วันนี้ (19 พ.ค.2569) บรรยากาศเปิดภาคเรียนวันแรกของหลายโรงเรียนทั่วประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง เด็ก ๆ แต่งชุดนักเรียนใหม่ เดินทางมาโรงเรียนด้วยความสดใส ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนมากต่างมายืนส่งลูกหลานหน้าโรงเรียน ถ่ายภาพเก็บความทรงจำในวันเปิดเทอม โดยเฉพาะในระดับชั้นอนุบาลที่ยังคงมีภาพเด็กบางคนร้องไห้ งอแง และต้องใช้เวลาปรับตัวหลังปิดเทอมยาวกว่า 2 เดือน
ที่โรงเรียนอนุบาลบรรลือทรัพย์ 2 จ.นนทบุรี ผู้ปกครองจำนวนมากพาบุตรหลานมาถึงโรงเรียนตั้งแต่เช้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดในย่านประชานิเวศน์ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ขณะที่ทางโรงเรียนเริ่มกิจกรรมสร้างความผ่อนคลายให้เด็กเล็ก ด้วยการเล่นเครื่องเล่นและกิจกรรมพัฒนาการ เพื่อช่วยให้เด็กปรับตัวเข้ากับการเปิดเรียนใหม่
แม้บรรยากาศเปิดเรียนจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มของเด็ก ๆ แต่สิ่งที่ผู้ปกครองหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน คือ "ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมปีนี้สูงขึ้นมา" ผู้ปกครองบางครอบครัวที่มีลูกหลายคนต้องวางแผนการเงินอย่างละเอียด เช่น ครอบครัวหนึ่งมีลูก 3 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมต้น ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมทั้งค่าเทอม อุปกรณ์การเรียน และค่าเดินทาง พุ่งสูงหลายหมื่นบาท
ขณะที่ผู้ปกครองอีกคน ซึ่งมีลูก 2 คนอยู่ชั้น ป.6 และอนุบาล 3 เปิดเผยว่า ปีหน้าลูกทั้ง 2 คนต้องสอบเข้าโรงเรียนใหม่ จึงต้องเตรียมค่าเรียนพิเศษเพิ่มเติมตลอดทั้งปี คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะเรื่องเรียนพิเศษรวมกันถึงหลักแสนบาท ทำให้ต้องลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และวางแผนซื้อเสื้อผ้าเผื่อไซซ์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกยังสามารถใส่ชุดเดิมได้ในปีนี้ ช่วยประหยัดเงินค่าชุดนักเรียนได้ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายโรงเรียนพยายามช่วยเหลือผู้ปกครองมากขึ้น เช่น การยังไม่ปรับขึ้นค่าเทอม และเปิดโอกาสให้ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากเข้าใจภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,250 คนทั่วประเทศ พบว่า การใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมปีนี้มีมูลค่าสูงถึง 66,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อน ถือเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 10 ปี โดยผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 29,930 บาท/ครอบครัว ส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องซื้อหนังสือ รองเท้า และถุงเท้านักเรียนใหม่ ขณะที่กระเป๋าและชุดนักเรียนบางส่วนยังเลือกใช้ของเก่าเพื่อลดภาระ
ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรม ปัญหาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษายิ่งส่งผลหนักขึ้น เพราะรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรกลับลดลง เช่น ที่ลำพูน ผู้ปกครองจำนวนมากสะท้อนว่า ราคามะม่วงและลำไยตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนปุ๋ยและสารเคมีกลับเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของลูกหลาน
ชาวสวนมะม่วงรายหนึ่งใน อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เปิดเผยว่า ตนต้องหาเงินส่งเสียหลานเรียนชั้น ม.6 เพียงลำพัง โดยเปิดเทอมปีนี้ต้องจ่ายทั้งค่าเทอม ค่าอาหาร และค่าเดินทาง รวมแล้วเฉลี่ยเดือนละกว่า 8,000 บาท จึงต้องประหยัดทุกด้าน และออกไปรับจ้างรายวันเพื่อหาเงินเพิ่มเติม
ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยม่วง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ระบุว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่หนักที่สุดปีหนึ่งสำหรับครอบครัวนักเรียน เพราะค่าเดินทางไปโรงเรียนของเด็กประถมเฉลี่ยเดือนละ 2,000-3,000 บาท ส่วนเด็กมัธยมสูงกว่านั้นอีก ขณะที่รายได้ครอบครัวลดลงจากราคาพืชผลตกต่ำ ทำให้มีนักเรียนย้ายเข้า-ย้ายออกมากขึ้น เนื่องจากผู้ปกครองต้องย้ายถิ่นฐานไปหางานทำ
แม้รัฐบาลจะมีโครงการ "เรียนฟรี 15 ปี" สนับสนุนค่าชุดนักเรียนชั้นต่าง ๆ ให้ชั้นอนุบาล 325 บาท ประถมศึกษา 400 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 500 บาท และมัธยมศึกษาตอนปลาย 520 บาท แต่หลายครอบครัวยังมองว่าไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจริง เพราะเด็กแต่ละช่วงวัยต้องมีทั้งชุดนักเรียน ชุดพละ ชุดพื้นเมือง และอุปกรณ์ลูกเสือ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อคนยังอยู่ที่หลักพันบาทต่อปี โดยเฉพาะเด็กที่กำลังโตและต้องเปลี่ยนชุดใหม่แทบทุกปี
อ่านข่าวอื่น :
อีโบลาระบาดคองโก เสียชีวิตทะลุ 100 คน สงสัยติดเชื้อ 400 คน
สภาพอากาศวันนี้ เช็กพื้นที่เสี่ยงฝนหนัก กทม.-ปริมณฑลมีฝน 60% พื้นที่
กรมควบคุมโรค ยัน ไทยยังไม่พบผู้ป่วย "อีโบลา" แต่เฝ้าระวังเข้ม
