ตำรวจค้นสำนัก "อาจารย์แก้กรรม" เก็บเอกสารตรวจสอบ

อาชญากรรม
07:46
จำนวนผู้ชม 65
ตำรวจค้นสำนัก "อาจารย์แก้กรรม" เก็บเอกสารตรวจสอบ
ความคืบหน้าคดี "อาจารย์แก้กรรม" ชื่อดังใน จ.ลำพูน ตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นสำนักเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบมีผู้เสียหายเพิ่ม

ความคืบหน้าคดี "อาจารย์แก้กรรม" ชื่อดังใน จ.ลำพูน ที่กำลังถูกตรวจสอบหลังมีผู้เสียหายหลายรายทยอยออกมาเปิดเผยว่าเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศระหว่างเข้าร่วมพิธีแก้กรรม ล่าสุด ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักของอาจารย์รายดังกล่าว เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจค้นสำนักแก้กรรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ลำพูน ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีและให้คำปรึกษาแก่ลูกศิษย์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งบริเวณบ้านเรือนไทย จุดลงทะเบียนผู้เข้าร่วมพิธี รวมถึงพื้นที่โดยรอบ

มีรายงานว่าช่วงแรกที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น อาจารย์มีอาการตกใจและสีหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุม แต่ตำรวจได้ชี้แจงว่า เป็นเพียงการเข้าตรวจค้นเพื่อรวบรวมหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้น

หลังการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวอาจารย์รายดังกล่าวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวน สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน และปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ผู้เสียหายวัย 18 ร้องถูกคุกคามอ้างเป็น "เคสด่วน" ต้องทำพิธีแปลก

ขณะเดียวกัน ไม่ได้มีผู้เสียหายเพียงรายเดียว โดยมีชายอายุ 18 ปี พร้อมครอบครัว เดินทางเข้าร้องเรียนกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังอ้างว่าเคยเผชิญพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน

ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปพบอาจารย์รายดังกล่าว หลังเห็นคลิปในโซเชียลและเชื่อว่าเป็นผู้มีชื่อเสียงด้านแก้กรรม ผู้เสียหายระบุว่า อาจารย์พยายามพูดคุยเชิงลามก ก่อนแยกตัวพ่อแม่ออกไป และพาเข้าไปในห้องส่วนตัว อ้างทำพิธีแก้กรรม

ผู้เสียหายระบุว่า อาจารย์อ้างว่าเป็น "เคสด่วน" และสั่งให้ทำ พฤติกรรมประหลาดกับสุนัขเพื่อส่งไปใช้ในพิธี แต่ผู้เสียหายไม่ได้ทำตาม พร้อมยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าว กระทบสภาพจิตใจอย่างหนัก​

ด้านแม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังเดินทางกลับบ้าน ลูกชายเปิดใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ทำให้ตนรู้สึกผิดที่เป็นคนพาลูกไปพบอาจารย์รายดังกล่าว แม่ของผู้เสียหายยังระบุว่า ในขณะนั้นไม่มีหลักฐาน อีกทั้งเห็นว่าลูกศิษย์ ของอาจารย์หลายคนเป็นข้าราชการและผู้มีตำแหน่ง จึงรู้สึกหวาดกลัว

ขณะที่ นายเอกภพ เชื่อว่าอาจยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมาก และในวันที่ 11 พ.ค.นี้ จะพาผู้เสียหายรายดังกล่าวเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้สอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สภาพอากาศวันนี้ ทุกภาคมีฝนฟ้าคะนอง เหนือ-ใต้ ตกหนักบางแห่ง กทม.ยังร้อนกลางวัน

"นพ.ยง" อธิบายชัด "ไวรัสฮันตา" น่ากลัวแค่ไหน? ไทยเสี่ยงต่ำ

เพนตากอนเปิดตัวเว็บไซต์รวมไฟล์ U.F.O. พร้อมทยอยปล่อยข้อมูลต่อเนื่อง