เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 BBC รายงาน สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จพระราชดำเนิน ถึงฐานทัพอากาศแอนดรูว์ รัฐแมริแลนด์ เพื่อเริ่มต้นการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ (State Visit) เป็นเวลา 4 วัน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นการเยือนระดับประมุขของรัฐครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2550
จุดมุ่งหมายสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ คือการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และยาวนานระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ในวาระที่สหรัฐฯ กำลังมุ่งสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศเอกราช
ในการนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และ สุภาพสตรีหมายเลข 1 เมลาเนีย ทรัมป์ ถวายการต้อนรับพระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ณ บริเวณเซาท์พอร์ติโกของทำเนียบขาว โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมดื่มน้ำชายามบ่าย ณ ห้องสีเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องรับรองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
ทรัมป์รับเสด็จ "คิงชาร์ลส์" ยันความปลอดภัยสูงสุดตลอดการเยือน
บรรยากาศในการพบปะเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดย ประธานาธิบดี ทรัมป์ พา สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ทอดพระเนตรรังผึ้งจำลอง ที่ออกแบบเป็นรูปทรงของทำเนียบขาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการผลิตน้ำผึ้ง ในทำเนียบขาวที่มีมาอย่างยาวนาน เพื่อเป็นการสื่อถึงความสนใจส่วนพระองค์ของพระเจ้าชาร์ลส์ ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม การเยือนในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นพิเศษ หลังจากเกิดเหตุความไม่สงบในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันต่อสื่อมวลชนว่า พื้นที่ในเขตทำเนียบขาว และบริเวณโดยรอบมีความปลอดภัยสูงสุด และมั่นใจว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ จะทรงมีความปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่ประทับอยู่ในสหรัฐฯ
ทรัมป์รับเสด็จ "คิงชาร์ลส์" ยันความปลอดภัยสูงสุดตลอดการเยือน
พระราชวังบักกิงแฮม ระบุว่า หมายกำหนดการต่าง ๆ จะยังคงดำเนินไปตามแผนเดิม โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้ "การทูตแบบนุ่มนวล" เพื่อบรรเทาความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ ที่มีมุมมองต่างกันในบางประเด็น
หนึ่งในจุดเด่นของพระราชกรณียกิจ คือการเข้าร่วมงานเลี้ยงในสวน ณ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำกรุงวอชิงตัน ซึ่งมีผู้รับเชิญเข้าร่วมงานกว่า 600 คน จากหลากหลายวงการเข้าร่วม ในงานนี้สมเด็จพระราชินีคามิลลา ทรงใช้โอกาสในการพูดคุยกับกลุ่มสตรี ที่ทำงานรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นประเด็นที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งเสมอมา
นอกจากนี้ เมนูอาหารภายในงาน ยังมีการใช้เนื้อวัวที่นำเข้าจากสหราชอาณาจักร ภายใต้ข้อตกลงการค้าใหม่ที่ไม่มีภาษี เพื่อเป็นการแสดงนัยถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ที่กำลังพัฒนาไปอีกขั้น
ไฮไลต์สำคัญของการเยือนจะอยู่ที่วันที่ 28 เม.ย. สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะมีกำหนดการกล่าวพระราชดำรัส ต่อที่ประชุมร่วมของสภาคองเกรส คาดการณ์ว่าพระองค์จะทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยืนหยัดร่วมกัน เพื่อปกป้องคุณค่าทางประชาธิปไตย ในยามที่โลกเผชิญกับความท้าทายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนองค์การนาโต และการปกป้องอธิปไตยของยูเครน
แม้ว่าการเยือนครั้งนี้จะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากนักการเมืองบางกลุ่มในสหราชอาณาจักร ที่มองว่าเป็นการไม่เหมาะสม ท่ามกลางนโยบายที่คาดเดาได้ยากของผู้นำสหรัฐฯ แต่ฝ่ายสนับสนุนมองว่า นี่คือโอกาสสำคัญในการรักษา "ความสัมพันธ์พิเศษ" ให้คงอยู่ต่อไปเหนือความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของรัฐบาลแต่ละยุคสมัย โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสะพานเชื่อมโยงความศรัทธา และความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศอย่างยั่งยืน
อ่านข่าวอื่น :
ทรัมป์เมินข้อเสนออิหร่าน หวั่นเสียอำนาจต่อรองนิวเคลียร์
ฝนตกทำฝุ่นควันเชียงใหม่ใกล้จบ ภาคประชาชนทวงคืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด
จากล้งสู่ไลฟ์สด! เจาะลึกดีลทุเรียน 100 บาทผ่านกลยุทธ์จิตวิทยา "FOMO"
