กสทช.จัดเสวนา กม.ครอบงำธุรกิจโทรคมนาคมของต่างชาติ

เศรษฐกิจ
13:35
จำนวนผู้ชม 30
Thai PBS
กสทช.จัดเสวนา กม.ครอบงำธุรกิจโทรคมนาคมของต่างชาติ

กสทช.จัดเสวนาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการบังคับใช้ประกาศเรื่องข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ.2554 โดยมีผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องในกิจการด้านโทรคมนาคมร่วมวงเสวนา

วงเสวนาของ กสทช. วันนี้ (2 ธ.ค.) มีการหารือกันถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการบังคับใช้ประกาศเรื่องข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ.2554 โดยเฉพาะผลกระทบด้านต่างๆ หลังจากที่ กสทช. ประกาศใช้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาโดยผู้เข้าร่วมเสวนานำเสนอผลกระทบด้านต่างๆ ทั้งผลกระทบด้านความมั่นคง ต้นทุนและผลประโยชน์ การแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม คุณภาพการให้บริการและผู้บริโภค ผลกระทบต่อการลงทุนของต่างประเทศ และการเปิดเสรีทางการค้าในกิจการโทรคมนาคม รวมถึงการขัดต่อสนธิสัญญา ที่ประเทศไทยเป็นภาคีหรือไม่

ก่อนหน้านี้นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เห็นด้วยกับประกาศฉบับนี้ เพราะปกป้องโทรคมนาคมที่เป็นความมั่นคงของชาติ ซึ่งแม้แต่ประเทศที่เปิดเสรีมากๆ ก็ยังมีมาตรฐานปกป้องอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของตัวเอง สอดคล้องกับ กสทช.บางคนที่ระบุว่าจากการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา หลายคนเห็นด้วยกับประกาศฉบับนี้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดีแทค ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยนายจอห์น เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าบริหารดีแทค ระบุว่าประกาศฉบับนี้ ขัดแย้งต่อพันธกรณีด้านการค้าระหว่างประเทศ และแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของไทยในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ จำกัดการแข่งขันอย่างเสรีและขัดรัฐธรรมนูญไทย

ขณะที่นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค เห็นว่ากำหนดข้อห้ามคนต่างด้าวอาจจะปิดกั้นการแข่งขัน และสร้างความหวาดระแวงให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทยสอดคล้องกับนายชาตวิทย์ มงคล แสนล้าน ประธานเครือข่ายการพัฒนาผู้บริโภคไทย เห็นว่าข้อกำหนดนี้อาจสกัดเงินทุนต่างชาติ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับเทคโนโลยีทันสมัย รวมทั้งไม่ทำให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลต่อค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตราคาแพง

สำหรับการเสวนาครั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะแก้ไขประกาศฉบับนี้หรือไม่ แต่การเปิดวงเสวนา ทำให้เห็นภาพรวมของประโยชน์และความเสี่ยงด้านต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมในอนาคต ซึ่ง กสทช.พยายามนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาพิจารณา ปรับแก้ใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์จากประชาชนเพื่อความโปร่งใส