ไขปริศนาโรคหายาก! ไวรัสฮันตาโผล่กลางทะเล เสี่ยงจากหนู

ต่างประเทศ
13:58
จำนวนผู้ชม 436
ไขปริศนาโรคหายาก! ไวรัสฮันตาโผล่กลางทะเล เสี่ยงจากหนู
WHO เผยพบการระบาดของฮันตาไวรัสบนเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติก เสียชีวิตแล้ว 3 คน เร่งสอบสวนแหล่งที่มาของเชื้อ ย้ำความเสี่ยงต่อสาธารณะยังต่ำ แต่เตือนให้ระวังการสัมผัสสัตว์ฟันแทะ

วันนี้ (5 พ.ค.2569) CNN รายงานว่า หลังจากมีรายงานการเสียชีวิตของผู้โดยสาร 3 คนบนเรือสำราญลำหนึ่งขณะกำลังเดินทางจากประเทศอาร์เจนตินามุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะเคปเวิร์ด นอกชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ "ไวรัสฮันตา" (Hantavirus) แล้ว 1 คน และยังมีผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายสงสัยอีก 5 คนที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคอย่างใกล้ชิด

ไวรัสฮันตาคืออะไร แพร่กระจายได้อย่างไร ?

ไวรัสฮันตาไม่ใช่เชื้อใหม่ แต่เป็นกลุ่มของเชื้อไวรัสที่มีสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู เป็นพาหะนำโรค เชื้อจะแฝงตัวอยู่ในปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของหนูที่ติดเชื้อ มนุษย์มักจะได้รับเชื้อผ่านการสูดดมละอองฝอยหรือฝุ่นที่ปนเปื้อนมูลหนูแห้ง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการทำความสะอาดหรือกวาดบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่ ทำให้เชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ

นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนแล้วนำมาสัมผัสปากหรือจมูก รวมถึงการถูกหนูกัดหรือข่วน แม้ว่ากรณีหลังนี้จะพบได้น้อยมากก็ตาม ที่น่าสนใจคือ มีเพียงสายพันธุ์ "Andes" ในอเมริกาใต้เท่านั้นที่มีรายงานว่าสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่โอกาสเกิดขึ้นก็ยังจัดว่าต่ำมาก

อาการคล้ายไข้หวัดแต่เสี่ยงตายถึง 40%

ความน่ากลัวของไวรัสฮันตาอยู่ที่อาการเริ่มต้นที่เลียนแบบโรคไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย มีไข้ หนาวสั่น และปวดเมื่อยตามตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปไวรัสจะเริ่มจู่โจมอวัยวะสำคัญ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะตามภูมิศาสตร์ที่พบเชื้อ

  1. HFRS (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome) พบมากในยุโรปและเอเชีย (โดยเฉพาะจีน) ไวรัสจะทำลายไต ทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ ความดันโลหิตต่ำ เลือดออกภายใน และไตวายเฉียบพลัน มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 5-15
  2. HPS (Hantavirus Pulmonary Syndrome) พบมากในทวีปอเมริกา ไวรัสจะพุ่งเป้าไปที่ปอด ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอด หายใจไม่ออก และแน่นหน้าอก ซึ่งสายพันธุ์นี้อันตรายอย่างยิ่ง โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงเกือบร้อยละ 40

ดร.ชาร์ลอตต์ แฮมเมอร์ นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แสดงความกังวลว่าการระบาดบนเรือสำราญครั้งนี้มีความซับซ้อน เนื่องจากระยะฟักตัวของโรคที่ยาวนานถึง 1-8 สัปดาห์ ผู้ป่วยอาจได้รับเชื้อมาตั้งแต่ตอนที่เรือจอดเทียบท่าที่อาร์เจนตินา หรืออาจมีสัตว์ฟันแทะแอบอาศัยอยู่บนเรือซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ขณะที่ ดร.สก็อตต์ มิสโควิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ระบุว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบระบบระบายอากาศ ห้องครัว และทุกตารางนิ้วของเรือเพื่อหาแหล่งสะสมของเชื้อ

ความตื่นตัวต่อโรคนี้เคยพุ่งสูงขึ้นในปี 2568 เมื่อ "เบ็ตซี อาราคาวะ" ภรรยาของนักแสดงรุ่นใหญ่ ยีน แฮ็กแมน เสียชีวิตจากโรค HPS ในวัย 65 ปี ซึ่งภายหลังพบซากหนูและรังหนูจำนวนมากในพื้นที่บ้านพักของเธอในนิวเม็กซิโก ตอกย้ำว่าพื้นที่อาศัยที่ขาดการดูแลความสะอาดคือแหล่งบ่มเพาะเชื้อชั้นดี

ปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาเฉพาะทางสำหรับไวรัสฮันตา แพทย์ทำได้เพียงรักษาตามอาการและประคับประคองธาตุในร่างกาย เช่น การให้สารน้ำและการพักผ่อน ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) แนะนำให้ประชาชนปิดช่องว่างในที่พักอาศัย เก็บอาหารให้มิดชิด และหากจำเป็นต้องทำความสะอาดมูลหนู "ห้ามกวาดหรือดูดฝุ่นเด็ดขาด" แต่ให้ฉีดพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือโซลูชันฟอกขาว ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วจึงเช็ดออกโดยใช้ถุงมือป้องกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อฟุ้งกระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ

แม้ในขณะนี้ WHO จะระบุว่าความเสี่ยงต่อสาธารณชนในวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำ แต่เหตุการณ์บนเรือสำราญลำนี้ก็ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญในการจัดการความปลอดภัยด้านชีวอนามัยในพื้นที่ปิดและการเดินทางข้ามพรมแดนที่อาจนำพาเชื้อร้ายที่รักษาไม่หายนี้ไปกระจายตัวได้ทุกที่ทุกเวลา

อ่านข่าวอื่น :

จับทัวร์เถื่อนในสุราษฎร์ฯ ลอบนำเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์

อย.บุกตรวจโรงงานปลากระป๋องใช้ปลาอื่นแทนแมคเคอเรล ยึด 12,760 กระป๋อง

เเจ้งข้อหา "2 ทหารเรือ" สนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฆ่าฯ คดียิง สส.นราธิวาส