อารักขา "ปูติน" เข้นข้น ระวังภัยลอบสังหาร-คนใกล้ตัวโค่นอำนาจ

ต่างประเทศ
13:45
จำนวนผู้ชม 760
อารักขา "ปูติน" เข้นข้น ระวังภัยลอบสังหาร-คนใกล้ตัวโค่นอำนาจ
มาตรการอารักขา "ปูติน" ถูกยกระดับอย่างเข้มข้น และเฝ้าระวังไม่ให้ข้อมูลภายในรั่วไหล จากความกังวลว่า ผู้นำรัสเซีย เสี่ยงถูกลอบสังหารหรือโค่นอำนาจ

วันนี้ (5 พ.ค.2569) มีข้อมูลข่าวกรอง จากฝั่งยุโรปชี้ว่าการอารักขา "วลาดิเมียร์​ ปูติน" ประธานาธิบดีรัสเซีย ถูกยกระดับคุมเข้ม รวมถึงการเฝ้าระวังไม่ให้ข้อมูลภายในรั่วไหล เนื่องจากมีความกังวลว่าปูติน เสี่ยงถูกลอบสังหารหรือโค่นอำนาจ ซึ่งไม่ใช่แค่จากศัตรูอย่างยูเครน แต่กลับเป็นฝีมือคนในรัฐบาลรัสเซียเอง

ข้อมูลดังกล่าว มาจากหน่วยข่าวกรองของประเทศหนึ่งในยุโรป ซึ่งเจ้าหน้าที่ของประเทศนั้น ลอบส่งให้แก่สื่อไม่กี่สำนัก บางสื่อระบุว่า ตรวจสอบข้อมูลแล้วบางส่วน ขณะที่บางสื่อกังขาเรื่องการข่าว

รายละเอียดข้อมูลระบุ ถึงการคุมเข้ม อารักขาปูติน ไล่ตั้งแต่การห้ามไม่ให้คนที่มีสิทธิ์ เข้าถึงตัวผู้นำรัสเซีย อย่างพ่อครัว เจ้าหน้าที่อารักขา หรือช่างภาพ ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ นอกจากนี้ ตามที่พักของคนกลุ่มนี้ จะติดตั้งระบบสอดแนมเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง ส่วนผู้ที่ทำงานใกล้ชิดปูติน จะได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสาร เฉพาะประเภทที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

มาตรการคุ้มครองชีวิตปูตินที่เห็นได้ชัด คือการลดจำนวนสถานที่ที่ปูติน จะเดินทางไปเยือน หรือไปใช้เวลาอยู่เป็นประจำ อย่างบ้านพักประธานาธิบดีในมอสโก หรือบ้านพักตากอากาศที่วาลได ซึ่งปกติปูติน และครอบครัวมักไปพักอยู่เรื่อยๆ

แต่ผู้นำรัสเซียกลับหลบไปอาศัยในหลุมหลบภัย ที่ปรับปรุงใหม่หลายๆ แห่งแทน หนึ่งในนั้นคือที่คราสโนดาร์ ริมชายฝั่งทะเลดำ ห่างจากมอสโกกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งปูตินหันไปพำนักตามสถานที่เหล่านี้ นับตั้งแต่เริ่มรบกับยูเครน และการไปครั้งหนึ่งมักใช้เวลาอยู่นานหลายสัปดาห์

ส่วนภาพภารกิจ รวมถึงการตรวจเยี่ยมกำลังพล โรงงานอาวุธ หรือฐานทัพต่างๆ ที่ปรากฏให้เห็นในระยะหลัง รายงานข่าวกรองระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นการนำภาพเก่ามาเผยแพร่แทน และในปี 2569 ผู้นำรัสเซียไม่ได้ลงพื้นที่สถานที่ทางการทหาร จากเดิมที่เคยทำอยู่เป็นประจำเมื่อปี 2568

ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวปฏิบัติทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า ผู้นำรัสเซียและหน่วยอารักขา หวั่นเกรงต่อความพยายามลอบสังหาร หลังจากปลายปี 2568 เกิดเหตุวางระเบิดรถยนต์ลอบสังหาร พล.ท.ฟานิล ซาร์วารอฟ ในมอสโก ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ปูตินเริ่มไม่ไว้วางใจคนกันเอง เพราะการอารักขาที่บกพร่อง

