยปั่นกระแสผ่านสื่อทีวีรายวันก่อนการพบปะจริง แต่ทรัมป์กลับใช้การปั่นกระแสเป็นอาวุธหลัก ซึ่งอิหร่านมองออกว่าเป็นเพียง "การแสดง"

ข้อมูลวงในระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ หลายคนเริ่มแสดงความกังวลว่าทรัมป์กำลังเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของทีมเจรจา ถึงขนาดมีรายงานว่าเขาถูกกันออกจากห้องสรุปภารกิจช่วยเหลือทหารอากาศสหรัฐฯ เพราะทีมงานเกรงว่า "ความใจร้อน" ของเขาจะทำให้แผนงานพัง

ขณะที่ในฝั่งอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้โพสต์ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนว่า ทรัมป์กำลังจินตนาการไปเองว่าโต๊ะเจรจาคือโต๊ะแห่งการยอมจำนนซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านไม่มีวันยอมรับ

การเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน จึงตกอยู่ภายใต้เมฆหมอกของความไม่แน่นอน หากทรัมป์ยังไม่หยุดพฤติกรรม "เอาดีเข้าตัว" และ "กดดันผ่านโซเชียล" เขาอาจจะสูญเสียโอกาสทองในการปิดดีลประวัติศาสตร์ที่ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนทำได้ การทำตัวเป็น "พระเอก" ในโซเชียลมีเดียอาจได้ยอดไลก์และพื้นที่ข่าว แต่ในโลกแห่งความจริงของการทูตนิวเคลียร์ ความเงียบและกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งต่างหากคือสิ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ไม่ใช่การตะโกนป่าวประกาศก่อนที่ลายเซ็นจะปรากฏบนกระดาษ

อ่านข่าวอื่น :

ศร.ขีดเส้น 15 วัน ให้ผู้เชี่ยวชาญทำความเห็นถึงศาล กรณีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

ขบวนการลักขุดทอง จุดไฟ-ยิงขู่ จนท.ไฟป่าทองผาภูมิวิกฤต ลามไปเขาแหลม

กทม.เข้มจัดระเบียบ "คนไร้บ้าน" ชวนเข้า "บ้านอิ่มใจ"