เปิดคุณสมบัติ "ผู้สมัคร" เลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยาปี 2569

การเมือง
09:15
จำนวนผู้ชม 42
เปิดคุณสมบัติ "ผู้สมัคร" เลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยาปี 2569
กกต. เปิดหลักเกณฑ์การสมัครเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ทั้งคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เอกสารที่ต้องใช้ และค่าธรรมเนียมสมัคร พร้อมเตือนผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติอาจถูกดำเนินคดีและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษของประเทศไทย ทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารท้องถิ่นและการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ

โดยกรุงเทพมหานครเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 50 เขต มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายบริหาร และสภากรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ

ส่วนเมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ มีนายกเมืองพัทยาเป็นฝ่ายบริหาร และสภาเมืองพัทยาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ

วันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร-สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และ นายกเมืองพัทยา-สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.2569

จำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่น-ผู้บริหารท้องถิ่น

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร-สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

  1. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใช้เขตกรุงเทพมหานคร เป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวน 1 คน มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้ ในกรณีดำรงตำแหน่งไม่ครบ 4 ปี ก็ให้ถือว่าเป็น 1 วาระ และเมื่อได้ดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดต่อกันแล้ว จะดำรงตำแหน่งได้อีกเมื่อพ้นระยะเวลา 4 ปี นับแต่วันพ้นตำแหน่ง
  2. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ใช้เขตปกครองเป็น เขตเลือกตั้ง แบ่งเป็น 50 เขตเลือกตั้ง ๆ ละ 1 คน มีจำนวนสมาชิก ทั้งสิ้น 50 คน มีกำหนดคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง
เปิดคุณสมบัติ "ผู้สมัคร" เลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยาปี 2569

เปิดคุณสมบัติ "ผู้สมัคร" เลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยาปี 2569

นายกเมืองพัทยา-สมาชิกสภาเมืองพัทยา

  1. นายกเมืองพัทยา ใช้เขตเมืองพัทยาเป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวน 1 คน มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้ ในกรณีดำรงตำแหน่งไม่ครบ 4 ปี ก็ให้ถือว่าเป็น 1 วาระ และเมื่อได้ดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดต่อกันแล้ว จะดำรงตำแหน่งได้อีก เมื่อพ้นระยะเวลา 4 ปี นับแต่วันพ้นตำแหน่ง
  2. สมาชิกสภาเมืองพัทยา แบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง ๆ ละ 6 คน มีจำนวนสมาชิก ทั้งสิ้น 24 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 6 คน มีกำหนดคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง
เปิดคุณสมบัติ "ผู้สมัคร" เลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยาปี 2569

เปิดคุณสมบัติ "ผู้สมัคร" เลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยาปี 2569

4 คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ม.49 และ 50 ประกอบ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครฯ และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาฯ กำหนดคุณสมบัติ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ดังนี้

  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
  2. ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง ส่วนผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
  3. ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ต้องเป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครในวันสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
  4. ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยาหรือสมาชิกเมืองพัทยาต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเมืองพัทยาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
  5. ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกเมืองพัทยา ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

25 ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ม.49 และ 50 ประกอบ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครฯ และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาฯ กำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ดังนี้

  1. ติดยาเสพติดให้โทษ
  2. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  3. เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ
  4. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 39 (1) เป็นภิกษุสามเณร นักพรตหรือนักบวช (2) อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดหรือไม่ และ (4) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  5. อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลือกตั้ง
  6. ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
  7. เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  8. เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
  9. เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
  10. เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิตนำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
  11. เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
  12. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
  13. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
  14. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
  15. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
  16. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  17. เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  18. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้พ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี
  19. เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
  20. อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามมาตรา 42 หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  21. เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกันหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
  22. เคยพ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับหรือจะกระทำกับหรือให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตน ระหว่างกัน และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
  23. เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงและยังไม่พ้น 5 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
  24. เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่และอำนาจ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแก่ราชการ และยังไม่พ้น 5 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
  25. ลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

การสมัครรับเลือกตั้ง

ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งหลักฐานการสมัครและค่าธรรมเนียมการสมัคร ดังนี้

หลักฐาน เอกสาร ประกอบการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง

  1. ใบสมัครรับเลือกตั้งตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/1
  2. รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก หรือ รูปภาพที่พิมพ์ชัดเจนเหมือนรูปถ่ายของตนเองขนาดกว้างประมาณ 8.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 13.5 เซนติเมตร จำนวนตามที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
  5. ใบรับรองแพทย์
  6. หลักฐานการศึกษา (กรณีสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร)
  7. หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้งเว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษีตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/2

ทั้งนี้ ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้ง สามารถขอคัดสำเนาหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 3 ปี (2566, 2567, 2568) ได้ที่สำนักงานสรรพากรเขตพื้นที่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง

ค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้ง

  • ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 50,000 บาท
  • สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 10,000 บาท
  • นายกเมืองพัทยา 10,000 บาท
  • สมาชิกสภาเมืองพัทยา 5,000 บาท

ทั้งนี้ การสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้ว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครมีโทษตาม ม.120 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

อ่านข่าวอื่น :

สธ.ตั้งด่านตรวจ "อีโบลา" ที่สุวรรณภูมิ คัดกรองเข้มผู้มาจากคองโก-ยูกันดา

กางปฏิทินหยุดยาว มิถุนายน 2569 วางแผนท่องเที่ยว-กลับบ้านล่วงหน้า

"พัชรกัญน์" พ่ายไต้หวัน คว้าเหรียญเงินศึกเทควันโดชิงแชมป์เอเชีย

สหรัฐฯ จุดไฟ 2 สมรภูมิ "คิวบา-ไต้หวัน" ด้านจีน-รัสเซียแท็กทีมประณาม