ปิดฉาก 8 ปี "พาวเวลล์" คุมเฟดย้ำ "ความซื่อสัตย์" ประเมินค่ามิได้

ต่างประเทศ
10:55
จำนวนผู้ชม 196
ปิดฉาก 8 ปี "พาวเวลล์" คุมเฟดย้ำ "ความซื่อสัตย์" ประเมินค่ามิได้
เจอโรม พาวเวลล์ ปิดฉากการดำรงตำแหน่ง ปธ.ธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังครบวาระ 8 ปี ท่ามกลางบททดสอบสำคัญ โควิด-19 เงินเฟ้อ แรงกดดันทางการเมือง ยันจะทำหน้าที่ในคณะกำหนดนโยบายการเงินต่อไป พร้อมจุดยืน "ความซื่อสัตย์-เป็นอิสระ" ในหน้าที่การงานจนวินาทีสุดท้าย

วันนี้ (1 พ.ค.2569) สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันพุธที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เจอโรม พาวเวลล์ เสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) นัดสุดท้ายในบทบาทประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งถือเป็นการปิดฉากวาระ 8 ปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายระดับโลก ตลอดการทำงานภายใต้การบริหารของ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถึง 3 สมัย พาวเวลล์ต้องผ่านการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยถึง 66 ครั้ง และต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเงินโลก

CNN ระบุว่า แม้วาระการดำรงตำแหน่งประธานจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค.นี้ แต่พาวเวลล์ ยังตัดสินใจปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการเฟดต่อไปในตำแหน่ง "ผู้ว่าการ" (Governor) จนกว่าการตรวจสอบจากกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทเรื่องที่พัก และการดำเนินงานบางประการจะเสร็จสิ้นอย่างโปร่งใส

หากย้อนมองดูผลงานชิ้นสำคัญของพาวเวลล์ ในช่วงเริ่มต้นวิกฤตโควิด-19 เมื่อเดือน มี.ค.2563 พาวเวลล์สวมบทบาทเป็น "หน่วยกู้ภัยด่านแรก" ของระบบเศรษฐกิจ โดยเรียกประชุมฉุกเฉินถึง 2 ครั้งภายในเดือนเดียว เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วสู่ระดับใกล้ 0% ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะตกต่ำครั้งใหญ่ เขายอมรับในเวลานั้นว่า การลดดอกเบี้ยไม่สามารถหยุดการติดเชื้อได้ แต่มันคือเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงิน ที่กำลังจะล่มสลายให้กลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขาไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในช่วงหลังการระบาดใหญ่ พาวเวลล์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากการประเมินว่าสภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่อง "ชั่วคราว" (Transitory) จนกระทั่งเงินเฟ้อพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี ทำให้เขาต้องตัดสินใจยอมรับความผิดพลาดและประกาศ "เกษียณ" คำว่าชั่วคราวทิ้งไป

พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในการประชุมนัดเดียวถึงร้อยละ 0.75 หลายครั้งติดต่อกัน แม้จะรู้ดีว่าการตัดสินใจนี้จะสร้างความเจ็บปวดให้กับภาคครัวเรือนและธุรกิจ แต่เขายืนยันว่า "การไม่สามารถรักษาเสถียรภาพของราคาได้ จะสร้างความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต"

จุดเด่นที่สุดในยุคของพาวเวลล์คือการปกป้อง "ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง" จากการแทรกแซงทางการเมือง โดยเฉพาะความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เขาด้วยถ้อยคำที่รุนแรงหลายครั้ง แต่พาวเวลล์เลือกที่จะวางตัวเป็นกลาง และยึดถือข้อมูลทางเศรษฐกิจเป็นที่ตั้ง มากกว่าแรงกดดันทางการเมือง เขาเคยกล่าวเน้นย้ำถึงความซื่อสัตย์ในวิชาชีพไว้ในการสัมภาษณ์รายการ 60 Minutes ว่า

ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งประเมินค่าไม่ได้ และในท้ายที่สุดนั่นคือสิ่งเดียวที่คุณจะมีติดตัวไป

เจอโรม พาวเวลล์ มักจะเล่าถึงเส้นทางชีวิตของเขา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เสมอ เขาไม่ได้เริ่มต้นอาชีพด้วยความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ในทันที แต่ผ่านการทำงานหลากหลายรูปแบบ และเคยพบกับช่วงเวลาที่มองหาเป้าหมายชีวิตไม่เจอ การก้าวขึ้นมาเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดในโลกการเงิน จึงเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มงวด

มรดกที่เขาทิ้งไว้หลังก้าวลงจากตำแหน่งประธานเฟด จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจหรืออัตราดอกเบี้ย แต่คือการวางรากฐานความเป็นอิสระ และความน่าเชื่อถือให้แก่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ในฐานะสถาบันที่ประชาชนสามารถพึ่งพาได้ในยามวิกฤต

อ่านข่าวอื่น :

อาลัย "มั่น พัธโนทัย" อดีตรองนายกฯ รัฐมนตรีหลายสมัย สิริอายุ 85 ปี

"ทรัมป์" เผยไม่อยากใส่ "เสื้อเกราะกันกระสุน" กังวลดูอ้วน

พีต เฮกเซธ อ้างสงครามยุติลงแล้ว ก่อนเส้นตาย 60 วัน ต้องขออนุมัติสภาทำสงคราม