วันนี้ (24 เม.ย.2569) เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและ รมว.ต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 23-25 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ ไทยเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศที่อยู่ในภารกิจการเดินทางมาเยือนของนายหวัง อี้ ครั้งนี้ รวมถึงกัมพูชาและเมียนมา
ขณะที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ให้การต้อนรับ โดยจับมือทักทายและพูดคุยกันเล็กน้อย ซึ่งนายหวัง อี้ กล่าวชมนายกฯ ว่า "ท่านดูหล่อมาก" ขณะที่นายกฯ ตอบกลับว่า "หล่อน้อยกว่าท่าน" จากนั้นได้พาคณะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า
นายกฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่สนับสนุนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจีนจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาของไทยในทุกมิติ บนพื้นฐานของความเป็น "บ้านพี่เมืองน้อง" ซึ่งมีทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจและความเคารพซึ่งกันและกัน
ด้านนายหวัง อี้ กล่าวแสดงความมั่นใจว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนจะยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยย้ำว่าจีนเชื่อมั่นในเสถียรภาพของไทยและพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ไทยสามารถไว้วางใจได้ในระยะยาว
สำหรับการเข้าพบครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและนายหวัง อี้ พูดคุยหารือกันแบบวาระเปิด (Open Agenda) โดยคาดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการซื้อสินค้าเกษตรของไทย การร่วมลงทุนของนักธุรกิจชาวจีน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี รวมถึงการปราบปรามสแกมเมอร์
ต่อมา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยจะผลักดันการจัดทำ "แผนปฏิบัติการร่วม" (Action Plan) ที่สอดประสานกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อให้ความร่วมมือเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ
2. การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ฝ่ายจีนได้เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปคที่จีนจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือน พ.ย.2569 และเชิญเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ฝ่ายไทยได้เชิญนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง เยือนไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้ตอบรับในหลักการและอยู่ระหว่างการจัดกำหนดการ
3. สถานการณ์ไทย-กัมพูชา นายหวัง อี้ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีแนวโน้มดีขึ้น และแสดงความหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะมีพัฒนาการที่ดีในเร็ววัน โดยไทยย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน
4. ความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และจะบรรจุเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของแนวทางแผนปฏิบัติการร่วม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน
5. การต่อยอดความร่วมมือเชิงรูปธรรมผ่านกลไกและกิจกรรมร่วม ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะพัฒนาความร่วมมือให้ก้าวไปสู่การดำเนินการเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงในเชิงนโยบาย แต่รวมถึงการขับเคลื่อนผ่านกลไกความร่วมมือ การประชุมและกิจกรรมร่วมในระดับต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
อ่านข่าว
กองทัพเรือพร้อมดูแลอธิปไตย หลัง "สมช." มีมติยกเลิก MOU44
ศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล 10 สส.ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
สหรัฐฯ คว่ำบาตร "ก๊ก อาน" เกี่ยวข้องเครือข่ายฉ้อโกง หลอกลวงออนไลน์