ขณะที่รายงานข่าวกรองฉบับนี้ ระบุเจาะจงถึงการใช้โดรนลอบสังหารโดยเฉพาะ และยังชี้ชัดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง อาจเป็นผู้มีอำนาจในแวดวงการเมืองรัสเซียเอง

เซอร์เก ชอยกู คนสนิทของประธานาธิบดีรัสเซีย

เซอร์เก ชอยกู คนสนิทของประธานาธิบดีรัสเซีย

มีกระแสพุ่งเป้าไปที่ "เซอร์เก ชอยกู" คนสนิทของปูติน ที่เคยนั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม มานานกว่า 12 ปี เขาสั่งการสมรภูมิรบมาหลายแห่ง รวมถึงที่ซีเรีย และคุมเกมสงครามในยูเครนมากว่า 2 ปี ก่อนถูกเปลี่ยนตัวเมื่อกลางปี 2567 ขณะที่กระแสความเคลือบแคลงหนาหูขึ้น เมื่อคนรอบข้างของเขาโดนคดีทุจริต เมื่อต้นเดือน มี.ค. ช่วงเดียวกับที่ปูตินคุมเข้มการอารักขา

หลายคนมองว่า ชอยกู สั่งสมบารมีและอิทธิพลเหนือกำลังพล ในกองทัพอยู่พอสมควร อีกทั้งการดำรงตำแหน่งมายาวนาน ทำให้สายบังคับบัญชาจำนวนมาก ล้วนเป็นคนที่เขาไว้วางใจ และอาจไม่ยากนัก หากคิดจะลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจปูติน แม้จะยังไม่มีหลักฐาน สนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ ปูตินเคยเผชิญความพยายามในการโค่นอำนาจมาก่อน โดยช่วงกลางปี 2566 เยฟเกนี ปริโกชิน อดีตคนสนิทและผู้นำกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ ตัดสินใจส่งกำลังเข้ายึดศูนย์บัญชาการทหารในเมืองรอสตอฟ ออน ดอน ก่อนเคลื่อนขบวนรถหุ้มเกราะรุดหน้าสู่กรุงมอสโก แม้เหตุการณ์จะยุติลงในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แต่ปริโกชินก็เสียชีวิต ในเหตุเครื่องบินตกอีก 2 เดือนให้หลัง​

ขณะที่การซ้อมสวนสนามของทหารรัสเซีย ก่อนงานใหญ่ในวันแห่งชัยชนะ 9 พ.ค.นี้ เป็นเครื่องเตือนใจได้เป็นอย่างดี ถึงมาตรการความปลอดภัยที่เปลี่ยนไป จากการไม่นำอาวุธหนักมาเข้าร่วมแสดงแสนยานุภาพในงานปี 2569 เพื่อลดความเสี่ยงการก่อเหตุร้ายในวันสำคัญ

แม้รายละเอียดข้อมูลในรายงานข่าวกรอง จะตรวจสอบไม่ได้ทั้งหมด และอาจเป็นส่วนหนึ่งของการข่าว แต่ทิศทางข้อมูลชี้ให้เห็นว่า จุดจบของสงครามในยูเครน อาจเป็นไปตามที่นักวิชาการหลายคนเคยประเมินไว้ คือไม่ใช่จะเอาชนะรัสเซีย ในสมรภูมิยูเครนได้อย่างไร แต่ต้องรอดูการแพ้ภัยตัวเอง จากปัญหาภายในต่างๆ ในรัสเซียมากกว่า

ซึ่งยังไม่นับไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และเรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อย่างสัญญาณอินเทอร์เน็ต ที่ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ จนอาจจุดกระแสคลื่นใต้น้ำต่อต้านปูตินให้รุนแรงขึ้น

อ่านข่าว

รัสเซียประกาศหยุดยิงช่วง 8-9 พ.ค. เพื่อจัดงาน "วันแห่งชัยชนะ"

"ทรัมป์" ขู่ทำลายกองกำลังอิหร่านหากโจมตีเรือสหรัฐฯ ในฮอร์มุซ

โรงงานดอกไม้ไฟในจีนระเบิด คร่าชีวิต 21 คน เจ็บอีก 61 คน