รอยร้าวหรือกลยุทธ์ ? เบื้องหลังเอกภาพการเมืองอิหร่าน ที่ทรัมป์อ้างว่าแตกแยก

ต่างประเทศ
15:16
จำนวนผู้ชม 485
รอยร้าวหรือกลยุทธ์ ? เบื้องหลังเอกภาพการเมืองอิหร่าน ที่ทรัมป์อ้างว่าแตกแยก
ทรัมป์ระบุว่าอิหร่านกำลัง "แตกแยกอย่างรุนแรง" หลังไม่เข้าร่วมการเจรจารอบใหม่กับสหรัฐฯ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าผู้นำและรัฐบาลอิหร่านยังมีความเป็นเอกภาพในระดับหนึ่ง แม้จะเผชิญแรงกดดันจากสงครามและสถานการณ์ภายในประเทศ

วันนี้ (23 เม.ย.2569) สำนักข่าว CNN รายงานบทวิเคราะห์เชิงลึกของ โมสตาฟา ซาเลม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองตะวันออกกลาง เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในของอิหร่าน

หลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาให้ความเห็นผ่านสื่อว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะ "แตกแยกอย่างรุนแรง" ซึ่งทรัมป์ใช้เป็นเหตุผลหลักในการขยายเวลาหยุดยิง เพื่อเปิดโอกาสให้ทางเตหะรานกลับไปจัดทำข้อเสนอที่มีความ "เป็นเอกภาพ" มากขึ้น หลังจากที่คณะผู้แทนจากอิหร่านไม่ได้ปรากฏตัวในการเจรจารอบที่ 2 กับ รองปธน.เจ.ดี.แวนซ์ ณ ปากีสถาน

ท่าทีดังกล่าวของทำเนียบขาวถูกมองว่าเป็นความพยายามชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการควบคุมอำนาจของผู้นำรุ่นใหม่ในอิหร่าน

ทว่าในมุมมองของนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง กลับมองเห็นภาพที่แตกต่างออกไป โดยระบุว่าการประเมินของทรัมป์อาจเป็นการตีความที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง

เมหรัต คัมราวา ศาสตราจารย์ด้านการปกครองจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กาตาร์ ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า ความเป็นผู้นำของอิหร่านในปัจจุบันมีความสอดประสานกันอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะในการดำเนินยุทธศาสตร์สงครามและการเจรจาที่ยังคงรักษากฎเหล็กเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น

การที่อิหร่านปฏิเสธการเจรจาในปากีสถานไม่ใช่เพราะความแตกแยกภายใน แต่เป็นจุดยืนที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ต้องยุติการปิดล้อมท่าเรือที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่อิหร่านยืนหยัดมาโดยตลอด

สถานการณ์การปกครองในอิหร่านได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินปฏิบัติการกำจัดผู้นำระดับสูงทั้งสายทหารและการเมือง รวมถึงอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจจากการมีผู้ตัดสินใจสูงสุดเพียงคนเดียว มาสู่ระบบ "คณะกรรมการยามสงคราม" ที่รวบรวมเจ้าหน้าที่จากหลากหลายขั้วการเมืองภายใต้ร่มเงาของกองทัพ เพื่อประคับประคองประเทศให้รอดพ้นจากสงครามที่อาจนำไปสู่การล่มสลายของรัฐ

แม้ว่า มอจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้ล่วงลับจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แต่ปัจจุบันเขายังคงเก็บตัวเงียบท่ามกลางรายงานข่าวเรื่องอาการบาดเจ็บรุนแรง ทำให้เขายังไม่มีบทบาทในการสั่งการที่ชัดเจนเหมือนบิดา

โครงสร้างใหม่นี้แตกต่างจากวิถีการปกครองตลอด 37 ปีภายใต้ อาลี คาเมเนอี อย่างสิ้นเชิง ในอดีตอิหร่านมีสถาบันต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เสนอแนะเพื่อให้ผู้นำสูงสุดตัดสินใจขั้นสุดท้าย

แต่ในปัจจุบันที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่เข้าถึงได้ยาก เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ จึงมี "พื้นที่ในการดำเนินกลยุทธ์" มากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าสิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าพวกเขาแตกแยกกัน แต่เป็นการปรับตัวเพื่อให้ระบบยังคงขับเคลื่อนไปได้ภายใต้สภาวะวิกฤต โดยมี นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ เป็นตัวกลางคนสำคัญที่เชื่อมโยงทุกขั้วอำนาจเข้าด้วยกันในการเจรจากับสหรัฐฯ

รอยร้าวหรือกลยุทธ์ ? เบื้องหลังเอกภาพการเมืองอิหร่าน ที่ทรัมป์อ้างว่าแตกแยก

รอยร้าวหรือกลยุทธ์ ? เบื้องหลังเอกภาพการเมืองอิหร่าน ที่ทรัมป์อ้างว่าแตกแยก

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิหร่านยังต้องเผชิญกับแรงกดดันภายในจากกลุ่มอนุรักษนิยมสุดโต่งหรือกลุ่มฮาร์ดไลน์ที่ยังคงควบคุมสภาและสื่อของรัฐ กลุ่มคนเหล่านี้แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านการชุมนุมบนท้องถนนทุกวันเพื่อคัดค้านข้อตกลงใด ๆ ที่จะทำให้ประเทศดูเหมือนเป็นผู้พ่ายแพ้ต่อวอชิงตัน

ความอ่อนไหวนี้เห็นได้ชัดจากกรณีที่นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศ ถูกโจมตีอย่างหนักเพียงเพราะให้ข้อมูลว่าช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดให้เรือสินค้าผ่านได้ ซึ่งกลุ่มฮาร์ดไลน์มองว่าเป็นการแสดงความอ่อนแอ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ต้องรีบออกมาแก้ข่าวทันที

ในฝั่งของสหรัฐฯ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบขาวบางรายกังวลว่า การโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียและการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์บ่อยครั้งของทรัมป์ในระหว่างการเจรจา กำลังกลายเป็นอุปสรรคต่อความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพ เนื่องจากชาวอิหร่านมีความหวาดระแวงและไม่เชื่อใจสหรัฐฯ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

การที่ทรัมป์พยายามเร่งรัดประกาศชัยชนะและสร้างภาพลักษณ์ว่าอิหร่านกำลังล่มสลาย ยิ่งทำให้ฝ่ายเจรจาของเตหะรานต้องแข็งกร้าวมากขึ้นเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของระบอบปกครองและสยบเสียงวิจารณ์ภายในประเทศ

บทสรุปของสถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของรอยร้าวภายในรัฐบาลอิหร่านตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง แต่เป็นการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ที่มีเดิมพันสูงระหว่างระบอบปกครองที่กำลังเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอำนาจยามสงคราม กับรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พยายามกดดันให้เกิดการยอมจำนนอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสุขภาพผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการชี้วัดทิศทางของสงครามและสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางหลังจากนี้

อ่านข่าวอื่น :

“ศุภจี” เตรียมบินสหรัฐฯ 3-6 พ.ค.นี้ หารือ USTR ถกไต่สวน ม. 301

ค้าภายในผนึก 4 สมาคมปุ๋ย เคาะ ราคาแนะนำรายจังหวัด พบฉวยโอกาส 51 ราย

27 เม.ย.นี้ "ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกรุงเทพฯ" ครั้งแรกของปี 69